Loading

วัสดุก่อสร้างปรับแผนธุรกิจ รอเก้องบประมาณรัฐช้า กระเบื้องโอฬารแตกผลิตภัณฑ์ใหม่

วันที่ : 3 พฤศจิกายน 2559
วัสดุก่อสร้างปรับแผนธุรกิจ รอเก้องบประมาณรัฐช้า กระเบื้องโอฬารแตกผลิตภัณฑ์ใหม่

กลุ่มวัสดุก่อสร้าง และผู้รับเหมาแห่บริหารความเสี่ยง หลังไตรมาส 4 ปี 2559 แผนดำเนินธุรกิจ พลาดเป้า รอเก้อเงินงบประมาณรัฐลงถึงระบบช้า ปี 2560 เตรียมปรับแผนธุรกิจใหม่ กลุ่มวัสดุก่อสร้างผันตัวเองขึ้นมาเป็นผู้รับเหมา ขณะที่กลุ่มผู้รับเหมาที่รับช่วงจากภาคอสังหาฯหันมารับงานเอง และลดการพึ่งพางานจากภาครัฐกระจายฐานลูกค้าไปภาคเอกชนมากขึ้น "กระเบื้องโฮฬาร" เปิดตัว 2 นวัตกรรมใหม่สู่ตลาด

 

สืบเนื่องจากเมื่อกลางปี 2559 ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะกลุ่มเหล็ก กลุ่มคอนกรีตสำเร็จรูป รวมถึงกลุ่มผู้รับเหมาต่างคาดหวังว่าไตรมาสสุดท้ายปี 2559 เงินงบประมาณจากภาครัฐจะไหลลงสู่ระบบโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐได้ จนล่าสุดผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความผิดหวังเมื่อเศรษฐกิจภายในประเทศยังไม่ขยายตัว อีกทั้งความคาดหวังว่า ปลายปีนี้จะเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจจากแรงขับเคลื่อนของเงินงบประมาณรัฐที่ลงมาสู่ระบบได้จริงแต่จนถึงขณะนี้กลับไม่ปรากฏดังกล่าว

 

ต่อเรื่องนี้"ฐานเศรษฐกิจ"สำรวจความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ ต่างออกมาสะท้อนมุมมองที่ไปในทิศทางเดียวกันถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยนายชัยฤทธิ์ วศินสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปอนด์ ผลิตภัณฑ์คอนกรีต จำกัด หรือพีซีพีผู้ผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีต เช่น เสาเข็มคอนกรีต พื้นสะพานคอนกรีต พื้นคอนกรีตสำเร็จรูป กล่าวว่า ไตรมาส 4 ปีนี้เดิมคาดการณ์ว่าภาครัฐบาลจะนำเงินงบประมาณไปสู่ระบบโครงสร้างพื้นฐานรัฐ ซึ่งตามปกติแล้วในช่วงเดือนตุลาคม เงินงบประมาณจะเริ่มออกมาแล้วแต่ขณะนี้เงินเข้าสู่ระบบน้อยมาก ทำให้บริษัทต้องปรับแผนธุรกิจวัสดุก่อสร้างใหม่หลังจาก ที่คาดว่าปีนี้จะมีคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์คอนกรีตลดลงจาก 8,000 คิวต่อปีเหลือเพียง 6,000 คิวต่อปี จากที่กำลังซื้อในประเทศยังไม่กลับมา ในขณะที่ภาครัฐบาลยังใส่เม็ดเงินจากงบประมาณเพื่อเข้าสู่การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานรัฐยังไม่เต็มที่และเป็นไปอย่างช้าทั้งที่ราวเดือนตุลาคมก็ควรจะเห็นการขับเคลื่อนนี้ได้แล้วแต่ทุกอย่างก็ผิดคาดไปหมด

 

จากปัญหาดังกล่าวทำให้บริษัทในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางจำเป็นต้องหันมาปรับแผนธุรกิจใหม่ เนื่องจากธุรกิจไป อิงกับโครงการของรัฐบาลมากถึง 85% ต่อปี จึงต้องหันไปอิงกับตลาดภาคเอกชนมากขึ้นโดยจะหันมาปรับแผนดังกล่าวในปี 2560 เป็นต้นไป นอกจากนี้บริษัทมีแผนว่าแทนที่จะขายเสาเข็มคอนกรีตให้กับกลุ่มผู้รับเหมา ก็อาจจะหันไปเป็นผู้รับเหมาเองด้วย

 

สอดคล้องกับที่นางสรณีย์ ดีพันธุ์พงษ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์คอนกรีตไทย กล่าวว่า ความจริงในช่วงไตรมาส 4 ของทุกปีจะเป็น ไฮซีซันของผลิตภัณฑ์คอนกรีต แต่ตอนนี้ตลาดซบเซามาก ทุกคนรองานของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้มีออร์เดอร์เข้ามาแต่งบประมาณรัฐกลับยังไม่ลงมา ซึ่งการเดินเรื่องเบิกจ่ายของรัฐบาลล่าช้ามาก ทำให้กลุ่มผู้รับเหมาไม่มีเงินหมุน กระทบเป็นลูกโซ่มาถึงกลุ่มผู้ค้าวัสดุก่อสร้าง

 

"เวลานี้แม้แต่ธุรกิจส่วนตัวที่ทำอยู่(บริษัท ยูไนเต็ดคอนสตรัคชั่นแมติเรียล จำกัด) ผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีตก็ได้รับผลกระทบแล้วเรื่องจากลูกค้าที่เป็นกลุ่มผู้รับเหมาหายหมดจาก 10 ราย เหลือเพียงรายเดียว ในขณะนี้ที่ก่อสร้างอาคารแล้วมาซื้อเสาเข็มจากบริษัทฯ ส่วนการแข่งขันด้านราคาไม่ต้องพูดถึงเพราะถูกกดราคาลงมาแรงมาก ตลาดเป็นของผู้ซื้อจริงๆ ถ้าโครงการลงทุนจากภาครัฐสามารถขับเคลื่อนไปได้พร้อมกันพวกเราก็รอดทั้งผู้รับเหมา ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างต้องรอดไปด้วยกัน แต่ถ้าตลาดเป็นแบบนี้ไปถึงปลายปี  ปีหน้าเราคงต้องปรับแผนธุรกิจเหมือนค่ายอื่น"

 

ด้านนายอุฬาร เกรียวสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กระเบื้องโอฬาร จำกัด ผู้ผลิตกระเบื้องมุงหลังคาภายใต้แบรนด์ "กระเบื้องตราลูกโลก" กล่าวยอมรับว่าขณะนี้ตลาดกระเบื้องอยู่ในช่วงขาลง เพราะมีฝนตก น้ำท่วมในบางพื้นที่ แต่มองตลาดรวมทั้งปีก็คาดว่ายอดขายรวมจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากขณะนี้ครึ่งปีแรกเราตั้งเป้ารายได้จะเข้ามา60% ก็ทำได้เพียง 55% ส่วนครึ่งปีหลังคาดว่าจะมีรายได้เข้ามา 40% ก็คาดว่าน่าจะทำได้เพียง 30%

 

"เราเริ่มเห็นภาพแล้วว่าปีนี้จะมียอดขายลดลงจาก 1,500 ล้านบาทเหลือเพียง 1,300 ล้านบาท หลังจากที่ภาพรวมเศรษฐกิจภายในประเทศยังไม่ดี ทำให้เบื้องต้นบริษัทต้องปรับตัวโดยเริ่มให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามามากขึ้น โดยล่าสุดผลิตกระเบื้อง"SEE WAVE" เป็นกระเบื้องลูกฟูกใยหินที่มีน้ำหนักเบากว่ากระเบื้องคอนกรีตมากกว่า 1 เท่าตัว  มีกำลังผลิต 3 หมื่นแผ่นต่อวันที่เริ่มเปิดตัวแล้ว และผลิตบอร์ดใต้หลังคาเพื่อลดความร้อนได้ราว 10 องศาไม่ให้ความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ภายใต้ชื่อ" อีซี คูลเล่อร์ บอร์ด" ที่จะเปิดตัวในราวเดือนธันวาคมนี้"

 

สำหรับในซีกกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างนายกฤษดา จันทร์จำรัสแสง กรรมการผู้จัดการบริษัท วงศ์จันทร์ จำกัด บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง กล่าวว่า ยอมรับว่าขณะนี้งานรับเหมามีน้อยมากทั้งงานภาครัฐและภาคเอกชน ที่มีอยู่ก็มีการแข่งขันประมูลงานค่อนข้างรุนแรง ยกเว้นโครงการที่มีการล็อกสเปกและเขียนทีโออาร์กีดกันการแข่งขันสำหรับกลุ่มผู้รับเหมาที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับภาคราชการ  ยอมรับว่าบริษัทได้รับผล กระทบไปเต็มๆ เพราะรับงานจากภาครัฐ 100% ดังนั้นในปี 2560 เป็นต้นไปจะหันไปรับงานจากภาคเอกชนมากขึ้น อีกทั้งจะผันตัวเองไปเป็นผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เองจากเดิมที่รับงาน มาจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เมื่อมาทำเองก็จะมีต้นทุนที่ถูกกว่าผู้พัฒนา อสังหาประมาณ 20% เพราะจะมีกำไรอยู่ในโครงการไม่ต้องไปแบ่งกำไรให้ใคร จากที่ผ่านมาเราทำให้คนอื่นรวย ในขณะที่เราถูกกดราคา ยิ่งแข่งขันสูง ยิ่งถูกกดราคาไม่คุ้มกับการทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ