Loading

ประมูลไฮสปีด2เส้น โยธาควบพัฒนาที่ดิน

วันที่ : 3 กันยายน 2559
ประมูลไฮสปีด2เส้น โยธาควบพัฒนาที่ดิน

สนข.เผยนายกฯไฟเขียวปรับแผน"พีพีพี" ไฮสปีดเทรน เปิดทางเอกชนลงทุนทั้งงานโยธา-พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ใน 2 เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง และกรุงเทพฯ-หัวหิน เม็ดเงินรวมกว่า 2.4 แสนล้าน ขณะรถไฟไทย-ญี่ปุ่น คาด ต.ค.- พ.ย.นี้ ศึกษาแล้วเสร็จพร้อมชงเข้าครม. ขณะแบงก์หวังโครงการรัฐช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและ จราจร (สนข.) กล่าวว่า ภายในการประชุมโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เมื่อ วันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบในหลักการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการรัฐฯ (พีพีพี) โครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ตามที่ สนข.ศึกษา

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่าประเด็นสำคัญของข้อเสนอคือการปรับเปลี่ยนแผนเปิดประมูล โดยจะเปิดให้เอกชนยื่นเสนอราคาและหากพบว่ามีข้อเสนอที่จะส่งผลให้รัฐบาลลงทุนน้อยที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะสิทธิ์ทั้งในส่วนของงานก่อสร้างโยธาและการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสถานีรถไฟตลอดแนวเส้นทาง

อย่างไรก็ดี จากข้อเสนอดังกล่าว เกิดขึ้นจากสนข.ศึกษาและพบว่าตามแนวทางปฏิบัติเดิมที่จะเปิดพีพีพีโดยแยกสัญญาออกเป็น 2 ส่วน คือ เอกชนประมูลงานโยธา และเอกชนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์อาจเป็นข้อเสนอที่ไม่จูงใจเอกชนลงทุน เพราะด้วยวงเงินพัฒนาโครงการที่มีมูลค่าสูง แต่เอกชนจะได้สิทธ์เพียงก่อสร้าง งานระบบ และตัวรถ ซึ่งหากจัดเก็บรายได้ก็จะต้องใช้เวลานานในการคืนทุน

ขณะเดียวกัน หากใช้แนวทางให้รัฐบาลเป็นฝ่ายสนับสนุนลงทุนในการเวนคืนที่ดิน และโครงสร้างงานโยธา ก็จะเกิดประเด็นคำถามที่ตอบสังคมยากว่ารัฐบาลจะต้องแบกรับภาระค่าก่อสร้างค่อนข้างสูงเพื่อให้เอกชนสามารถลงทุนได้

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่าการเปลี่ยนแผนรวมสัญญางานโยธา และการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์เป็นสัญญาเดียว พบว่าจะเป็นแรงจูงใจผู้ลงทุนมากกว่า ซึ่งในทางปฏิบัติภาคเอกชนอาจจะรวมกลุ่มกันมาตามสายงานที่ถนัดในลักษณะเดียวกันกับการเปิด ประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงมีนบุรี- แคราย และสายสีส้ม ช่วงลาดพร้าวสำโรงก่อนหน้านี้

การรถไฟฯเตรียมเสนอ 2 เส้นทาง

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่าขั้นตอนหลังจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ก็จะต้องดำเนินการต่อไปในส่วนของการเสนอแผนงาน หรือประสานงานต่างๆ

"การลงทุนจากฝ่ายรัฐบาล หากใช้โมเดลที่ สนข.เสนอนี้ รัฐบาลก็จะเป็น ผู้สนับสนุนเอกชนในด้านของการเวนคืนที่ดิน ปฏิรูปที่ดินตามแนวสถานีที่เอกชนพบว่ามีโอกาสการลงทุนสูงเท่านั้น ส่วนขั้นตอนการดำเนินโครงการหลังจากนี้ ปัจจุบันพบว่าไฮสปีดเทรน ช่วงกรุงเทพฯ- ระยอง และกรุงเทพฯ-หัวหิน ซึ่งเป็นโครงการภายใต้ การดูแลของ ร.ฟ.ท. อยู่ระหว่างเตรียมเสนอ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ก่อนจะส่งต่อให้กับคณะกรรมการพีพีพีพิจารณา ดังนั้นทาง ร.ฟ.ท.ก็จะต้องนำรายงานการปรับรูปแบบเปิดประมูลนี้ให้ สคร. และคณะกรรมการพีพีพีทราบด้วย"

นายชัยวัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า หลังจากนี้ ร.ฟ.ท.อาจจะต้องเป็นหน่วยงานสำคัญในการเปิดเวทีจัดทำความคิดเห็นภาคเอกชนเพื่อสอบถามความต้องการและความเป็นไปได้ในการพัฒนาสถานีตามแนวเส้นทาง หากเอกชนเล็งเห็นจะต้องปรับช่วงสถานีก็ต้องเร่งรัดดำเนินการศึกษา

อย่างไรก็ดีสำหรับโครงการรถไฟไฮสปีดเทรน พบว่าเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง ระยะทาง 193.5 กิโลเมตร (กม.) มีกรอบวงเงินประเมินเบื้องต้น 1.52 แสนล้านบาท และเส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน ระยะทาง 211 กม. กรอบวงเงิน 9.46 หมื่นล้านบาท

จ่อชงเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่พ.ย.นี้

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังประชุมร่วมคณะทำงานเพื่อพัฒนารถไฟไทย-ญี่ปุ่น เส้นทางกรุงเทพฯ-พิษณุโลกเชียงใหม่ ระยะทาง 669 กม. กรอบวงเงินราว 4.4 แสนล้านบาท ว่าผลการศึกษาชัดเจนแล้วว่า จะแบ่งออกเป็น 2 ระยะในการพัฒนา คือ ช่วงกรุงเทพฯ-พิษณุโลก และพิษณุโลกเชียงใหม่ โดยคาดว่าในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย.นี้ ทางญี่ปุ่นจะส่งผลการศึกษาขั้นสุดท้าย ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในเดือน พ.ย.นี้

นายอาคม กล่าวว่าการหารือครั้งนี้มีประเด็นต้องแก้ไข คือ 1. ทางญี่ปุ่นเสนอให้ฝ่ายไทยศึกษาการใช้งานสถานีบางซื่อที่จะเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อระบบรางหลายโครงการว่าจะมีจุดแบ่ง หรือจุดตัดการใช้งานของแต่ละโครงการอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ 2. ต้องการให้ศึกษาการใช้งานในช่วงสถานีดอนเมือง เนื่องจากเป็นจุดผ่านของหลายโครงการ ดังนั้นอาจจะต้องปรับแผนเป็นทางยกระดับเนื่องจากปัจจุบันมีพื้นที่จำกัด และ 3. บริเวณช่วงสถานีอยุธยาพบว่าเป็นช่วงที่มีทางโค้ง ดังนั้นด้านเทคนิคจะต้องศึกษาการใช้งานของโครงการที่เหมาะสมด้วย "เนื่องจากทางรถไฟของเราพื้นที่สถานีทางราบน้อยก็จำเป็นต้องยกระดับขึ้นมา โดยเฉพาะสถานีดอนเมือง และบางพื้นที่อย่างช่วงอยุธยาก็อาจจะต้องปรับรัศมีทางโค้งเพราะรถไฟความเร็วสูงต้องโค้งน้อยที่สุด และทางญี่ปุ่นก็เสนอมาว่ารัศมีทางโค้งจะต้องสอดคล้องกับเส้นทางของไทย-จีน ช่วงกรุงเทพ- โคราชด้วยเพราะเป็นโครงการไฮสปีดเทรนเหมือนกัน โดยปัจจุบันสถานีอยุธยาของทางจีนยังรอแบบก่อสร้างอยู่ และเมื่อได้แบบจากจีนมาก็ต้องมาดูให้สอดคล้องกัน โดยร.ฟ.ท.จะต้องไปดูให้ 2 เส้นทางสอดคล้องไปด้วยกัน คาดว่าจะใช้เวลาสรุปประมาณ 1-2 สัปดาห์นี้"

เตรียมพัฒนาพื้นที่พาณิชย์3สถานี

นายอาคม กล่าวว่าการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ตามสถานีใหญ่ 3 สถานี คือ อยุธยา นครสวรรค์ และพิษณุโลก เพื่อให้เห็นภาพของการลงทุนและความคุ้มค่าเนื่องจากต้องลงทุนสูง ซึ่งองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) ได้เข้ามารับศึกษาพื้นที่เชิงพาณิชย์ในส่วนนี้ คาดว่าต้นเดือน พ.ย.2559 จะเสนอให้กระทรวงฯพิจารณา

นายอาคมกล่าวว่าหากได้รับความเห็นชอบในหลักการจากครม.แล้ว ในช่วงปี 2560 จะเข้าสู่ขั้นตอนของการออกแบบรายละเอียด

ไทยพาณิชย์หวังงบรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ

นางกิตติยา โตธนะเกษม รองผู้จัดการใหญ่ อาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์กล่าวว่า เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังยังต้องรอดูการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่จะมีเม็ดเงินออกมาในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ แต่ผลต่อความต้องการสินเชื่อยังต้องรออีกระยะหนึ่งหรือคาดว่าจะราวต้นปีหน้า ส่วนปัญหาหนี้ครัวเรือนนั้นยังทรงตัวที่ระดับ 81% ตั้งแต่ปีก่อนจึงยังไม่น่ากังวลมากนัก แต่เป็นประเด็นที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข เพราะเป็นการกระตุ้นจากการสร้างหนี้ในอดีต ซึ่งจะต้องรอให้รายได้ของผู้บริโภคกลับมาชดเชย

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ถือว่าบรรยากาศโดยรวมดีขึ้นความมั่นใจเริ่มกลับมาส่งผลดีต่อคุณภาพสินทรัพย์ ส่วนเอ็นพีแอลในระยะถัดไปยังต้องรอดูอีก 2 ไตรมาสจึงจะเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นว่าจะทรงตัวได้จริงหรือไม่ เพราะยอมรับว่ายังมีลูกค้าที่ปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้วกลับมาเป็น เอ็นพีแอลอีก โดยไตรมาส 2 ธนาคารมี เอ็นพีแอล ที่ 2.8%

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ