Loading

เร่งขยายคมนาคมในประเทศ

วันที่ : 22 กันยายน 2559
เร่งขยายคมนาคมในประเทศ

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง "นโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในงานสัมมนา "One Belt One Road" โอกาสไทย-จีน" ว่านโยบายวัน เบลต์ วัน โรด (One Belt One Road) หรือเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 ของประเทศจีน ได้เชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ รวม 64 ประเทศ และเป็นวิสัยทัศน์ที่วางไว้ในระยะยาวถือว่าสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 20 ปี ของประเทศไทย ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ผลักดัน

ขณะเดียวกัน นโยบายของกระทรวงคมนาคมและรัฐบาลจะเร่งรัดแผนการลงทุนโครงการต่างๆ ตามที่ได้วางแผนไว้ โดยมีเป้าหมายการลงทุนในระยะเวลา 8 ปีข้างหน้า มีโครงการลงทุนพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศรวมมูลค่า 2 ล้านล้านบาท ซึ่งในปี 2559 มีจำนวน 20 โครงการ อนุมัติแล้ว 12 โครงการ ที่มีมูลค่างบลงทุนรวม 5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนต่อเนื่องในระยะเวลา 3-4 ปีข้างหน้า ส่วนในปี 2560 มีโครงการลงทุนรวม 20 โครงการ และมีแผนสอง เพิ่มโครงข่ายรถไฟฟ้าอีก 10 สาย

ทั้งนี้ โครงการหลักที่จะเร่งดำเนินการทั้งทางถนน รถไฟ อากาศ และทางน้ำ มี 5 แผนทางหลัก เพื่อให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ประเทศ รวมทั้งมีความเชื่อมโยงกับวัน เบลต์ วัน โรด และเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ ในอาเซียน ซึ่งโครงการรถไฟฟ้าที่รัฐบาลดำเนินการ 10 สาย คาดว่าตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป จะมีรถไฟเส้นใหม่เปิดให้บริการต่อเนื่องในทุกปี รวมทั้งการมุ่งพัฒนาโครงการรถไฟต่างๆ จะดำเนินการให้เกิดประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ รวมถึงพื้นที่โดยรอบมากที่สุด

ขณะที่ประเทศจีน โครงการรถไฟความเร็วสูงระหว่างประเทศไทย-จีน ได้ลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) แล้ว คาดจะเร่งรัดการก่อสร้างภายในสิ้นปี 2559 ระยะทาง 250 กิโลเมตร สอดคล้องกับประเทศจีนที่กำลังก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาวในปีนี้เช่นกัน ซึ่งจะเชื่อมโยงตามนโยบายวัน เบลต์ วัน โรด ของจีน และเชื่อมต่อกับรถไฟของไทยในอนาคต

พร้อมกันนี้ได้ผลักดันเชื่อมโยงรถไฟฟ้าใน กทม.และรถไฟระหว่างเมือง การจัดทำรถไฟฟ้าที่ในขณะนี้ได้เชื่อมโยงกับรถไฟ 2 ประเทศแล้ว ทั้งประเทศไทยลาว และประเทศไทย-กัมพูชาแล้ว รวมทั้งโครงการรถไฟทางคู่จะดำเนินการ 6 โครงการ โดยได้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว 2 โครงการ และอีก 4 โครงการกำลังดำเนินการ นอกจากนี้ระหว่างที่นายกฯ มาเลเซียได้เดินทางมาเยือนไทยได้มีการหารือกับนายกฯ ไทย เพื่อผลักดันการสร้างรถไฟความเร็วสูง กัวลาลัมเปอร์กทม. คาดว่าจะมีการพัฒนาความร่วมมือและแผนการลงทุนต่อไป

สำหรับโครงการลงทุนทางถนนที่มีการจัดทำทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง 5 เส้นทาง รวมทั้งทำเส้นทางมอเตอร์เวย์ 3 สายที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติแล้ว ทั้งบางใหญ่ กาญจนบุรี บางปะอินนครราชสีมา และพัทยา-มาบตาพุด

ด้านระบบคมนาคมทางน้ำจะมีการลงทุนพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังที่กำลังขยายเฟส 3 โดยได้ให้บริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาการสร้าง Transshipment Seaport ที่ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังมีการศึกษาแผนการสร้างท่าเรือให้รองรับเรือครูซ ในกระบี่และสมุย เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่

โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economics Corridor Development) หรือ EEC เชื่อมั่นว่า เมื่อโครงการนี้สำเร็จจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยได้มากกว่า 2 ล้านล้านบาท มากกว่าการทำโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดในเฟสแรกที่ใช้งบลงทุน 9 แสนล้านบาท สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2 ล้านล้านบาท

ขณะที่ระบบคมนาคมทางอากาศกำลังลงทุน สนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวได้ปีละ 60 ล้านคน ภายในปี 2562-2563 จากปัจจุบันรองรับได้ 45 ล้านคน/ปี ส่วนสนามบินดอนเมืองขยายให้รองรับได้ 30 ล้านคน/ปี ส่วนสนามบินอู่ตะเภาได้มีการขยายการให้รองรับได้ 3 ล้านคน/ปี จากเดิม 3 แสนคน และสนามบินภูเก็ตที่ได้มีการเปิดอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศแห่งใหม่รองรับได้ 12.5 ล้านคนแล้ว

ที่มา: โพสต์ทูเดย์

 

 

 

ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ