Loading

หวั่นลอยฟ้าสายชมพูซ้ำรอยสีม่วงจุดเชื่อม-คนน้อย-เอกชนหวั่นลงทุน

วันที่ : 3 ตุลาคม 2559
หวั่นลอยฟ้าสายชมพูซ้ำรอยสีม่วงจุดเชื่อม-คนน้อย-เอกชนหวั่นลงทุน

กรุงเทพฯ * เมื่อวันอาทิตย์ นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์" ถึงกรณีที่การรถไฟ ฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กำลังประมูลหาเอกชนมา ร่วมลงทุนก่อสร้างและบริหารจัด การเดินรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี วงเงิน 53,490 ล้านบาท โดยเป็นค่างานโยธา 20,135 ล้านบาทว่า โครงการดังกล่าวมีเส้นทางเริ่มจากบริเวณทางแยกแครายซึ่งเป็นจุดเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-บางใหญ่ วิ่งบนถนนติวานนท์จนถึงห้าแยกปากเกร็ด แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนแจ้งวัฒนะ ผ่านเมืองทองธานี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ไปเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ที่แยกหลักสี่บนถนนวิภาวดีรังสิต และเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิตสะพานใหม่ บริเวณอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญบนถนนพหล โยธิน ต่อจากนั้นจะวิ่งบนถนนรามอินทราจนถึงมีนบุรี โดยมีปลายทางที่แยกถนนรามคำแหงร่มเกล้า ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถ ไฟฟ้าสายสีส้ม รถไฟฟ้าสายนี้เป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail)

นายสามารถระบุอีกว่า จาก เส้นทางดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้ชัดว่ารถไฟฟ้าสายสีชมพูมีเส้นทางเป็นส่วนหนึ่งของวงแหวน ทำหน้าที่ป้อนผู้โดยสารให้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สีแดง สีเขียว และ สีส้ม เพื่อเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองต่อไป กล่าวได้ว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่ต้องการเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง มีส่วนน้อยเท่านั้นที่เดินทางระ หว่างแคราย-เมืองทองธานี-ศูนย์ ราชการเฉลิมพระเกียรติ แจ้ง วัฒนะ-มีนบุรี หมายความว่าผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนใหญ่จะต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้าอย่างน้อยหนึ่งครั้งจึงจะสามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองได้ ทำให้เกิดความไม่สะดวกและเสียเวลา อีกทั้งตลอดแนวเส้นทางมีแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งทำงานที่มีคนหนาแน่นเฉพาะที่เมืองทองธานี, ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ และมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครเท่า นั้น ด้วยเหตุนี้จะทำให้รถไฟฟ้าสายสีชมพูมีผู้โดยสารไม่มากตามที่ รฟม.ได้คาดการณ์ไว้

"ปริมาณผู้โดยสารตามที่ รฟม.ได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาให้ศึกษาไว้พบว่า ในปีแรกที่เปิดให้บริการคือปี พ.ศ.2562 ซึ่งถึงเวลานี้เปิดไม่ทันแน่ จะมีผู้โดยสารถึงวันละประมาณ 181,000 คน โดยผมมั่นใจว่าเมื่อสร้างเสร็จและเปิด ให้บริการจริงจะมีผู้โดยสารน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก การประ มูลรถไฟฟ้าสายนี้ รฟม.ได้ประ กาศเชิญชวนให้เอกชนเข้าร่วมลง ทุน ถึงแม้ว่าจะมีบริษัทซื้อซองเอกสารประกวดราคาหลายรายก็ ตาม แต่เมื่อถึงเวลายื่นซองใน วันที่ 7 พ.ย.อาจไม่มีบริษัทใดยื่น ซอง หรือมีเพียงไม่กี่รายก็ได้ เป็น เพราะเอกชนรู้ดีว่าถ้าเขาลงทุนเป็นสัดส่วนจำนวนมากจะขาดทุน แน่นอน เนื่องจากจะมีผู้โดยสารน้อยไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ประ กอบกับเขาได้เห็นตัวอย่างจากรถ ไฟฟ้าสายสีม่วงที่มีผู้โดยสารน้อยมาก ทำให้ รฟม.ต้องแบกภาระการขาดทุนถึงวันละประมาณ 3.5 ล้านบาท" นายสามารถระบุ

นายสามารถระบุต่อไปว่า ด้วยเหตุนี้หาก รฟม.ไม่สามารถหาเอกชนมาร่วมลงทุนได้ ขอเสนอให้ รฟม.ชะลอการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูไว้ก่อน และจะต้องจัดลำดับความสำคัญของเส้นทางเสียใหม่  เส้นทางใดควรสร้างก่อน เส้นทางใดควรสร้างหลัง ไม่ใช่เลือกที่จะสร้างเส้นทางที่ไม่ต้องเวนคืนที่ดินหรือเวนคืนน้อย แต่จะต้องพิจารณาถึงความต้องการในการเดินทางว่ามีผู้โดยสารมากน้อยเพียงใด อย่าสร้างไว้รอผู้โดยสาร

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

 

 

 

ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ