Loading

ภาษีบ้านคนรวยแค่ลดเหลื่อมล้ำ หวั่นผู้ซื้อตกใจตลาดรวมหดตัว

วันที่ : 11 มิถุนายน 2559
ภาษีบ้านคนรวยแค่ลดเหลื่อมล้ำ หวั่นผู้ซื้อตกใจตลาดรวมหดตัว

รัฐเก็บแน่ปี 60 ภาษีที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง กระทบบ้านคนรวยราคา 50 ล้านอัพ "สัมมา คีตสิน" ผอ.ศูนย์ข้อมูลฯ ธอส. ระบุบ้านราคา 50 ล้าน บาทมีไม่มาก เพราะส่วนใหญ่เป็นบ้าน สั่งสร้างเอง ด้าน "ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต" บมจ.พฤกษา ชี้แค่ลดความเลื่อมล้ำทางสังคม แต่โดยรวมจะทำให้ตลาดอสังหาฯ ชะลอตัวลงทันที เนื่องจากมีผลทางจิตวิทยากับผู้ซื้อโดยตรง

จากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2559 ที่มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวถึงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างว่าขั้นตอนต่อไปคือ เข้าสู่ขั้นตอนการจัดทำกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยก่อนหน้านี้ นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โดยหลักการกฎหมายฉบับดังกล่าวนี้แบ่งการจัดเก็บออกเป็น 4 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทแรก สำหรับผู้ที่มีที่อยู่อาศัยหลังเดียว ราคาไม่เกิน 50 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษี ขณะที่ราคาที่อยู่อาศัยตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป จะเสียภาษีโดยมีอัตราเพดานสูงสุดที่ 0.5% ด้านผู้ที่มีที่อยู่อาศัย หรือมีบ้านตั้งแต่ 2 หลังขึ้นไป จะเสียภาษีทันทีตั้งแต่บาทแรก โดยมีอัตราเพดานสูงสุดที่ 0.3%

ส่วนประเภทที่ 2 คือ กลุ่มพื้นที่เกษตรกรรม โดยมีอัตราเพดานสูงสุดที่ 0.2% กลุ่มที่ 3 สำหรับพาณิชย์ อุตสาหกรรม จะเสียภาษี โดยมีอัตราเพดานสูงสุดที่ 2% และกลุ่มที่ 4 คือ กลุ่มที่ดินรกร้าง ว่างเปล่าและไม่ใช้ประโยชน์ จะต้องเสียภาษีโดยมีอัตราเพดานสูงสุดที่  5% สำหรับในปีที่ 1-3 หลังจากนั้น หากไม่ได้มีการทำประโยชน์ในปีที่ 4-6 จะเก็บเพิ่มอีกเท่าตัว

ในเรื่องดังกล่าวนี้ นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักด์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ในด้านของผู้ประกอบการ เชื่อว่าไม่ได้มีผลอะไรกับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งที่ผ่านมา 3 สมาคม คือ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ได้ยื่นหนังสือขอให้ภาครัฐ ยกเว้นการเก็บภาษีบ้านที่มีมูลค่าไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่ง พ.ร.บ.ดังกล่าวฯ ที่ผ่าน ครม.ได้ระบุยกเว้นการเก็บภาษีบ้านที่มีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท สำหรับกรณีบ้านหลังที่สองนั้น มองว่าจะได้รับผลกระทบบ้างเล็กน้อย แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ ตลาดบ้านหลังที่สองจะปรับตัวไปเอง และอาจทำให้ผู้กำลังมองหาบ้านมือสอง ต้องคิดให้ดีว่าจะซื้อเพื่อทำอะไร ซื้ออยู่เอง หรือซื้อเพื่อปล่อยเช่า แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในกลุ่มของบ้านมือสองนั้น แม้ต้องเสียภาษี รวมถึงเสียค่าส่วนกลาง แต่ผู้ที่มีเงินออม แล้วนำเงินมาลงทุน อาจไม่สนใจกับภาษีที่ต้องเสียมากนัก

ขณะที่ในส่วนของที่รกร้างว่างเปล่า โดยส่วนตัวตนเห็นด้วยที่จะให้เก็บภาษี เนื่อง จากผู้ประกอบการต้องยอมรับว่า การซื้อที่ดินมาเก็บไว้เพื่อเป็นแลนด์แบงก์นั้น ต้องยอมเสียภาษี จึงเห็นชอบด้วยเหตุผลและหลักการ แต่สำหรับที่รกร้างว่างเปล่าที่ไม่สร้างประโยชน์ ควรเก็บภาษีซึ่งจะเป็นแรงกดดัน ให้นำที่ดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์ จึงแนะนำว่าสำหรับผู้ที่มีที่ดิน และปล่อยรกร้าง ควรนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นายอิสระ กล่าว

ด้าน นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า เข้าใจว่าอัตราการจัดเก็บภาษีฯ ดังกล่าว อาจจะต้องทำกฎหมายลูกอีกหลายฉบับประกอบการจัดเก็บ แต่ทั้งนี้เชื่อว่าจะไม่กระทบกับผู้ประกอบการ และตลาดอสังหาฯ โดยรวม เนื่องจากปัจจุบันจำนวนของโครงการที่อยู่อาศัยที่มีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาทมีไม่มาก โดยทั้งประเทศมีกว่า 300 ยูนิตเท่านั้น และในความเป็นจริงส่วนใหญ่บ้านที่ราคามากกว่า 50 ล้านบาท จะเป็นบ้านสั่งสร้างเองบนที่ดินของตนเอง ไม่ได้อยู่ในโครงการจัดสรร และในส่วนของที่ดินว่างเปล่า มองว่าเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการ เชื่อว่าจะมีคนนำที่ดินออกมาขายมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการมีที่ดินเลือกพัฒนาโครงการมากขึ้น

"การจัดเก็บภาษีครั้งนี้ เชื่อว่าจะไม่กระทบผู้บริโภคโดยส่วนใหญ่ และจะไม่กระทบผู้ประกอบการ เพราะว่าผู้บริโภคที่มีบ้าน 50 ล้านบาทนั้นมีน้อยมาก แม้กระทั่งสินค้าที่มีอยู่ก็มีไม่มาก แล้วคนที่อาศัยที่มีบ้านอยู่แล้วส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในบ้านจัดสรร หากเป็นคอนโดฯ ตารางเมตรละ 300,000 บาท ไม่ใช่ตลาดของคนทั่วไป ที่ดินเปล่ามีประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ" นายสัมมา กล่าว

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวที่ออกมานั้น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้บางส่วน แต่ขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ซึ่งมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ (จีดีพี) 12-13% โดยในส่วนของความต้องการซื้อนั้น อาจได้รับผลกระทบทางจิตวิทยาทันที โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุน และกลุ่มผู้ซื้อบ้านมือสอง ซึ่งปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปตามการคมนาคม นั่นคือ กลุ่มที่มีบ้านอยู่ตามชานเมือง จะหันมาซื้อคอนโดมิเนียมในแนวรถไฟฟ้า หรืออยู่กลางเมือง ที่มีสัดส่วนกว่า 60-70% ของตลาดรวม ที่จะต้องมีภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้นในระยะยาว

ทั้งนี้ เพราะช่วงที่ผ่านมา ดอกเบี้ยอยู่ระดับต่ำมาเป็นเวลานาน ทำให้ผู้บริโภคหันมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก แต่หากขึ้นภาษีฯ จะทำให้กลุ่มเหล่านี้มีภาระทันที โดยเฉพาะบ้านหลังที่สอง ซึ่งต้องรอดูอีกทีว่า รัฐบาลจะมีบทเฉพาะกาลในการผ่อนผัน หรือให้เวลาเพื่อปรับตัวอย่างไรบ้าง รวมทั้งรอดูผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างแท้จริงด้วย ที่สำคัญประชาชนที่ซื้อบ้านหลังที่ 2 นั้น ได้เสียภาษีเงินได้มาแล้วครั้งหนึ่ง และนำเงินรายได้ของตนเองมาซื้ออสังหาฯ เก็บไว้ครอบครอง ก็ยังต้องมาเสียภาษีฯ อีก และเป็นอัตราที่ต้องเสียทุกปี จะทำให้ภาพรวมอสังหาฯ ชะงักไปในช่วงที่เหลือของปีนี้ หลังจากที่ไตรมาสแรกที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาฯ มีส่วนช่วยดันจีดีพี ให้โตได้ถึง 3.2% จากมาตรการกระตุ้นภาค อสังหาฯ ของภาครัฐเอง

ส่วนด้านความต้องการขายนั้น อาจจะทำให้ผู้ที่มีที่ดินเปล่า ไม่ได้ใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะที่ดินแปลงใหญ่ๆ ถูกนำออกมาขายเปลี่ยนมือมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการ อสังหาฯ หาซื้อที่ดินเพื่อนำมาพัฒนาโครงการต่างๆ ได้สะดวกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เห็นว่าหากกำหนดใช้พ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว รัฐบาลจะต้องปรับโครงสร้างภาษีค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง ภาษีเงินได้ส่วนบุคคล และภาษีเงินได้นิติบุคคลใหม่ ในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับอสังหาฯ เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผล กระทบจากภาษีตัวใหม่นี้มากนัก นายประเสริฐ กล่าวในที่สุด

อย่างไรก็ตาม นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวนี้ยังเป็นแค่ร่างกฎหมาย อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในชั้นการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2560

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ