Loading

หาดใหญ่-ภูเก็ตลุ้นรถไฟฟ้าสนข.ลั่นพร้อมสุดปี61ดันที่พุ่ง

วันที่ : 12 พฤษภาคม 2559
หาดใหญ่-ภูเก็ตลุ้นรถไฟฟ้าสนข.ลั่นพร้อมสุดปี61ดันที่พุ่ง

สนข.ฟันธง "หาดใหญ่-ภูเก็ต" ได้ประเดิมรถไฟฟ้าหัวเมืองหลัก ตอกเสาเข็มเริ่มโครงการปี 2561 ก่อสร้าง 4 ปีพร้อมเปิดให้บริการ หาดใหญ่คืบหน้าสุดโครงการเข้าขั้นตอนอีไอเอแล้ว ส่วนภูเก็ตถึงกลับมาปรับแบบ ยกระดับรางสูง 11 เมตร เข้าเชื่อมเทอมินัลสนามบินใหม่ ด้านท้องถิ่นขอนแก่นพร้อมลุยเองส่งศึกษาออก แบบแล้วอาจเป็นม้ามืด แลนด์ลอร์ดภูธรส้มหล่นดันราคาขยับ 3 เท่า

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ตามที่สนข. กำหนดแผนระบบขนส่งมวลชนทางรางในเมืองหลัก 5 จังหวัด ประกอบด้วย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น และนครราชสีมา โดยว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาและมหาวิทยาลัยแต่ละจังหวัดศึกษาที่มีข้อสรุปล่าสุดแล้ว คือที่ภูเก็ตรูปแบบจะเป็นรถไฟฟ้าแบบรางเบา(ไลต์เรล) เพื่อขนคนในแถบชานเมืองเข้าสู่ตัวเมือง ส่วนที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รูปแบบจะเป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (โมโนเรล) ที่ให้บริการเฉพาะในเมือง  ส่วนจังหวัดที่เหลือยังอยู่ในขั้นตอนศึกษา คาดต้นปี 2560 จะสรุปได้ทั้งหมดว่ารูปแบบเป็นอะไร อย่างไรก็ดีในกรณีระบบขนส่งมวลชนของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเบื้องต้นท้องถิ่นจะระดมทุนเพื่อก่อสร้างเอง ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นกำลังศึกษาออกแบบอยู่  ซึ่งรูปแบบที่ต้องการจะเหมือนกับภูเก็ตและหาดใหญ่

แหล่งข่าวจากสนข.เสริมว่า ตามแผนรถไฟฟ้าภูเก็ตและหาดใหญ่ จะลงมือก่อสร้างพร้อมกันในปี 2561 แล้วเสร็จเปิดให้บริการปี 2564 ซึ่งทั้ง 2 พื้นที่ผ่านกระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียเรียบร้อยแล้ว ส่วนใหญ่จะเห็นด้วย โดยเฉพาะ โครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลหาดใหญ่ ที่ผลักดันโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.สงขลา) มีความก้าวหน้าไปมาก ขณะนี้ขั้นตอนออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างขออนุญาตทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ ที่สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ผ่านไป 2 เดือน

ส่วนโครงการไลต์เรลภูเก็ต ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับแบบใหม่ เพื่อให้สอดรับกับการขยายสนามบินภูเก็ตใหม่ ซึ่งจะเป็นส่วนของอาคารโดยสารและอาคารจอดรถ ดังนั้นจึงต้องปรับแบบให้เป็นทางแบบยกระดับสูง 10-11 เมตร เชื่อมเข้าตัวอาคาร ซึ่งงบจะสูงขึ้นจากเดิมที่จะเป็นรางระดับพื้นดิน ส่วนการก่อสร้างเบื้องต้นได้เจรจากับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ให้เป็นผู้ดำเนินการ

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่าสำหรับแนวสายทางโมโนเรลหาดใหญ่ (ระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยวขบวนรถเป็นแบบคร่อมราง)ระยะทาง 12.54 กิโลเมตร มี 12 สถานี จะวางตอม่อบนเกาะกลางของถนนกาญจนวนิช และถนนเพชรเกษม ซึ่งมีเขตทาง 30-40 เมตร เริ่มจากสถานีคลองหวะ สถานีขนส่งหาดใหญ่ (เซ็นทรัล) สถานีคลองเรียน สถานีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (สถานีม.อ.) สถานีคลองหงส์ สถานีราชยินดี (บิ๊กซี) สถานีหาดใหญ่วิทยาลัย สถานีน้ำพุ สถานีตลาดกิมหยง สถานนีชุมทางรถไฟหาดใหญ่ สถานีหาดใหญ่ในและสถานีรถตู้ ที่จะเป็นจุดเชื่อมไปยังสนามบินหาดใหญ่ ความยาวประมาณ 20 กิโลเมตร

ขณะที่ระบบขนส่งมวลชนไลต์เรลภูเก็ต ระยะทาง 60 กิโลเมตร มี 23 สถานี จุดเริ่มต้นโครงการอยู่ที่บริเวณสถานีรถไฟท่านุ่น จังหวัดพังงา เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางจากระบบรถไฟ ที่ร.ฟ.ท.มีแผนจะตัดเส้นทางใหม่จากสุราษฎร์ธานีลงมา จากนั้นแนวเส้นทางมุ่งสู่ท่าฉัตรไชย จังหวัดภูเก็ต โดยใช้สะพานสารสิน ไปตามทางหลวงหมายเลข 402 (ถนนเทพกระษัตรี ) โดยก่อสร้างบนเกาะกลางถนน จนถึงทางแยกทางหลวงชนบทภก.3033 ซึ่งเป็นเส้นทางไปยังหาดไม้ขาว โดยมุ่งหน้าไปตามทางหลวงหมายเลข402 (ถนนเทพกระษัตรี) เลี้ยวขวาเข้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ตามทางหลวงหมายเลข 4026 และออกตามเส้นทางเดิมกลับมาบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 402 ตรงไปจนถึงแยกถนนดอนจอมเฒ่า จากนั้นแนวเส้นทางจะไปตามทางหลวงหมายเลข 402 จนไปบรรจบกับสามแยกบางคู และตรงไปทางทิศใต้ตามแนวถนนเทพกระษัตรี เข้าสู่ตัวเมืองเทศบาลนครภูเก็ต จนถึงแยกถนนรัษฏา ตรงไปตามถนนภูเก็ต แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนศักดิเดชน์ ไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 4021 (ถนนเจ้าฟ้าตะวันออก) มุ่งหน้าห้าแยกฉลอง รวมระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร

ต่อโครงการนี้นายสุรชัย ชัยวัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ตกล่าวว่า หากรถไฟฟ้าเกิดขึ้นจะส่งผลต่อราคาที่ดินรอบสถานีและแนวถนนรถไฟฟ้าผ่าน เช่น บริเวณห้าแยกฉลอง ที่ติดถนนปัจจุบันราคา 10-30 ล้านบาทต่อไร่ แต่เนื่องจากภูเก็ตถูกควบคุมความสูงตามกฎหมายผังเมืองและกฎหมายสิ่งแวดล้อม สร้างอาคารสูงได้ไม่เกิน 23 เมตรหรือ 7 ชั้น ราคาที่ดินก็จะขยับแค่ 2-3 เท่า หรือ 40-50 ล้านบาทต่อไร่ แต่หากสามารถปลดล็อกผังเมือง ตามที่หอการค้าฯผลักดันกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้สร้างอาคารสูงได้ 10-20 ชั้น เหมือนกรุงเทพมหานครราคาที่ดินก็จะขยับขึ้น 70-80 ล้านบาทหากมีรถไฟฟ้าผ่าน

ด้านนายสมพร สิริโปราณานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ชั่วโมงนี้เมืองหาดใหญ่รถติดมากนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียมาท่องเที่ยวประเทศไทย  ปี 2558 รวม 4 ล้านคน แต่มาที่หาดใหญ่ถึง 2.3 ล้านคน ส่งผลทำให้แออัดมาก ขณะเดียวกันหาดใหญ่ไม่มีถนนวงแหวนรอบ 2 รอบ 3 ทำให้ความเจริญกระจุกอยู่ที่หาดใหญ่ที่เดียว อย่างไรก็ดี เมื่อมีโมโนเรลเข้ามาเชื่อมระหว่างใจกลางเมืองหาดใหญ่กับสนามบินทำให้สะดวกขึ้น และทำที่จอดรถบริเวณสนามบินรองรับเพียงพอ สำหรับราคาที่ดินแน่นอนว่าจะขยับสูงขึ้น โดยเฉพาะบริเวณสถานีคลองหวะ จะอยู่ชานเมืองหาดใหญ่ ปัจจุบันราคา 15-20 ล้านบาท หากโมโนเรลมาราคาจะขยับขึ้น 30-40%

ขณะที่นายธีระศักดิ์ ธีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่นกล่าวว่า ต้องการรูปแบบโมโนเรลหรือไลต์เรลมากกว่า บีอาร์ที เพื่อแก้ปัญหาจราจร และขณะนี้ โครงการอยู่ระหว่างศึกษาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) คาดว่าจะแล้วเสร็จต้นปี 2560 และเอกชนในจังหวัดจะลงขันก่อสร้างเอง โดยใช้วิธีระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ แนวสายทางเริ่มจากบริเวณแยกตำบลสำราญ-ท่าพระเจ้าตากสินมหาราช ระยะ ทาง 26 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะแรกจะอยู่ในเมือง ซึ่งจะมีห้างโลตัส แม็คโคร เซนทรัล ฯลฯ โดยราคาที่ดินบริเวณจุดเริ่มต้นสถานีตำบลสำราญ ราคาไร่ละ 20 ล้านบาท หากมีการก่อสร้างคาดจะขยับหลายเท่าตัว

ด้านนายสมิง ยิ้มศิริ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่นกล่าวว่า นับเป็นผลดี จะช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นและมูลค่าที่ดินขยับสูงขึ้นอย่างแน่นอนโดยเฉพาะการเกิดย่านพาณิชยกรรมสำคัญๆ

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ