Loading

เจ.ดี.พูลส์ เล็งบุกกัมพูชา-ฟิลิปปินส์-อินโดฯ

วันที่ : 16 เมษายน 2559
เจ.ดี.พูลส์ เล็งบุกกัมพูชา-ฟิลิปปินส์-อินโดฯ

นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท เจ.ดี.พูลส์ ผู้ผลิตและจำหน่ายสระว่ายน้ำ เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดรับสร้างสระว่ายน้ำในไทยปี 2559 ว่า มีมูลค่ารวมประมาณ 5,000 ล้านบาท และเชื่อว่าตลาดยังคงมีแนวโน้มเติบโต แต่อาจไม่หวือหวามากนัก เนื่องจากผู้บริโภคและนักลงทุนบางกลุ่มยังมีความระมัดระวังการลงทุน และรอดูสถานการณ์เศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตามบริษัทมองว่าตลาดสระว่ายน้ำยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี เนื่องจากสระว่ายน้ำกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งที่บ่งบอกความทันสมัย สะท้อนถึงฐานะ ประกอบกับเทรนด์การดูแล สุขภาพยังมาแรง จึงส่งผลดีต่อตลาดสระว่ายน้ำอย่างมาก นอกจากนี้ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งโรงแรม รีสอร์ท และโครงการพักอาศัย ก็จำเป็นต้องมีสระว่ายน้ำเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ เพื่อยกระดับโครงการให้มีความเป็นพรีเมียม และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการอีกทางหนึ่ง

          นอกจากนี้ปัจจัยบวกอีกประการที่เอื้อต่อการเติบโตของตลาดสระว่ายน้ำคือ ปัจจุบันราคาของสระว่ายน้ำถูกลงกว่าในอดีต และธนาคารจัดหมวดหมู่สระว่ายน้ำเป็นของตกแต่งบ้าน ผู้บริโภคสามารถกู้เพื่อสร้างสระพร้อมบ้านได้ด้วย ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของสระว่ายน้ำได้ง่ายขึ้น

ในส่วนของบริษัทนั้นช่วง 3 ปีที่ผ่านมาได้มีการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ จากเดิมที่เป็นผู้นำเข้าสระว่ายน้ำและอุปกรณ์เพื่อจำหน่าย ซึ่งในปี 2557 ได้พัฒนาธุรกิจสู่การเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเอง โดยก่อสร้างโรงงานเพิ่มบนพื้น 12 ไร่ ในภูเก็ต เพื่อ ขยายกำลังการผลิตและเป็นสถาบันสอนธุรกิจสระว่ายน้ำ ด้วยงบลงทุน กว่า 200 ล้านบาท ส่งผลให้ในปี 2558 สามารถผลิตได้ 1,000-1,200 สระ จากกำลังผลิตทั้งหมด 1,500-2,000 สระต่อปี พร้อมปรับรูปแบบขยายสาขามาเป็นระบบแฟรนไชส์ ปัจจุบันมี 19 สาขา เป็นสาขาที่บริษัทลงทุนเอง 5 สาขา โดยในปี 2559 มีแผนขยายสาขาด้วยระบบแฟรนไชส์อีก 4-5 สาขา

ส่วนตลาดต่างประเทศ จะขยายฐานลูกค้าเพิ่มอีกอย่างน้อย 3 ประเทศ คือ กัมพูชา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย จากปัจจุบัน ส่งออกกว่า 20 ประเทศ และมีโชว์รูมใน 6 ประเทศ 9 โชว์รูม ได้แก่ เมียนมา ในเมืองย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ เนปิดอว์, สปป.ลาว ในเมืองเวียงจันทน์, เวียดนาม ในเมืองโฮจิมินห์, อินเดีย, โมร็อกโก และอียิปต์

นอกจากนี้ยังขยายไลน์สินค้าให้กว้างขึ้น โดยนำเสนอสินค้า ใหม่ๆ สู่ตลาด เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าใหม่และเพิ่มยอดขายในกลุ่มลูกค้าเดิม เช่น หุ่นยนต์ทำความสะอาดสระว่ายน้ำ ผ้าปิดคลุมสระว่ายน้ำเพื่อความปลอดภัย การออกแบบสระว่ายน้ำลายกระเบื้อง เป็นต้น อย่างไรก็ตามปี 2559 นี้บริษัทตั้งเป้ายอดขาย เติบโต 20% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท จากปี 2558 ที่ทำยอดขายได้กว่า 800 ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

 

 

 

ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ