Loading

2 ปี เขตเศรษฐกิจพิเศษตากลงทุนนิ่ง -นักเก็งกำไรเริ่มปล่อยที่ดิน

วันที่ : 23 พฤศจิกายน 2559
2 ปี เขตเศรษฐกิจพิเศษตากลงทุนนิ่ง -นักเก็งกำไรเริ่มปล่อยที่ดิน

กว่า 2 ปีที่รัฐบาลโหมโรงจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเฟสแรกใน 5 เมืองหลักชายแดน ซึ่งพื้นที่ 5 อำเภอแม่สอด จังหวัดตากเป็นโมเดลต้นแบบที่คาดว่าจะแจ้งเกิดให้ได้เพื่อเชื่อมโยงกับฟากฝั่งของระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก (EWEC) คู่กับเขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว

แม้วันนี้จะมีโครงการที่เห็นเป็น รูปธรรมบ้างแล้วในส่วนของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ สะพานข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 2 และการขยายถนนจากอำเภอเมือง-แม่สอด ขณะเดียวกันก็ยังติดขัดอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะการเวนคืนที่ดินจากชาวบ้าน การเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติส่งมอบให้กรมธนารักษ์ เมื่อยังไม่มีความชัดเจน กรมธนารักษ์ก็ไม่สามารถเปิดให้เอกชนเช่าที่ดินได้ อีกทั้งปัจจัยใหม่ที่รัฐบาลหันไปให้น้ำหนัก กับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกมากขึ้น ทำให้การดำเนินการพัฒนาเขตเศรษฐกิจตากและที่อื่น ๆ ไม่ค่อยก้าวหน้าเท่าที่ควร

เร่งสะพานแห่งที่ 2-ขยายถนน

"สมศักดิ์ คะวีรัตน์" ประธานหอการค้าจังหวัดตาก เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษตากมีความคึกคักในช่วงปีแรก เพราะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโครงการถนน 4 ช่องทางจราจรจากอำเภอเมือง- แม่สอด ระยะทาง 25 กิโลเมตร ส่วนการ ก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปมาก แต่ยังติดปัญหาการเวนคืนที่ดินจาก ชาวบ้านและการใช้มาตรา 44 เพิกถอน ที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อเปิดพื้นที่ให้เอกชนเช่า

นอกจากนี้ยังมีการตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน (One Stop Service : OSS) เพื่อให้บริการด้านการค้า การลงทุน การมอบสิทธิประโยชน์การลงทุนซึ่งก็มีนักลงทุนมาติดต่อขอข้อมูลบ้างประปราย ส่วนการขยายสนามบินแม่สอดยังคงดำเนินการต่อไป

"ช่วงแรกโหมโรงทำให้บรรยากาศ การค้าการลงทุนคึกคักอย่างมาก มีนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศให้ความสนใจติดต่อข้อมูลการลงทุน ราคาที่ดินขยับขึ้นยกแผง มีการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ การท่องเที่ยว เติบโตมีการลงทุนรีสอร์ตขนาดเล็กจำนวนมาก ค้าปลีกก็คึกคักไม่แพ้กัน" สมศักดิ์กล่าว

ลงทุนชะลอ-ราคาที่ดินเริ่มลด

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ไม่มีความชัดเจนเรื่องการเพิกถอนที่ป่าสงวนฯ ให้กรมธนารักษ์เปิดให้เอกชนเช่า อีกทั้งรัฐบาลเน้นไปพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกมากขึ้น ทำให้เขตเศรษฐกิจพิเศษตากหยุดนิ่ง วันนี้นักลงทุนที่เคยเข้ามาติดต่อขอข้อมูลการลงทุนก็ยังไม่ตัดสินใจลงทุน เพราะรอความชัดเจนจากรัฐบาล

สำหรับการลงทุนที่ชะลอชัดเจนสุดคืออสังหาริมทรัพย์ ไม่มีโครงการใหม่เกิดขึ้น ส่วนโครงการเดิมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาก็มีบางโครงการที่งานก่อสร้างเป็นไปอย่างล่าช้า นักเก็งกำไรที่ดินเริ่มปล่อยที่ดิน มากขึ้น บางรายประกาศลดราคา สามารถต่อรองได้ ทำให้การเก็งกำไรที่ดินลดลงเพราะที่ดินเริ่มขายยาก

"คาดว่าการค้า การลงทุนจะกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 และการขยายถนนแล้วเสร็จ  รวมถึงความชัดเจนจากรัฐบาลในเรื่องการจัดหาที่ดินให้เอกชนเช่า ธุรกิจที่จะกลับมาคึกคักอย่างรวดเร็ว คือ สิ่งทอกับอสังหาฯ"  ประธานหอการค้าตากกล่าว

เขต ศก.ติละวาแย่งซีนแม่สอด

ขณะที่ "พงศ์ชัย ตันอรุณชัย" รองเลขาธิการหอการค้าจังหวัดตาก ประเมินว่า แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานเขตเศรษฐกิจพิเศษตากจะมีความคืบหน้าไปมากกว่า 50% ทั้งสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 การขยายถนน 4 ช่องจราจรเส้นทางอำเภอเมือง-แม่สอด  การขยายสนามบินแม่สอด แต่ก็มีปัญหาการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติ และเวนคืนที่ดินจากชาวบ้าน จำนวน 2,180 ไร่ ความไม่ชัดเจนทำให้นักลงทุนรอดูท่าที ล่าสุดรัฐบาลเปลี่ยนไปบูมเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ทำให้นักลงทุนที่รอความชัดเจนในแม่สอดเริ่มไม่มั่นใจและชะลอการตัดสินใจลงทุน

ขณะเดียวกันเขตเศรษฐกิจพิเศษ ติละวาของเมียนมาที่เพิ่งเปิดใหม่กลายเป็นแม็กเนตดึงดูดต่างชาติเข้าไปลงทุนมากกว่า 84 รายด้วยศักยภาพที่เพียบพร้อมทั้งท่าเรือน้ำลึกที่เหมาะกับการส่งออกไปยังภูมิภาคอื่น ๆ โครงสร้างพื้นที่มีแรงงานที่เพียงพอ และสิทธิประโยชน์ที่รัฐบาลเมียนมาให้คือจุดดึงดูดที่สำคัญทำให้การค้าการลงทุนถาโถมเข้าไป ในขณะที่แม่สอดยังไม่มีความชัดเจน

2 ปีบีโอไออนุมัติลงทุน 7 ราย

"สุทธา สายวาณิชย์" รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาครัฐก็ได้ทำงานอย่างเต็มที่ แต่ก็มีปัญหาติดขัดบ้างจึงทำให้เกิดความไม่ชัดเจนเรื่องที่ดิน คาดว่าเร็ว ๆ นี้จะเวนคืนที่ดินจากชาวบ้านได้ครบตามจำนวน และเพิกถอน ป่าสงวนแห่งชาติให้กรมธนารักษ์ได้ ส่วนการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย- เมียนมา แห่งที่ 2 มีความคืบหน้าไปแล้ว 80% จะเสร็จปลายปี 2560 การขยายถนนเส้นอำเภอเมือง-แม่สอด ก็จะแล้วเสร็จในเร็ว ๆ นี้

สำหรับการลงทุนที่แม่สอดในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา มีนักลงทุนจำนวน 7 รายที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจาก บีโอไอแล้ว และมี 117 ราย ที่เข้ามาติดต่อขอข้อมูลการลงทุน

นี่คือสถานการณ์ล่าสุดของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษตาก ซึ่งปมปัญหาการเพิกถอนที่ป่าสงวนแห่งชาติและการเวนคืนยังคงยืดเยื้อ  ทำให้ภาคเอกชนไทยและต่างประเทศยังลังเล และชะลอการปักหมุดลงทุน

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ