Loading

เตรียมเปิดตัวใหญ่-โรดโชว์ต่างประเทศดึงนักลงทุน เคาะแผน อีซีซี 5ปี7แสนล.

วันที่ : 18 พฤศจิกายน 2559
เตรียมเปิดตัวใหญ่-โรดโชว์ต่างประเทศดึงนักลงทุน เคาะแผน อีซีซี 5ปี7แสนล.

บอร์ดเขตเศรษฐกิจพิเศษเคาะแผน งานพัฒนาอีอีซีระยะ 5 ปี วงเงิน 7.1 แสนล้าน พร้อมเดินหน้าทันทีปีหน้า คาดเห็นผลใน 3 ปี ขณะเอกชนขานรับ เชื่อสร้างความเชื่อมั่น นักลงทุนไทย-เทศ หลังอนุมัติงบและ รายละเอียดโครงการชัด

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (คนพ.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน วานนี้ (17 พ.ย.) อนุมัติแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) ระยะ 5 ปีและอนุมัติ งบประมาณลงทุนกว่า 7 แสนล้านบาท โดยจะเริ่มตั้งแต่ปี 2560

การอนุมัติงบประมาณและรายละเอียดโครงการที่ชัดเจน ชี้ให้เห็นว่านโยบายจะเริ่ม เดินหน้าตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป โดยมีพื้นที่ราว 30,000 ไร่ ครอบคลุม 3 จังหวัดคือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรีและระยอง

นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ(สศช.) กล่าวว่า ที่ประชุม คนพ. มีมติเห็นชอบหลักการแผนงานพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกปี 2560-2564 (Eastern Economic Corridor :EEC) ประกอบด้วย 12 กลุ่มย่อย รวม 173 โครงการ มูลค่ารวม 712,645.23 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณของภาครัฐ 147,434.64 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นของภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ

ขณะเดียวกันได้เห็นชอบโครงการสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการในปี 2560 จำนวน 48 โครงการ วงเงินรวม 6992.67 ล้านบาท โดยให้หารือรายละเอียดกับสำนักงบประมาณเพื่อของบกลางจากปีงบประมาณ 2560 ส่วนแผนการลงทุนในปี 2561 อยู่ระหว่างรวบรวมและประสานกับหน่วยงานต่างๆ แต่เบื้องต้นคาดว่าจะมีโครงการในกลุ่มอีอีซีของบประมาณบูรณาการในปี 2561 ประมาณ 20,000 ล้านบาท

"สำหรับปี 2560 ได้เร่งรัดโครงการต่างๆ ให้เริ่มได้เร็วขึ้น เพื่อให้เห็นผลภายใน 3 ปี จึงคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อของบเพิ่มประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท แต่ต้องกลั่นกรองกับสำนักงบประมาณก่อนว่า ตัวเลขจริงๆ จะเป็นเท่าใด" นายปรเมธีกล่าว

สั่งสภาพัฒน์เร่งทำมาสเตอร์แพน

นายปรเมธี กล่าวว่า ที่ประชุมมอบหมาย ให้ สศช. ปรับปรุงแผนงานพัฒนาอีอีซี ระยะ 5 ปีให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ในระยะ 20 ปีและแผนงบประมาณ พร้อมทั้งระบุประโยชน์ที่จะได้รับให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน พร้อมจัดทำแผนแม่บทของอีอีซี โดยพล.อ.ประยุทธ์ สั่งการให้เพิ่ม 3 แผนงานย่อยเพื่อเสริมให้การพัฒนามีความสมบูรณ์มากขึ้น ได้แก่ 1. แผนพัฒนาด้านนวัตกรรม (EECi) ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะทำให้พื้นที่อีอีซี เป็นเครือข่ายของสถาบันวิจัยเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งมีแรงงานฝีมือเฉพาะด้านและนักวิจัยไว้รองรับ

2.แผนพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานด้านไอที่มีประสิทธิภาพสูงและรองรับกิจกรรมต่างๆ ได้ พร้อมประสานกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

3. แผนพัฒนาด้านชุมชนและสาธารณสุข เนื่องจากต้องการสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่ว่าจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นพร้อมกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม สำหรับการพัฒนาด้านชุมชน เช่น การสร้างศูนย์กลางตลาดผลไม้ การประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนในพื้นที่มีส่วนร่วมกับการพัฒนา รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขซึ่งยังไม่เพียงพอ

"สภาพัฒน์จะต้องจัดทำมาสเตอร์ แพลน ของโครงการ เพราะมีอีกหลายโครงการต้องศึกษาความเหมาะสมและการออกแบบรายละเอียด และมีหลายโครงการที่ต้องจัดให้เชื่อมต่อกัน โดยจะเพิ่มแผนงานที่นายกฯ สั่งเข้าไป ซึ่งจะทำให้โครงการและเงินลงทุนมากกว่า 7 แสนล้านบาท"

บีโอไอเตรียมเปิดตัวใหญ่ต้นปีหน้า

ปี 2559 มีเอกชนขอการส่งเสริมการลงทุนในรูปแบบคลัสเตอร์และอยู่ในพื้นที่ อีอีซี แล้วประมาณ 18,000 ล้านบาท เช่น อุตสาหกรรมดิจิทัล รถยนต์ แผงโซลาร์เซลล์ และปิโตรเคมี และคาดว่าจะเริ่มลงทุนจริงในปี 2560 ขณะเดียวกันโครงการพัฒนา ซูเปอร์คลัสเตอร์ปิโตรเคมียังแผนลงทุนอย่างต่ำ 360,000 ล้านบาทในช่วง 5 ปี

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ยังจะเชิญนักลงทุนและ ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศเข้าร่วมสัมมนาในช่วงต้นปีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในอีอีซี และจะจัดโรดโชว์ในต่างประเทศเพื่อสร้างความเชื่อมั่น เช่นเดียวกับปีนี้ที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปโรดโชว์ที่ฝรั่งเศสและเยอรมนี

คาดใช้พรบ.เขตศก.พิเศษต้นปี60

ขณะเดียวกันจะจัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกและข่าวสารนักลงทุน (One stop Service) บริเวณพื้นที่แหลมฉบังหรือมาบตาพุดในปี 2560 เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุนซึ่งคาดว่าจะเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น พร้อมเร่งรัดโครงสร้าง พื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ในปี 2560-2561 ให้เร่งเปิดประมูล ก่อสร้างและเบิกจ่าย งบประมาณให้ได้มากที่สุด

ส่วนร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ... ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎี (คณะพิเศษ) แต่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ติดตามกระบวนการออกกฎหมายให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่า จะประกาศใช้ได้ช่วงภายในต้นปี 2560

ส.อ.ท.ชี้เพิ่มเชื่อมั่นนักลงทุน

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การที่รัฐบาลอนุมัติงบลงทุนในโครงการ อีอีซี นี้ ช่วยให้นักลงทุนมั่นใจลงทุนใน3 จังหวัด มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เข้ามาขอรับการส่งเสริม การลงทุนจากบีโอไอแล้ว ก็จะทำให้เกิดการลงทุนจริงในปีหน้าเพิ่มขึ้น

นายเกรียงไกร กล่าวว่า อีอีซี ถือเป็นการต่อยอดจากโครงการอิสเทิร์นซีบอร์ด ที่มีศักยภาพอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเกิดอีอีซี ก็ทำให้นักลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศตื่นตัว โดยเฉพาะรัฐบาลกำหนดงบลงทุนระยะยาว 5 ปี อย่างชัดเจน ว่าในแต่ละปีจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอะไรบ้าง ก็ยิ่งทำให้นักลงทุนมั่นใจ

แม้ว่าปัจจัยภายในประเทศต่างๆจะเป็นบวก แต่ยังมีปัจจัยลบจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่นายโดนัล ทรัมป์ ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่นักลงทุนทั่วโลกจะต้องจับตาดูนโยบายสหรัฐอย่างใกล้ชิดใน 100 วันแรกของรัฐบาลทรัมป์

"ถ้าไม่มีผลกระทบต่อไทย การลงทุนต่างๆ ก็จะเข้ามาตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้"

คาดพื้นที่3จังหวัดดึงดูดนักลงทุน

นายเอกรัตน์ ทองธวัช ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ส.อ.ท. กล่าวว่าภาคเอกชนตื่นตัวเรื่องอีอีซี แต่ช่วงต้นยังไม่มั่นใจในนโยบายเพราะยังไม่เห็นความเป็นรูปธรรม ดังนั้นเมื่อรัฐบาลอนุมัติเงินลงทุนที่ชัดก็ทำให้เอกชนมั่นใจมากขึ้น เพราะไม่เพียงแต่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังสร้างเมืองใหม่ แหล่งท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมต่างๆ ยิ่งเป็นแรงดึงดูดให้ทั้งนักลงทุนไทย และต่างชาติ เข้ามาลงทุนในพื้นที่ 3 จังหวัดนี้

ต่อจากนี้ก็จะมีแผนการลงทุนในระยะสั้นต่างๆ ตามมา

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ