Loading

คอลัมน์ ตอบโจทย์เศรษฐกิจ กับศูนย์วิจัยกสิกรไทย: การลงทุนโรงแรมเริ่มคึกคัก...แต่กดดันการแข่งขันในตลาด

วันที่ : 30 มิถุนายน 2559
คอลัมน์ ตอบโจทย์เศรษฐกิจ กับศูนย์วิจัยกสิกรไทย: การลงทุนโรงแรมเริ่มคึกคัก...แต่กดดันการแข่งขันในตลาด

          วาริธร ศิริสัตยะวงศ์

           ผู้บริหารงานวิจัย บจก.ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

          การท่องเที่ยวไทยที่เติบโตอย่างโดดเด่น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในปี 2558  การท่องเที่ยว ของไทย สร้างเม็ดเงินสะพัดสู่หลายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวมีมูลค่าประมาณ 2.23 ล้านล้านบาท หนึ่งในหลายธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของการท่องเที่ยว คือ ธุรกิจโรงแรมและที่พัก ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติมีค่าใช้จ่ายด้านที่พัก คิดเป็นสัดส่วน 24% ของค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางท่องเที่ยว

          จากการรวบรวมข้อมูลโรงแรม 9 แห่ง ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ พบว่า ในปี 2558 ที่ผ่านมา รายได้เฉพาะจากการประกอบกิจการโรงแรมในไทยมีมูลค่า 34,880 ล้านบาท เติบโต 12.9% จากที่หดตัว 9.3% ในปี 2557 และในช่วงไตรมาสแรกของปี 2559 นี้ขยายตัวได้ 6.5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือมีรายได้ 10,684 ล้านบาท

          แม้ภาคการท่องเที่ยวจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ปัจจุบัน การทำธุรกิจโรงแรมมีความท้าทายมากขึ้น เห็นได้ว่ารายได้และ ผลกำไรของโรงแรมบางแห่งยังไม่สามารถกลับมาเทียบเท่าในปี 2556 ที่ปัญหาการเมืองภายในประเทศยังไม่รุนแรง จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปัจจุบันพึ่งพาตลาดเอเชีย เป็นสัดส่วนถึง 70% ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะมีระยะเวลาที่พำนักในไทย สั้นกว่านักท่องเที่ยวจากยุโรป และส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มระดับกลาง

          นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจโรงแรมและที่พักยังมี การลงทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากข้อมูลของ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ พบว่า ในปี 2558 การออก ใบอนุญาตก่อสร้างอาคารเพื่อ การโรงแรมในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักยังมีการลงทุนโรงแรมเพิ่มขึ้น อาทิ จ.เชียงใหม่ เพิ่มขึ้นถึง 102%  ขณะที่ จ.ภูเก็ตและจ.ชลบุรี เพิ่มขึ้น 43% และ 25% ตามลำดับ ทำให้อุปทานห้องพัก มีจำนวนเพิ่มขึ้น และหันมาสร้างแรงกดดันการแข่งขันในตลาดเพิ่มขึ้น สะท้อนได้จากอัตราการเข้าพักที่ลดลง

          ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2559 การเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 68% เทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2556 ที่ 70% ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมที่เปิดให้บริการมานานต้องทำการตลาดหนักขึ้น เพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาด อาทิ การปรับกลยุทธ์สู้กับโรงแรมเปิดใหม่อย่างการทำ โปรโมชั่นด้านราคา  แนวโน้มธุรกิจโรงแรมคงยากที่จะหลีกเลี่ยงการแข่งขันที่เข้มข้น ที่จะมาสร้างแรงกดดันในรายได้ การทำธุรกิจโรงแรมจะมีความ ซับซ้อนและหลากหลาย กลุ่มโรงแรมที่มีความหลากหลายในด้านของรายได้ยังคงความได้เปรียบในธุรกิจ   ผู้ประกอบการ อาจจะต้องคำนึงถึง อุปทานห้องพักในทำเลที่จะลงทุน การจับเทรนด์ของธุรกิจ อาทิ เน้นในกลุ่มระดับ 3 ดาว ที่คาดว่าอุปทานห้องพักในกลุ่มนี้จะเพิ่ม มากขึ้นในอีก 1-2 ปีข้างหน้า

          การจับเทรนด์การท่องเที่ยวที่จะเปลี่ยนไป เพื่อเป็นการสร้าง รายได้เพิ่มขึ้นและหลีกเลี่ยงการแข่งขันในตลาดที่เป็น Mass การพัฒนาโรงแรมจะมีในเรื่องของการตอบโจทย์กับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวแต่ละเจเนอเรชั่น (Generation) อาทิ กลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ในเรื่องของอาหารหรือการบริการรักษาสุขภาพเท่านั้น แต่รวมไปถึงการออกแบบที่พัก อุปกรณ์ที่ใช้ ในที่พักที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Green Hotel เป็นต้น

          นอกจากนี้ รูปแบบการลงทุนโรงแรมจะมาในรูปแบบของโรงแรมขนาดเล็ก ทั้งที่จับกลุ่มตลาดระดับบนและระดับกลางน่าจะกลับมาตอบโจทย์เทรนด์ของธุรกิจ ณ ขณะนี้ ด้วยความคล่องตัวใน การบริหารจัดการ และมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนรูปแบบ ในภายหลัง เป็นต้น เช่นเดียวกันในกลุ่มเชนโรงแรมทั้งเชนของไทย และต่างชาติก็มีการแข่งขันปรับปรุงการบริหารจัดการโรงแรมให้ได้ผลกำไรที่คุ้มค่ากับผู้ใช้บริการ

          "ธุรกิจโรงแรมยากที่จะหลีกเลี่ยงการแข่งขันที่เข้มข้น และกดดันรายได้'

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ