Loading

ทุนใหญ่ปรับแผนเพิ่มรายได้รับมืออสังหาฯเปลี่ยนยุค

วันที่ : 1 มีนาคม 2559
ทุนใหญ่ปรับแผนเพิ่มรายได้รับมืออสังหาฯเปลี่ยนยุค

กัญสุชญา สุวรรณคร

แนวโน้มการแข่งขันของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เปลี่ยนไป ไม่จำกัดกรอบอยู่แค่ผู้ประกอบการรายเดิม จากเดิมมี 9 บริษัทรายใหญ่ครองส่วนแบ่งการตลาดกว่า 2 แสนล้านบาท  แต่วันนี้การแข่งขันที่รุนแรง จะรุนแรง ยิ่งขึ้น เมื่อมีคู่แข่งรายใหม่ที่มีทุนหนาจากธุรกิจอื่น อย่าง กลุ่มเบียร์สิงห์ เบียร์ช้าง  ซีพีเอ็น ซึ่งมีความเคลื่อนไหวในการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ชัดเจนจาก 4-5 ปีที่ผ่านมาพร้อมด้วย" อาวุธ" ครบเครื่อง การพัฒนาที่หลากหลายครบวงจร ทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน สร้างความ ได้เปรียบกว่าผู้ที่พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว

การแข่งขันรุนแรงขึ้น แต่กำลังซื้อ หายไป จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว  การปฏิเสธสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ และสต็อกที่อยู่อาศัยพร้อมอยู่ที่ยังมีจำนวนมาก ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2558 จากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์  มีสต็อกเหลือขาย 1.35 แสนยูนิต ส่วนบริษัท เอเจนซี ฟอเรียลเอสเตท แอฟเฟร์ส ระบุว่ามีสต็อกเหลือขาย 1.7 แสนยูนิต ดังนั้น  การเติบโตของบริษัทใหญ่เดิม เป็นไปอย่างยากลำบาก ด้วยฐานรายได้ที่สูงแล้ว จึงต้องมองหาช่องทางสร้างรายได้อื่นมาเพิ่มเติม เพื่อให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ต้องคำนึงถึงเรื่องผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น ทั้งด้านรายได้และกำไร

:ทุนใหม่"อาวุธ"หลากหลาย

ทั้งนี้ เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวการ ปรับตัวของบริษัทรายใหญ่ เพื่อรับมือการเข้ามาของทุนใหญ่รายใหม่ รวมถึงพฤกษา  เบอร์ 1 ของตลาดยังต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ด้วยการประกาศขอถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมกับการจัดตั้ง บริษัท โฮลดิ้ง ภายใต้ชื่อบริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง การปรับตัวเริ่มให้มีเห็นมาก่อนหน้านี้ ตั้งแต่การแสวงหาพันธมิตรร่วมลงทุน  มีทั้งการร่วมทุนกับพันธมิตรต่างชาติ ทั้งญี่ปุ่น และจีน มาแล้ว เช่น บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) ร่วมทุนกับบริษัทในกลุ่มมิตซุย ฟูโดซัน จากญี่ปุ่น ,บริษัท เอพี(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ร่วมทุนกับ มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป จากญี่ปุ่น บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเมนต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมทุนกับกลุ่มบริษัท ควีนแลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาฯรายใหญ่ของประเทศจีน เพื่อร่วมพัฒนาโครงการ "มิกซ์ยูส" ที่จอมเทียน พัทยา, บริษัท  ชาญอิสสระ จำกัด (มหาชน) ร่วมทุนกับกลุ่มจุนฟา บริษัทอสังหาฯ ของจีน พัฒนาโครงการ บาบาบีช คลับ ที่จ.พังงา และ กลุ่มเทียน หยวน บริษัทรับเหมาก่อสร้าง รายใหญ่ของจีน พัฒนาคอนโดมิเนียม  ใน จ.เชียงใหม่

นอกจากนี้ มีความร่วมมือผนึกกำลังข้ามธุรกิจ ได้แก่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ร่วมทุนกับบีทีเอส ในสัดส่วน 50:50 บริษัท แมกโนเลีย ไฟน์เนสท์  ในเครือของเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมทุนกับกลุ่มสยามพิวรรธน์ พัฒนาโครงการไอคอน สยาม บนถนนเจริญนคร

การปรับตัวของบริษัท พฤกษา สะท้อนได้เป็นอย่างดี ว่าแม้แต่บริษัทใหญ่ยังต้องปรับตัว รับการแข่งขันกับทุนใหม่

:เพิ่มรายได้อสังหาฯเพื่อเช่า

ทองมา วิจิตรพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจใหม่ๆ ที่สามารถสร้างรายได้ประจำ (Recurring income) ให้กับบริษัทได้อย่างสม่ำเสมอ จากปัจจุบันบริษัทมี รายได้จากการขายอสังหาฯ เพียงอย่างเดียว ทำให้มีความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจมากขึ้น และสามารถจำกัดขอบเขตและบริหารแต่ละธุรกิจได้  โดยบริษัทภายใต้บริษัทโฮลดิ้งนั้น จะมีทั้งบริษัทที่โฮลดิ้งลงทุนเอง และเป็นบริษัทที่มีการร่วมทุน ซึ่งจะเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนั้นๆ ทั้งในและต่างประเทศ แต่จะเน้นการลงทุนในประเทศเป็นหลัก ทำให้ระยะยาวบริษัทจะมีเสถียรภาพด้านรายได้และกำไร รองรับภาวะที่เศรษฐกิจผันผวน โดยจะมีการพัฒนาที่อยู่อาศัยผ่านพฤกษาเรียลเอสเตทเพื่อขายเป็นธุรกิจหลัก และจะขยายธุรกิจอื่นที่สร้างรายได้จากการเช่าหรือรายได้ประจำ

"การปรับโครงสร้างกิจการครั้งนี้  เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทในอนาคต ตอนนี้พฤกษา ยังแข่งขันได้ดี แต่มองว่าบริษัทยังมีโอกาสในการเติบโตจากธุรกิจอื่นๆ ด้วย ต้องยอมรับว่ามีกลุ่มทุนที่ เข้ามาใหม่ในธุรกิจอสังหาฯ อย่างเช่น  กลุ่มเบียร์สิงห์ กลุ่มเบียร์ช้าง ทำให้เรา ต้องปรับตัว แม้เราจะครองมาร์เก็ตแชร์ในกรุงเทพฯและปริมณฑล แต่ธุรกิจคอนโด มาร์เก็ตแชร์ เราลดลงอย่างเห็นได้ชัดมา อยู่ที่ 5%" อีกแนวทางการปรับตัวของรายใหญ่เดิม การขยายธุรกิจอสังหาฯเพื่อให้เช่า และบริการ เพื่อสร้างได้ประจำต่อเนื่อง ระยะยาวหวังสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเป็นการลดความเสี่ยงในภาวะที่เศรษฐกิจผันผวน เพราะการที่มีธุรกิจอสังหาฯเพื่อขาย เพียง ขาเดียว จะมีความเสี่ยงสูง หากตลาดชะลอตัว การที่มีธุรกิจ 2 ขา ทั้งการขายและการเช่า จะลดความเสี่ยงแง่ของรายได้

สุนทร อรุณานนท์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า จะเน้นสร้างรายได้จากอสังหาฯให้เช่ามากขึ้น อาทิ โรงแรม สำนักงาน จากสัดส่วนปัจจุบันมีรายได้จากอสังหาฯเพื่อขาย หรือคอนโด 70% อสังหาฯให้เช่า 30% ปรับปรุงใหม่ให้มีสัดส่วนรายได้เท่ากันภายในปีนี้

"แนวคิดของเรา กลับมามองว่า ถ้าสร้างแล้วทำรายได้จากการปล่อยเช่า ก็จะกลายเป็นทรัพย์สินบริษัทในระยะยาว จุดเน้นคือ ลงทุนสร้างโรงแรมขนาดไม่ใหญ่จำนวนกว่า 100 ห้อง กับสำนักงานให้เช่า ที่จะกระจายไปตามหัวเมืองเศรษฐกิจหลักและหัวเมืองรอง เพราะวางเป้าหมาย ต้องการก้าวเป็น 1 ใน 10 ของบริษัทพัฒนาที่ดิน มีมูลค่าทรัพย์สินรวม 3 หมื่นล้านบาท " เช่นเดียวกันกับกลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ที่นอกจากการร่วมทุนกับกลุ่ม แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ พรอพเพอร์ตี้  เพื่อเสริมทัพ ในส่วนของคอนโดระดับ ไฮเอนด์ และโครงการโรงแรม ยังเดินหน้า ลุยธุรกิจค้าปลีกต่อเนื่องด้วย อยู่ระหว่างเจรจาหาพันธมิตรร่วมทุนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญธุรกิจค้าปลีก โดยมีทั้งกลุ่มทุนญี่ปุ่นและกลุ่มคนไทย

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ