Loading

เร่งศึกษาทำโครงข่ายรถไฟฟ้าเฟส 2 แผนอีก10ปีข้างหน้ามุ่งเชื่อมกรุงเทพฯชั้นใน-นอก

วันที่ : 11 กุมภาพันธ์ 2559
เร่งศึกษาทำโครงข่ายรถไฟฟ้าเฟส 2 แผนอีก10ปีข้างหน้ามุ่งเชื่อมกรุงเทพฯชั้นใน-นอก

คมนาคมจัดงบ 30 ล้านจ้างที่ปรึกษาวางแผนโครงการรถไฟฟ้าเฟส 2 ในอีก 10 ปีข้างหน้า เน้นสร้างเพิ่มเติมในเส้นทางรถไฟฟ้าเดิมที่ยังขาดช่วง และสร้างรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่เพื่อเชื่อมต่อการ เดินทางระหว่างพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในกับชั้นนอก

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวหลังการประชุมยกร่างแผนแม่บทโครงข่ายรถไฟฟ้ากรุงเทพฯและปริมณฑล (M-Map) ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นแผน ต่อเนื่องจากแผนแม่บทระยะที่ 1 ที่จะสิ้นสุดลงในปี 2562 ว่าสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ขอจัดสรรงบประมาณปี 2560 จำนวน30 ล้านบาท เพื่อจัดจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง

คาดว่าจะลงนามว่าจ้างที่ปรึกษาได้ในช่วงปีนี้ใช้เวลาศึกษาประมาณ 1 ปีเต็ม คาดว่าภายในปี 2561 จะสามารถเสนอผลการศึกษาให้คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติดำเนินโครงการได้

"แผนแม่บทระยะ 2 มีระยะเวลาการดำเนินโครงการ 10-20 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป สำหรับโครงข่ายรถไฟฟ้าระยะที่ 2 นั้น จะเน้นก่อสร้างเพิ่มเติมในเส้นทางรถไฟฟ้าเดิมที่ยังขาดช่วงเพื่อให้การเดินทางเชื่อมต่อสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และสร้างรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในกับ ชั้นนอก"

รวมถึงเชื่อมต่อไปยังรถไฟนอกเมืองหรือระหว่างเมืองที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น รถไฟฟ้าไฮสปีดเทรน หรือรถไฟทางคู่ เพื่อกระจายคนออกไปอยู่นอกเมือง และรองรับการเจริญเติบโตของเมืองในปริมณฑล รวมทั้ง ยังเป็นการลดปัญหาการจราจรแออัดในกทม.อีกด้วย เพราะหากมีเส้นทางรถไฟฟ้าที่เชื่อมระหว่างเมืองบริวารกับกทม.แล้ว จะทำให้คนที่อยู่แถบปริมณฑลหันมาใช้รถไฟฟ้าแทนรถยนต์ส่วนตัวมากขึ้น

ส่วนแผนรถไฟฟ้าระยะที่ 2 จะเน้นก่อสร้างรถไฟฟ้าในเส้นทางที่เชื่อมการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯไปยังเมืองบริเวณรอบๆ ในระยะรัศมีประมาณ 100 กิโลเมตร คือ นครปฐม อยุธยา ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ เพื่อเชื่อมการเดินทางให้ครบทุกทิศ ส่วนจะสร้างเส้นทางแนวไหนบ้างยังตอบไม่ได้ ต้องรอผลการศึกษาก่อน

นายอาคมกล่าวถึงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ด้านใต้ช่วงพุทธมณฑลสาย 4-มหาชัย ว่าอาจชะลอไว้ก่อน เนื่องจากติดปัญหาการต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่

ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

 

 

 

ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ