Loading

เปิดลงทุนที่ดินรถไฟจตุจักรวางโมเดลเชื่อมศูนย์บางซื่อ

วันที่ : 23 เมษายน 2559
เปิดลงทุนที่ดินรถไฟจตุจักรวางโมเดลเชื่อมศูนย์บางซื่อ

สนข.เปิดเวทีถกร่วมเอกชนหารือแผนพัฒนาพื้นที่ ร.ฟ.ท. โซนดี บริเวณจตุจักร วงเงินลงทุนกว่า 2 หมื่นล้าน ก่อนเคาะรูปแบบเสนอคมนาคม ก.ค.นี้ ชูโมเดลเชื่อมโยงโครงข่ายระบบรางสถานีกลางบางซื่อในอนาคต เอกชนเสนอขยายสัมปทานยาว 99 ปี

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในการสัมมนาทดสอบความสนใจนักลงทุน (Market Sounding)โครงการออกแบบรายละเอียดศูนย์กลางคมนาคมพหลโยธินว่า ต้องการรับฟังความเห็นทางเอกชนถึงแนวทางพัฒนาพื้นที่โซนดี บริเวณจตุจักร ข้างเจเจมอลล์ และไอ สแควร์ จำนวน 83ไร่ วงเงินลงทุนกว่า 2หมื่นล้านบาท ว่าควรเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์รูปแบบใด เพื่อมอบให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สรุปข้อมูลเสนอกระทรวงให้แล้วเสร็จในเดือน ก.ค. นี้ ก่อนส่งไปยังคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) พิจารณาต่อไป และเริ่มดำเนินการได้ระหว่างปี 2562-2564 เพื่อเปิดให้บริการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในปี 2565-2566

สำหรับสถานีกลางบางซื่อปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างพร้อมกับรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต คาดว่าจะเปิดให้บริการอย่างช้าสุดประมาณปี2562 ตามแผนงานจะกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งสาธารณะที่สำคัญของกรุงเทพฯ แทนหัวลำโพง ซึ่งจะให้บริการทั้งรถไฟ รถไฟฟ้า และรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) อีกทั้งยังจะเชื่อมต่อการเดินทางกับบริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเชื่อมต่อการเดินทางมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ชูโมเดลเชื่อมโครงข่ายระบบราง

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ รองผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่าก่อนหน้านี้ สนข.ได้ศึกษาการพัฒนาพื้นที่ศูนย์พหลโยธินโดยจะพัฒนาเป็นพื้นที่ใต้ดิน แต่เนื่องจากวงเงินลงทุนสูงกว่าแสนล้านบาท และพบว่าไม่มีเอกชนสนใจเข้ามาลงทุนจึงหันมาศึกษาพื้นที่โซนดีดังกล่าวแทน ซึ่งรายละเอียดจากการรับฟังความเห็นครั้งนี้จะนำสรุปเพื่อเสนอกระทรวงคมนาคม สำหรับรูปแบบการลงทุนเบื้องต้นจะเปิดให้เอกชนลงทุนเองทั้งหมด ทั้งพื้นที่เชิงพาณิชย์ สกายวอล์ค และระบบรถโดยสารด่วนพิเศษ (บีอาร์ที)

เบื้องต้นพื้นที่ดังกล่าวน่าจะมีการลงทุนเป็นศูนย์การค้าและโรงแรมต่างๆ โดยในพื้นที่จะมีระบบการขนส่งรองหรือระบบบีอาร์ทีเชื่อม ซึ่งพื้นที่โซนดีจะเกิดได้เมื่อการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ศึกษาพัฒนาพื้นที่โซน เอ และโซนบี ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน เนื่องจาก ร.ฟ.ท. มีพื้นที่ที่ต้องพัฒนากว่า 2,000ไร่ หากพื้นที่โซนเอ สามารถเกิดได้โครงการอื่นๆ ก็จะเกิดตามมา

ทั้งนี้ พื้นที่ศูนย์คมนาคมพหลโยธินมีทั้งสิ้น 2,325ไร่ ประกอบไปด้วย พื้นที่สถานีกลางบางซื่อ สวนสาธารณะ โครงการกม.11และพื้นที่ย่านตึกแดง ในอนาคตเมื่อการพัฒนาบริเวณศูนย์พหลโยธินแล้วเสร็จ จะส่งผลให้พื้นที่บริเวณสถานีกลางบางซื่อ เป็นศูนย์กลางการเดินทางด้วยระบบรางแห่งใหม่ของประเทศ รวมทั้งเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่ทันสมัย รองรับการเดินทางด้วยระบบรางทุกประเภท ทั้งรถไฟฟ้าสายสีแดง รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ รถไฟความเร็วสูง

เอกชนแนะขยายสัมปทาน99ปี

นายอธิป พีชานนท์ กรรมการ บริษัทศุภาลัย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่าในฐานะเอกชนต้องการให้มีการปรับผังเมืองรวมบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับการลงทุนที่จะเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้มีปัญหาในการก่อสร้างตึก อาคารต่างๆ ต้องตั้งกรอบระยะเวลาการดำเนินโครงการให้ชัดเจน การทำทางเชื่อมระหว่างอาคารเพื่อความสะดวก รวมทั้งต้องการให้ขยายอายุสัมปทานถึง 99ปี เหมือนมาเลเซียและสิงคโปร์เพื่อจูงใจนักลงทุน เพราะ 30ปีคงไม่เพียงแน่นอน

นอกจากนี้เสนอให้เปลี่ยนชื่อสถานีกลางบางซื่อใหม่ เป็น แบงก์คอก เมน สเตชั่น (Bangkok main station)เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์การขนส่งของกรุงเทพฯ ที่ชัดเจน

นายอธิป กล่าวอีกว่านอกจากการทำทางเชื่อมในลักษณะของสะพานจากสถานีกลางบางซื่อไปสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต ควรมีพื้นที่เชิงพาณิชย์เพื่อจูงใจให้มีคนเดินตลอดระยะทาง2กิโลเมตร และเป็นการประหยัดงบประมาณของรัฐด้วย เพราะในต่างประเทศทางเอกชนจะลงทุนเอง โดยรัฐได้ทางเชื่อมฟรี

"ยืนยันว่าเรื่องวงเงินการลงทุนนั้นภาคเอกชนไม่มีปัญหา หากพิจารณาแล้วมีความมั่นใจ ก็จะมีทั้งคนไทยและต่างชาติเข้ามาลงทุนแน่นอน"

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ