Loading

อสังหาฯลุ้นศก.ครึ่งปีหลังฟื้นตัวจับตาชนวนความเสี่ยงโหวต ประชามติ

วันที่ : 14 กรกฎาคม 2559
อสังหาฯลุ้นศก.ครึ่งปีหลังฟื้นตัวจับตาชนวนความเสี่ยงโหวต ประชามติ

สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยที่เข้าสู่กลางเดือน ก.ค. ซึ่งล่วงเลยถึงเดือนที่ 7 ของปี 59 แล้ว หลังจากในช่วง 4 เดือนแรกของปี 59 (ม.ค.เม.ย.) ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความคึกคัก ผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ต่างโหมโรงระบายสต๊อกสินค้า เพื่อให้ทันกับมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองเหลือ 0.01% ที่จะสิ้นสุด ณ วันที่ 28 เม.ย. 2559 เรียกว่า "เป็นนาทีทอง" ของผู้ประกอบการในการสร้างยอดขาย หลังจากช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดที่อยู่อาศัยไม่มีความคึกคัก ไร้ปัจจัยบวกมากระตุ้นตลาด ซึ่งจะว่าไปแล้ว ภาคอสังหาริมทรัพย์ เป็น 1 ในเครื่องยนต์ของการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ โดยมีมูลค่าถึง 500,000 ล้านบาท ซึ่งถ้ารวมธุรกิจที่เกี่ยวข้องก็ 700,000 ล้านบาท จึงมีผลต่อระบบเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม หลังชัดเจนแล้วว่า ภาครัฐ โดยกระทรวงการคลัง ไม่มีแนวทางที่จะขยายมาตรการกระตุ้นตลาดอสังหาฯ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต่างๆ เริ่มขยับขยายการลงทุน หลังจากช่วงต้นปี มุ่งการขายอย่างเดียว ซึ่งตามตัวเลขของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า ตลาดที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไตรมาสแรก ลดลงจากจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ทั้งยอดการเปิดโครงการใหม่ และจำนวนยูนิต โดยมีโครงการเปิดใหม่ทั้งแนวราบและคอนโดฯ 86 โครงการ 21,500 ยูนิต ขณะที่ช่วงเดียวกันปีที่แล้วมี 106 โครงการ 25,000 ยูนิต เนื่องจาก ผู้ประกอบการส่วนใหญ่หันไประบายสต๊อกให้ทันกับมาตรการ และยังพบว่าบริษัทใหญ่เปิดตัวโครงการใหม่แค่ 10% ของจำนวนโครงการใหม่ที่ประกาศเปิดตัวทั้งปี

ทั้งนี้ พบว่าโครงการบ้านจัดสรร มียูนิต เปิดใหม่ 50 โครงการ 9,000 ยูนิต ลดลง 26% แบ่งเป็น ทาวน์เฮาส์ 5,530 ยูนิต สัดส่วน 62% บ้านเดี่ยว จำนวน 2,382 ยูนิต สัดส่วน 27% บ้านแฝด 853 ยูนิต สัดส่วน 9% อาคารพาณิชย์ 187 ยูนิต สัดส่วน 2% และคาดทั้งปี 2559 โครงการแนวราบเปิดตัวใหม่ประมาณ 4.45 หมื่นยูนิต ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว

ขณะที่คอนโดฯ จำนวนยูนิตเปิดใหม่ 12,500 ยูนิต จาก 36 โครงการ ลดลงเล็กน้อย 2% และคาดว่าทั้งปี เปิดตัวใหม่ประมาณ 60,000 ยูนิต ใกล้เคียงกับปี 2558 เปิดตัว 60,500 ยูนิต

ส่วนราคาที่อยู่อาศัยในช่วงไตรมาสแรก พบว่าปรับขึ้นไม่มากนัก โดยคอนโดมิเนียม ปรับขึ้น 4% ทาวน์เฮาส์ ปรับขึ้น 2.8-2.9%

สำหรับความเคลื่อนไหวของการลงทุน ผู้ประกอบการรายใหญ่ ได้ส่งสัญญาณในการรุกตลาดอีกครั้ง เฉพาะ 8 บริษัทที่ได้ประกาศแผนลงทุนช่วงเดือนที่เหลือ มูลค่าการเปิดโครงการใหม่จะไม่ต่ำกว่า 174,000 ล้านบาท จำนวนโครงการไม่ต่ำกว่า 100 โครงการ โดยการลงทุน ผู้ประกอบการจะไม่ตุนที่ดินไว้มาก เนื่องจากด้วยข้อของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่รัฐได้ออกมาแล้ว จะเป็นตัวแปรทำให้เอกชนลงทุนและพัฒนาโครงการ และจากการตรวจสอบบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่า หลายค่ายเข้าเกียร์เต็มที่ในการเปิดโครงการใหม่ในครึ่งปีหลัง  ไล่ตั้งแต่ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 12 โครงการ มูลค่า 20,000 ล้านบาท บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) จำนวน 13 โครงการ มูลค่า 37,450 ล้านบาท บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตทฯ จำนวน 38 โครงการ มูลค่า 30,000 ล้านบาท บริษัท เอพี (ประเทศ ไทย) จำกัด (มหาชน) จำนวน 12 โครงการ มูลค่า 25,000 ล้านบาท บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์คเฟค จำกัด (มหาชน) เปิด 14 โครงการ มูลค่ารวม 22,000 ล้านบาท บริษัท แอล.พี. เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิด 6 โครงการ มูลค่า 7,000 ล้านบาท บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) จำนวน 14 โครงการ มูลค่ารวม 25,000 ล้านบาท และบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) วางเป้าในไตรมาส 3 เปิด 5 โครงการมูลค่า 8,769 ล้านบาท

ขณะที่ในด้านการตลาด ผู้ประกอบการต่างๆ ได้งัดแคมเปญในการกระตุ้นยอดขายอย่างเต็มที่ บริษัท อนันดาฯ ร่วมกับบริษัทในเครือ มอบสร้อยคอทองคำมูลค่ากว่า 200,000 บาทให้กับสมาชิก AMC (Ananda Member Club) ที่มียอดการแนะนำสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก จากแคมเปญ "UNiO Friend Get Friend : รับทั้งเงิน ลุ้นทั้งทอง" กับโชค 2 ต่อ โชคต่อที่ 1 เพียงแนะนำเพื่อนมาชอปและจองซื้อ ยูนิโอ คอนโดฯ ในระหว่างวันที่ 16 ก.ค.-31 ต.ค. 58 รับทันทีเช็คเงินสด มูลค่า 5,000 บาท พร้อมลุ้นสิทธิ์รับโชคต่อที่ 2 รับสิทธิ์ลุ้นรับสร้อยคอทองคำหนักสูงสุด 5 บาททันที โดยอันดับ 1 รับสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท อันดับ 2 รับสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท ขณะที่อันดับที่ 3-5 รับสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท 3 รางวัล

ขณะที่ ยักษ์ใหญ่ อย่าง บริษัท พฤกษาฯ ได้จัดกิจกรรมการขายเพื่อกระตุ้นยอดขายให้เกิดขึ้นต่อเนื่อง ผ่านแคมเปญ "พฤกษา Non Stop" ขยายเวลารับ เพิ่มเวลาลุ้น เปิดโอกาสต่อยอดสิทธิประโยชน์จากมาตรการของรัฐบาล โดยบริษัทได้คัดเลือกโครงการที่ อยู่อาศัยทั้งทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ หลากหลายทำเล 116 โครงการ มาให้ลูกค้าจองตั้งแต่วันนี้-30 กันยายน 2559 รับสิทธิพิเศษ 3 ต่อต่อที่ 1 รับส่วนลดหรือของแถมต่างๆ ตามแต่ละโครงการที่มอบให้ ต่อที่ 2 ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ พร้อมผนึกกำลังร่วมกับธนาคารพาณิชย์ชั้นนำกว่า 6 แห่ง ในการมอบข้อเสนอฟรีค่าจดจำนอง 1% (เงื่อนไขเป็นไปตามธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งกำหนด) ต่อที่ 3 รับสิทธิ์ลุ้นรับทองคำหนัก 8 บาท จำนวน 20 รางวัล แจกทุกเดือน เป็นเวลา 3 เดือน (กรกฎาคม-กันยายน 2559) รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้น 10 ล้านบาท

สำหรับแคมเปญ ดังกล่าวบริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 8,200 ล้านบาท หลังประสบความสำเร็จจากรายการส่งเสริม การขาย "โอกาสทองของคนรักบ้าน Pruk sa Best Buy Moment 2016" ที่จัดไปเมื่อช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งสร้างยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์สูงถึง 8,188 ล้านบาท "คาดว่าแคมเปญ "พฤกษา Non Stop" ที่บริษัทได้ขยายเวลาในการมอบสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้าในครั้งนี้ จะช่วยกระตุ้นยอดขายช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้และทำให้ยอดขายทั้งปีที่บริษัทตั้งไว้ที่ 51,000 ล้านบาท เป็นไปตามเป้า

บริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) กับโปรโมชัน "บุฟเฟต์" ลูกค้าสามารถเลือกข้อเสนอที่ชื่นชอบได้ โครงการเนเบอร์โฮม วัชรพล รับโปรโมชัน "เลือกอิ่มกับทำเลบ้านที่ใช่ เงื่อนไขที่ชอบ" กับ 2 อิ่มสุดคุ้ม ประกอบด้วย "อิ่ม 1 บ้านเดี่ยวพร้อมอยู่ ไอดีโฮม (id home) ดาวน์ 70,000 บาท ฟรีแอร์ ผ้าม่าน ชุดครัว และฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์" และรับ "อิ่ม 2 บ้านเดี่ยวสร้างเสร็จสไตล์อังกฤษโมเดิร์น โรแมนติก ผ่อนนาน 6 เดือน ฟรีแอร์ ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์" ราคาเริ่มต้น 4.7 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีที่ดินเปล่าผ่อนดาวน์ได้ และฟรีค่าออกแบบบ้าน มูลค่า 200,000 บาท และโครงการพาร์คเวย์ เอลีฟ รามคำแหง 190/1 บ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์น รับโปรโมชัน "เลือกอิ่มกับโปรที่ใช่ เงื่อนไขที่ชอบ" กับ 2 อิ่ม ประกอบด้วย รับ "อิ่ม 1 บ้านพร้อมโอนโซนใกล้สวน ฟรีสระ ชุดครัว แอร์ทั้งหลัง ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์" และ "อิ่ม 2 เลือกฟรีเงินทำสัญญา" ราคาเริ่มต้น 6.3 ล้านบาท บ้านเดี่ยวดีไซน์ใหม่โครงการพาร์คเวย์ แอทอีซ รามคำแหง 190/1 บ้านระหว่างสร้าง จองเพียง 20,000 บาท ฟรีแอร์ห้องนอนใหญ่ ราคาเริ่มต้น 6.7 ล้านบาท เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด  โดยสามารถเลือกรับข้อเสนออิ่มฟรีได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม ศกนี้

บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (PRIN) ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายโครงการ Zerene บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมในช่วงไตรมาส 3/59 โดยลูกค้าที่เข้าเยี่ยมชมโครงการภายในเดือน ก.ค.นี้ จะได้รับส่วนลดพิเศษทันที 50,000-200,000 บาท ทุกหลัง ทุกทำเล ได้แก่ โครงการ Zerene สาทร-กัลปพฤกษ์ บ้านเดี่ยว 2 ชั้น สไตล์โมเดิร์น ทรอปิคอล 62 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 9.99 บาท มูลค่ารวมโครงการ 655 ล้านบาท โครงการ Zerene เพชรเกษม-สาย 3 บ้านเดี่ยว 2 ชั้น สไตล์ โมเดิร์น ราคาเริ่มต้น 6.59 บาท มูลค่าโครงการ 990 ล้านบาท และโครงการ Zerene พระราม 2-ท่าข้าม บ้านเดี่ยว 2 ชั้น สไตล์โมเดิร์น ราคาเริ่มต้น 5.99 บาท มูลค่าโครงการ 1,595 ล้านบาท

ทั้งนี้ แม้จะไร้มาตรการของภาครัฐแล้ว แต่ในมุมมองของผู้ประกอบการต่อตลาดในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ค่อนข้างออกมาดี!!

โดยตามข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า ดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้า (Expectations Index) ประจำไตรมาส2/2559 มีค่าเท่ากับ 65.4 ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสที่แล้ว (ไตรมาส 1/2559) ซึ่งมีค่าเท่ากับ 64.4 เมื่อแยกประเภทผู้ประกอบการ พบว่า ผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed) มีค่าดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้าเท่ากับ 74.7 ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นมาจากระดับ 71.9 ในไตรมาสที่แล้ว ส่วนผู้ประกอบการที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียน มีค่าดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้าเท่ากับ 56.0 ซึ่งปรับลดลงจากระดับ 56.9 ในไตรมาสที่แล้ว

ดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้าสำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำหรับรายกลางและรายย่อยนอกตลาด ยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังมีความคาดหวังที่ดีต่ออนาคตอีก 6 เดือนข้างหน้าคือในช่วงปลายปี 2559 ทั้งนี้ เนื่องมาจากข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ของประเทศที่มีแนวโน้มอนาคตเป็นบวกมากขึ้น

ด้านนายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในช่วงข้างหน้านั้น คือ สถานการณ์การเมืองจะกลับมามีความสำคัญอีกครั้งในเดือนสิงหาคมนี้ เนื่องจากวันที่ 7 สิงหาคม จะมีการลงประชามติรัฐธรรมนูญ (รธน.) ซึ่งหากการลงมติผ่านพ้นไปด้วยดีก็จะเป็นปัจจัยบวกที่เรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติได้ โดยเงินบาทจะอยู่ที่ระดับ 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ        แต่หากไม่เป็นไปตามคาดหมาย การกลับสู่การเป็นประชาธิปไตยของไทยล่าช้าออกไป ก็จะส่งผลให้ความเชื่อมั่นลดลง การบริโภคในประเทศจะยิ่งต่ำลง ทำให้ประเทศไทยต้องพึ่งพิงค่าเงินบาทที่อ่อนค่ามาเป็นตัวกระตุ้นการส่งออก โดยประเมินว่า ค่าเงินบาทมีโอกาสอยู่ที่ระดับ 37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

แหล่งข่าวในวงการอสังหฯ กล่าวว่า การเมืองเริ่มกลับมาร้อนแรงอีก ซึ่งในภาวะเช่นนี้ อยากให้รัฐบาลมองเรื่องปากท้องของชาวบ้าน เพราะเศรษฐกิจโดยรวมไม่ดีอย่างที่คิด ธุรกิจ และการค้าขายค่อนข้างซบเซา เนื่องจากยังไม่เชื่อมั่นในการบริหารประเทศและจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างชัดเจน รวมถึงมีหลายปัญหาที่รัฐบาลกำลังสร้างให้เกิดความแตกแยกในสังคม

"รัฐบาลควรเลือกมองและดำเนินการในสิ่งที่เร่งด่วน จำเป็นต่อประเทศ ต่อประชาชนโดยรวม เพราะเท่าที่ทราบ ภาคเอกชนตัดงบการตลาด 20-30% โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งลดพนักงาน ลดโอที ทำให้รายได้ระดับล่างลดลง โอกาสในการจับจ่ายใช้สอยลดลง แล้วถามว่า รัฐบาลจะกระตุ้นความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นด้วยวิธีไหน"

ที่มา : ผู้จัดการรายวัน 360 องศา

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ