Loading

คอลัมน์ ลัดรั้วเขต ศก.พิเศษ: เปิดเขตศก.พิเศษนราธิวาส ประตูการค้าสันติสุขสู่เออีซี

วันที่ : 16 กันยายน 2559
คอลัมน์ ลัดรั้วเขต ศก.พิเศษ: เปิดเขตศก.พิเศษนราธิวาส ประตูการค้าสันติสุขสู่เออีซี

ทีมเศรษฐกิจ

"นราธิวาส" จังหวัดริมปลายด้ามขวาน มีพื้นที่ติดชายแดนประเทศมาเลเซีย ตอนนี้ถูกขนานนามให้เป็นประตูสู่ประชาคมอาเซียน เพราะรัฐได้ตั้งเป้าหมายให้ดินแดนแถบนี้เป็นแหล่งการค้า การลงทุนสำคัญเชื่อมต่อกับนานาประเทศในภูมิภาคอาเซียนทางด้านทิศใต้ โดยเฉพาะการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร รวมไปถึงอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ที่ตอนนี้เป็นอุตสาห กรรมหลักส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ทำรายได้เข้าประเทศแต่ละปีเป็นเงินหลายแสนล้านบาท

เชื่อมโยงการค้าด้วยกัน

นอกจากนี้ยังมีด่านศุลกากรชายแดนด้วยกันถึง 3 ด่าน ที่เชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศไทย และมาเลเซีย บริเวณรัฐกลันตัน ทั้ง ด่านศุลกากรตากใบ ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก ด่านศุลกากรบูเก๊ะตา โดยด่านใหญ่ที่สุด คือ สุไหงโก-ลก เพียงด่านเดียวก็มีมูลค่าการค้ากว่า 2,000 ล้านบาท รองลงมาเป็นด่านตากใบ มีมูลค่าการค้า 200 ล้านบาท และด่านบูเก๊ะตา มีมูลค่าการค้า 80 ล้านบาท

ด้วยความสำคัญที่ว่า...ทำให้รัฐบาลต้องบรรจุจังหวัดนราธิวาส เข้ามาเป็นหนึ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ในระยะที่ 2 ล่าสุด...ได้ประกาศพื้นที่รองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมชนิดต่าง ๆ คิดเป็นพื้นที่รวม 147,620.625 ไร่ ครอบคลุม 5 ตำบลใน 5 อำเภอ คือ ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส, ตำบลละหาร อำเภอยี่งอ, ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ, ตำบลสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก และตำบลโล๊ะจูด อำเภอแว้ง

รวมเขตเศรษฐกิจ 3 รูปแบบ

ความโดดเด่นอีกอย่างของพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ปัจจุบันมีโครงการสำคัญตามนโยบายของรัฐบาล ที่เข้าไปส่งเสริม ถึง 3 โครงการใหญ่ โดยโครงการแรกถือเป็น 1 ใน 10 พื้นที่ของการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน โดยจังหวัดนราธิวาส จัดให้อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 2 โครงการต่อมา...เป็นโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษเฉพาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ที่รัฐบาลหนุนสิทธิประโยชน์เต็มที่ เพื่อให้จูงใจเอกชนเข้ามาประกอบกิจการในพื้นที่ ส่วนโครงการสุดท้าย...เป็นโครงการใหม่ล่าสุดของรัฐบาล ที่อยากปั้นให้พื้นที่บริเวณนี้เป็นสามเหลี่ยมมั่นคง...มั่งคั่ง...ยั่งยืน

ปัจจุบันโครงการล่าสุด รัฐบาลได้ประกาศมาตรการส่งเสริมการลงทุนออกมาเรียบร้อย มีพื้นที่นำร่องใน 3 อำเภอ คือ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส รวมทั้งอำเภอหนองจิก ในจังหวัดปัตตานี  และอำเภอเบตง จังหวัดยะลา โดยเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้สูงกว่าสิทธิประโยชน์ของมาตรการส่งเสริมการลงทุนใน 4 จังหวัดภาคใต้ และ 4 อำเภอของสงขลา คือ ให้หักค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และค่าประปา 2 เท่า เป็นเวลา 20 ปี

ขณะเดียวกันยังมีการลดหย่อนอากรขาเข้า 90% สำหรับวัตถุดิบนำเข้ามาผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเป็นเวลา 10 ปี ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นสำหรับการผลิตเพื่อการส่งออก เป็นระยะเวลา 10 ปี พร้อมกับให้เพิ่มประเภทกิจการที่ยกเลิกการส่งเสริมไปแล้ว แต่เปิดให้การส่งเสริมใหม่เฉพาะในพื้นที่ 3 อำเภอ เหมือนกับเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

เหมาะพัฒนา 3 ด่าน

สำหรับแนวทางการพัฒนาพื้นที่ 3 จุด ที่เป็นด่านชายแดนตามประกาศของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ หรือกนพ. นั้น พบว่า ด่านสุไหงโก-ลก เป็นจุดยุทธศาสตร์ใหญ่ที่ต้องเน้นการพัฒนาเชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสะพานไทยมาเลเซีย ข้ามแม่น้ำโก-ลก มีพื้นที่ประมาณ 61 ไร่ ติดกับชุมชนรันเตาปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย มีระบบการคมนาคมขนส่งพร้อม ทั้งทางรถยนต์และทางรถไฟ แถมได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้ง จนส่งผลให้เมืองสุไหงโก-ลกมีศักยภาพอย่างยิ่ง โดยนอกจากจะใช้เป็นพื้นที่รองรับการค้าการลงทุนแล้ว ยังเหมาะกับการปั้นให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวชายแดนด้วย

ขณะที่ด่านตากใบ เป็นด่านศุลกากรทางทะเล อยู่ติดเขตแดนไทย-มาเลเซีย เช่นกัน มีพื้นที่ทั้งหมด 34 ไร่ อยู่ตรงกันข้ามกับท่าเปิงกาลันกุโบว์ รัฐกลันตัน โดยด่านนี้จะเป็นด่านทางน้ำที่มีการคมนาคมแบบการใช้แพขนานยนต์ ทำให้เมืองตากใบมีแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การค้า การคมนาคมและขนส่ง และการท่องเที่ยว เป็นแรงส่งให้เมืองตากใบมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและขนส่ง มีศักยภาพเป็นประตูเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและสนับสนุนให้เกิดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษนราธิวาสในภาพรวม

ส่วนด่านบูเก๊ะตา ตั้งอยู่บริเวณสะพานไทย-มาเลเซีย มีพื้นที่ประมาณ 49 ไร่ โดยพบว่า มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายชนิดที่กำลังขยายตัว จนหนุนให้ระบบเศรษฐกิจขยายตัวตาม ทั้งการค้าขาย การเดินทางผ่านแดน และการท่องเที่ยว จนปัจจุบันทำให้ด่านชายแดนบูเก๊ะตามีศักย ภาพในการพัฒนาให้เป็นศูนย์โลจิสติกส์ เพื่อรองรับการเดินทางและการคมนาคมและขนส่งไม้ระหว่างไทย ไปยังมาเลเซียเรื่อยไปถึงสิงคโปร์ และพร้อมพัฒนาให้เป็นศูนย์โลจิสติกส์และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศได้ไม่ยาก

เตรียมโครงสร้างพื้นฐาน

ด้านการจัดทำโครงการต่าง ๆ มา สนับสนุนให้พื้นที่สามารถรองรับคลื่นการลงทุนในอนาคตได้นั้น ล่าสุดรัฐบาลได้เริ่มวางแผนโครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานแล้วหลายโครงการ เริ่มจากบริเวณด่านสุไหงโก-ลก ทั้งการเปิดเส้นทางรถไฟเดิมจากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก ถึงสถานีรถไฟปาเสมัส รัฐกลันตัน โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก แห่งที่ 2 ที่สุไหงโก-ลก ถึงเมืองรันเตาปันยัง ประเทศมาเลเซีย และการจัดทำถนนเพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยในการเดินทางโดยใช้แนวเขตทางรถไฟ

ส่วนที่ตากใบ มีแผนทำโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก ที่ตากใบ พร้อมอาคารด่านศุลกากรชาย แดน และการจัดสร้างแพขนานยนต์ เช่นเดียวกับบริเวณด่านบูเก๊ะตา มีโครงการจัดหาที่ดินเพื่อขยายด่านศุลกากรบูเก๊ะตา โครงการก่อสร้างด่านบูเก๊ะตาระยะที่ 3 และ 4 รวมทั้งโครงการก่อสร้างทางสายเลี่ยงเมืองแว้ง ขณะเดียวกันยังมีโครงการรถไฟทางคู่จากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลกถึงสถานีรถไฟหาดใหญ่ การพัฒนาท่าอากาศยานนราธิวาส และโครงการก่อสร้างทางหลวงตอนแยกสาย 42 (ปาลอปาต๊ะ)-บรรจบสายทาง 4136 (บ้านทอน) อีกด้วย

อย่างไรก็ตามขั้นตอนการขับเคลื่อนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจนราธิวาส ในปัจจุบันยังต้องมีการบ้านที่ทุกหน่วยงานต้องรับไปพัฒนาเพื่อให้พื้นที่นี้เกิดเป็นเมืองต้นแบบการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนภาคใต้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนปัญหาด้านความมั่นคง คงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐต้องเข้ามาดูแลควบคู่กันไป แม้ว่าปัญหานี้จะไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการค้าชายแดนมากนัก ณ ขณะนี้

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ