Loading

เชื่อมั่นอสังหาฯไตรมาสแรกฟื้น ห่วงสิ้นมาตรการรัฐตลาดชะลอ-ราคาคอนโดยังขยับ

วันที่ : 12 เมษายน 2559
เชื่อมั่นอสังหาฯไตรมาสแรกฟื้น ห่วงสิ้นมาตรการรัฐตลาดชะลอ-ราคาคอนโดยังขยับ

ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ประจำไตรมาส 1 ปี 2559 ที่สำรวจจากผู้ประกอบการจำนวน 168 บริษัท โดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ อยู่ที่ระดับ 55.9 สูงกว่าค่ากลางของดัชนีที่ระดับ 50 และปรับเพิ่มจากไตรมาส 4 ปี 2558 ที่ดัชนีมีค่าเท่ากับ 54.6 สะท้อนว่าผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการโดยภาพรวมมีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันเพิ่มขึ้น จากมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มประกาศใช้ในไตรมาส 4 ปี 2558 โดยคาดหวังว่ากระแสตอบสนองของผู้ซื้อต่อมาตรการจะอยู่ในระดับสูงในช่วง 2-3 เดือนสุดท้ายของมาตรการ ทำให้ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นทั้งในด้านยอดขาย ต้นทุนและการเปิดโครงการใหม่หรือเฟสใหม่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อแยกประเภทผู้ประกอบการ พบว่า ผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed) มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นสูงกว่าผู้ประกอบการที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียน (Non-Listed) โดยผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนมีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันเท่ากับ 65.9 ซึ่งสูงขึ้นกว่าระดับ 63.6 ในไตรมาสก่อนหน้า และผู้ประกอบการที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียน (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายกลางและรายย่อย) มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันเท่ากับ 46.0 ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 45.5 ในไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังต่ำกว่าค่ากลาง (ค่ากลางเท่ากับ 50)

อย่างไรก็ตาม ดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนหน้า (Expectations Index) ประจำไตรมาส 1/2559 มีค่าเท่ากับ 64.4 ปรับลดลงจากไตรมาส 4 ปี 2558 ที่มีค่าเท่ากับ 67.2 โดยเมื่อแยกประเภทผู้ประกอบการ พบว่า ผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีค่าดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้าเท่ากับ 71.9 ปรับลดลงมากจากระดับ 77.8 ในไตรมาสที่แล้ว ส่วนผู้ประกอบการที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียน มีค่าดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้าเท่ากับ 56.9 ซึ่งค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับ 56.6 ในไตรมาสที่แล้ว

"ผู้ประกอบการซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนมองว่าเมื่อมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองยุติลง ตลาดอาจชะลอลงตามไปด้วย โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 ปี 2559นายสัมมา กล่าว

ศูนย์ข้อมูลฯ ระบุว่า ดัชนีราคาห้องชุดรวมทุกระดับราคา ประจำไตรมาส 1 ปี 2559 ในกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2558 โดยเมื่อแยกพิจารณาแต่ละช่วงระดับราคา พบว่า ห้องชุดที่มีระดับราคาไม่เกิน 50,000 บาท/ตารางเมตร ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9, ห้องชุดที่มีระดับราคา 50,001-80,000 บาท/ตารางเมตร ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3, ห้องชุดที่มีระดับราคา 80,001-120,000 บาท/ตารางเมตร ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.6 และห้องชุดที่มีระดับราคามากกว่า 120,000 บาท/ตารางเมตร ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8 ซึ่งพื้นที่ที่ราคาห้องชุดปรับเพิ่มขึ้นมากในกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ 5 ลำดับแรก ได้แก่ สุขุมวิทตอนต้น พญาไท-ราชเทวี สุขุมวิทตอนปลาย นนทบุรี และสีลม-สาทร-บางรัก

ส่วนดัชนีราคาบ้านเดี่ยว ประจำไตรมาส 1 ปี 2559 ในกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2558 แยกรายละเอียดเป็น ดัชนีราคาบ้านเดี่ยว ในกรุงเทพฯ ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4, ดัชนีราคาบ้านเดี่ยว ในนนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9

ขณะที่ดัชนีราคาทาวน์เฮ้าส์ ประจำไตรมาส 1 ปี 2559 ในกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2558 แยกรายละเอียดเป็น ดัชนีราคาทาวน์เฮ้าส์ ในกรุงเทพฯ ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 และดัชนีราคาทาวน์เฮ้าส์ ในนนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6

ด้าน นายพิศาล ธรรมวิเศษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีดี เฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกที่ผ่านมา ความต้องการสร้างบ้านและกำลังซื้อผู้บริโภค ส่งสัญญาณขยายตัวดีขึ้น สวนทางภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวจริง แต่ในช่วง 9 เดือนข้างหน้า ยังเป็นกังวลกับทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและตลาดอสังหาฯ ภายใต้โครงการบ้านประชารัฐ ที่ดูเหมือนว่ามาตรการครั้งนี้ กลุ่มบ้านสร้างเองหรือ ธุรกิจสร้างบ้านจะได้รับอานิสงส์ด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ราคาบ้านรวมค่าที่ดินแปลงที่จะปลูกสร้างต้องไม่เกิน 1.5 ล้านบาทซึ่งในทางปฏิบัติแทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะว่าที่ดินแปลงที่จะใช้ปลูกสร้างบ้านนั้น อย่างน้อยต้องมีขนาด 40 ตารางวาขึ้นไป (มีระยะเว้นโดยรอบตามกฎหมายกำหนด) เฉพาะราคาค่าที่ดินเฉลี่ยตารางวาละ 1.5-3 หมื่นบาท (ในเขตกรุงเทพฯ รอบนอกและปริมณฑล) ก็เกือบเต็มวงเงินให้กู้ยืมแล้ว หรือเหลือวงเงินไม่พอกับค่าก่อสร้างบ้าน ดังนั้นในความเป็นจริงโครงการบ้านประชารัฐ จึงไม่ได้เอื้อต่อธุรกิจสร้างบ้านแต่อย่างใด

 ในปี 2559 นี้ตลาดรับสร้างบ้านหรือกำลังซื้อภาคใต้ปรับตัวดีขึ้นมาก หลังจากที่กำลังซื้อชะลอตัวมานานเกือบ 2 ปี ขณะที่กำลังซื้อในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังซึมๆ ส่งผลให้ผู้ประกอบการแข่งขันราคากันรุนแรงนายพิศาล กล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ