Loading

'ภาษีที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง' กฎหมายมีผลต้นปีหน้า

วันที่ : 24 กันยายน 2559
'ภาษีที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง' กฎหมายมีผลต้นปีหน้า

สมาคมนักศึกษาเก่าพาณิชยศาสตร์และการบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดสัมมนา "ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากตำนานสู่ความจริง" โดยภาครัฐแนะให้เตรียมความพร้อมภาษีใหม่จะมีผลต้นปีหน้า ขณะอสังหาฯ ปรับพอร์ตลดภาระ มีประเด็นดังนี้

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง บอกว่าการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นได้ถูกผลักดันมานานถึง 12 รัฐบาล เป็นระยะเวลารวม 2 ทศวรรษ หรือ ตั้งแต่ปี 2535-2559 โดยล่าสุดรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  แถลงนโยบายเมื่อ ปี 2557 ในเรื่องภาษีว่า จะมีการดำเนินการ เรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึง ภาษีมรดก เพื่อเป็นการขยายฐานภาษีและลดความเหลื่อมล้ำสำเร็จไปแล้วสำหรับภาษีมรดก ยังเหลือภาษีที่ดิน ขณะนี้ยังอยู่ในชั้นการพิจารณาของกฤษฎีกา"

นายวิสุทธิ์ กล่าวย้ำว่า การเก็บภาษีที่ดิน จะไม่ทำให้คนจน เกษตรกร หรือ คนที่มีบ้าน หลังแรกเดือดร้อน  เพราะภาษีที่จะเก็บส่วนใหญ่เก็บจากที่ดินเชิงพาณิชย์ ที่ดินอุตสาหกรรม และที่ดินเปล่า คาดว่าจะมีรายได้ เพื่อให้ท้องถิ่นนำไปใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น เพิ่มขึ้นถึง  3.3 หมื่นล้านบาทต่อปี และเมื่อ รวมภาษีที่ท้องถิ่นเก็บได้ในขณะนี้ 3.1 หมื่น ล้านบาท ทำให้มีเม็ดเงินภาษีที่ท้องถิ่นจัดเก็บได้เพิ่มขึ้นเป็น 6.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยลดการอุดหนุนงบประมาณ จากรัฐบาลกลางให้กับท้องถิ่นที่มีกว่า 2 แสนล้านบาท ได้บ้าง

สำหรับขั้นตอนของกฎหมาย นายสมชัย สัจจพงษ์  ปลัดกระทรวงการคลัง บอกว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาใกล้เสร็จแล้ว เพราะล่าสุด ถามความเห็นบางประเด็นมาที่กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นประเด็นเล็กๆน้อยๆ ไม่ใช่หลักการสำคัญของกฎหมาย

นายสมชัย ระบุว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นด้วยกับเพดานการจัดเก็บรวมถึงเห็นด้วยการข้อยกเว้นสำหรับบ้านหลังแรกและที่ดินเกษตรมีมูลค่าไม่ถึง 50 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษี

"กระทรวงการคลังได้ตอบความเห็นส่งไปยังกฤษฎีกาแล้ว คาดว่า กฤษฎีกาจะ สรุปกฎหมายและมีการเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.)  เพื่อนำเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)  ช่วงเดือนตุลาคมนี้ โดยคาดว่ากฎหมาย จะมีผลบังคับใช้ทันทีในช่วงต้นปี 2560"

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องข้อยกเว้น 50 ล้านบาท  มีคนเสนอว่าให้เก็บจากบาทแรก หรือตั้งแต่ 10 ล้านบาท เพราะ 50 ล้านบาทนั้นสูงไป  ในส่วนตัวเห็นว่าน่าจะเก็บตั้งแต่บาทแรกแต่นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์  รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง อยากให้ยกเว้น 50 ล้านบาท เพื่อลดกระแสต่อด้าน ดังนั้น กระทรวงการคลัง และกฤษฎีกาคงไม่ไปแตะตรงนี้  แต่จะมีการปรับแก้ในชั้น สนช.หรือไม่เป็นเรื่องต้องติดตาม  เพราะในส่วนของกฎหมายมรดกมีการปรับแก้ในชั้น สนช.มากพอสมควร

"ภาษีที่ดินจะทำให้ท้องถิ่นสามารถจัดเก็บ รายได้เพิ่มขึ้น ลดดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ลง คาดว่า หลังจากนำกฎหมายนี้มาใช้ทำให้การเมือง ท้องถิ่นใสสะอาดมากขึ้น และตรวจสอบถึงการงบประมาณของท้องถิ่นจะดีขึ้น"        ด้านการเตรียมความพร้อมจัดเก็บภาษี นายกฤษฎา บุญราช  ปลัดกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงว่ากระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างการเชื่อมระบบไอที  เพื่อให้สามารถตรวจสอบฐานราคาประเมินที่ดิน กับฐานของประชากร  เป็นการเชื่อมระบบเกี่ยวกับ การเก็บภาษีที่ดินกับกระทรวงการคลัง  "หากใครอยากทราบว่าที่ดินแปลงไหน ต้องเสียค่าธรรมเนียม และภาษีเท่าใด  สามารถ เข้าไปตรวจสอบได้ โดยยอมรับที่ผ่านมา การเก็บภาษีที่ดินของท้องถิ่นยังมีรูรั่ว"

แนะเร่งบริหารสินทรัพย์อสังหาฯ ปรับพอร์ต

แม้ว่าอัตราภาษีใหม่จะไม่กระทบผู้มีรายได้น้อย แต่จะกระทบคนมีฐานะและ ผู้ประกอบการ นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์  ประธานกรรมการบริษัท เบเคอร์ แอนด์ แมคเคนซี่ (ประเทศไทย) แนะว่าให้ผู้ที่เสียภาษีจัดทำบัญชีทรัพย์สินเพื่อบริหารจัดการให้เสียภาษีน้อยที่สุด เช่น หากมีบ้านหลายหลัง ให้เอาชื่อไปใส่ไว้ในบ้านหลังที่แพงที่สุดโดยใช้สิทธิ์ที่เป็นบ้านหลังแรกไม่เกิน 50 ล้านบาท นายกิตติพงศ์เห็นด้วยให้เก็บภาษีตั้งแต่บาทแรก หากยกเว้นให้อัตราที่สมเหตุ สมผลควรจะอยู่ที่ 10 ล้านบาท และค่อยปรับ ลดอัตราจัดเก็บจริงที่ 0.05% รวมถึง ยังอยากให้นำภาษีทรัพย์สินที่จ่ายไปสามารถนำมาหักค่าใช้จ่ายภาษีบุคคลธรรมดาได้ด้วย ให้เหมือนกับบริษัทที่สามารถนำมาหักได้

นางเกศรา มัญชุศรี  กรรมการและ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า  ในปัจจุบันมีบริษัทอสังหา ริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 55 บริษัท คิดเป็นมูลค่าทางการตลาด 9.5 แสน ล้านบาท  หรือประมาณ 7% ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์  แต่การคำนวณภาษีที่ดินและสิ่ง ปลูกสร้างรูปแบบใหม่ จะส่งผลให้บริษัททั้ง 650 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เสียภาษีในส่วนของตัวอาคารพาณิชย์เพิ่มมากขึ้น  เช่น อาคารตลาดหลักทรัพย์ในปัจจุบันหากคำนวณภาษีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง  และภาษีบำรุงท้องที่แล้ว ประมาณ 8 ล้านบาทต่อปี

หากภาษีที่ดินบังคับใช้ จะส่งผลให้ ตลท. ต้องเสียภาษีเพิ่ม 64% หรือประมาณ 13 ล้าน บาทต่อปี และมีความกังวลว่าภาระภาษีจะ เพิ่มขึ้น เพราะกรมธนารักษ์ มีการประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ทุก 4 ปี

"เชื่อว่าบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ จะรับมือตรงนี้ได้ เพราะแต่ละบริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนอยู่แล้ว"

นายอภิชาติ จูตระกูล  ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า  แสนสิริไม่ได้กังวลถึงการเก็บภาษีที่ดินและเตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว มองว่า  ภาษีที่เสียนั้นไม่มาก เช่นคนที่มีบ้านราคา 100 ล้านบาท จะเสียภาษีปีละ 25,000 บาท คิดเป็นเงินวันละไม่กี่บาท ถือว่าน้อยมากสำหรับผู้ที่มีบ้านในราคานี้ ไม่อยากให้เกิดความกังวลกันไปก่อน แต่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั้นคงต้องมีการบริหารจัดการที่ดินเปล่า เพราะถ้าไม่มีการพัฒนาใน 3 ปีจะต้องเสียภาษี 0.5% การบริหารจัดการอาจไม่รีบซื้อ เพื่อไม่ให้ถือครองที่ดินเปล่ามากเกินไป"

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ