Loading

รายงาน: คาดอสังหาฯ59ยังโตแต่แค่พอไปได้ลุ้นต่อม.รัฐดันภาพรวมให้กระเตื้อง

วันที่ : 4 มกราคม 2559
รายงาน: คาดอสังหาฯ59ยังโตแต่แค่พอไปได้ลุ้นต่อม.รัฐดันภาพรวมให้กระเตื้อง

ศิรินทร์ บัวศรี

ผ่านพ้นไปอีกปีสำหรับความท้าทายในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการต่างๆ โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หลายรายต้องปาดเหงื่อกับผลประกอบการที่ออกมาไม่ได้ดั่งใจ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 ยอดขายติดลบไปตามๆกัน เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ครึ่งปีแรกชะลอตัว ครึ่งปีหลัง 2558 แต่ความหวังยังมีอยู่ในครึ่งปีหลังเมื่อรัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ผ่านมาตรการด้านการคลังด้วยการปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนจากร้อยละ 2 เหลือร้อยละ0.0% และลดค่าธรรมเนียมการจดจำนองจากร้อยละ1 เหลือร้อยละ 0.01 สำหรับผู้ซื้อบ้านทั้งเก่าและใหม่ รวมไปถึงการที่ผู้ที่กู้ซื้อบ้านที่มีราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท และยังสามารถนำร้อยละ 20 ของราคาบ้านมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้เป็นระยะเวลา 5 ปีภาษี โดยมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 6 เดือน (พ.ย.2558-เม.ย.2559) ถือเป็นโอกาสทองที่ผู้ประกอบการจะเร่งระบายสต๊อกเก่าดันยอดขายและรายได้ให้เป็นไปตามเป้า อย่างไรก็ตามโดยภาพรวมแล้วตลาดอสังหาฯ 2558 นั้นยังคงคิดลบค่อนข้างสูง

ส่วนปี 2559 แน่นอนว่าผู้ประกอบการยังคงมีความหวังต่อโดยเฉพาะความหวังที่มาจากการลงทุนที่ต่อเนื่องของภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ที่จะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยปี 2559 รวมถึงกำลังซื้อโดยรวมปรับตัวดีขึ้นกว่าปี 2558 ขณะที่ภาคอสังหาฯ นั้นก็จะเติบโตขึ้นเป็นเงาตามกันไปด้วยเช่นกัน

สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจปี2559 น่าจะปรับตัวดีกว่าปี 2558 ซึ่งจากการประเมินตัวเลขเศรษฐกิจไทยปี 2559 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ)และสำนักหน่วยงานเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้ออกมาฟันธงว่าเศรษฐกิจปี 2559 อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 3.1-3.2 ขณะที่ปี 2558 อัตราการเติบโตเศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโตเพียงร้อยละ 2.9 ขณะที่ปัจจัยบวกที่สนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้นจะมีการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อมาลงทุนในโครงการต่างๆ ของรัฐที่จะออกมาค่อนข้างเร็วเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ อย่างไรก็ตามการเติบโตดังกล่าวก็ไม่ได้ดีแบบหรูหรา ดังนั้น เมื่อภาพรวมเศรษฐกิจเติบโตขึ้นแน่ นอนว่าภาคอสังหาฯ ก็ควรจะดีขึ้นตามไปด้วย

"ในแง่ของระบบเศรษฐกิจขณะนี้นั้นเครื่องยนต์ดับไปหลายเครื่อง โดยเครื่องยนต์ที่เป็นความหวังมากที่สุด คือการใช้จ่ายของภาครัฐ เช่น การลงทุนในโครงข่ายคมนาคม,ระบบโครงสร้างพื้นฐาน อย่างระบบน้ำ ถนนหนทาง และรถไฟความเร็วสูง ฯลฯ ที่ต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมาก ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน เป็นอีกตัวที่มีความสำคัญรองลงมา หากแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2559 ดีขึ้น เชื่อว่าเอกชนจะมีการลงทุนมากขึ้นแน่นอน"

ส่วนของภาคอสังหาฯ ปี 2559 เนื่องจากปลายปี 2558 มีมาตรการยกเว้นการจ่ายค่าธรรมเนียม และจดจำนองอยู่ ซึ่งทำให้ในช่วง 6 เดือนที่มาตรการยังอยู่ (พ.ย.2558-เม.ย.2559)ตลาดอสังหาฯ จะดีในแง่ของการซื้อขายและการโอน ขณะที่การเปิดโครงการใหม่น่าจะชะลอตัวลงในช่วงดังกล่าว แต่ผู้ประกอบการจะมุ่งเน้นทำโครงการเก่าให้แล้วเสร็จพร้อมโอนให้ทันก่อนที่มาตรการจะหมดลงมากกว่า

ทั้งนี้มองว่าการเปิดโครงการใหม่ไตรมาสแรก 2559 คาดว่าจะมีจำนวนไม่มาก หรือจะเปิดโครงการใหม่ในช่วงหลังจากหมดมาตรการแล้ว โดยเน้นเปิดโครงการเก่าที่เลื่อนเปิดจากปี 2558 มากกว่า ขณะที่ในแง่ของการขายและการโอนจะดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ที่ยังอยู่ โดยโครงการแนวราบ หรือจัดสรร ในปี 2559 คาดว่าการเปิดโครงการจะเท่าเดิม จากปี 2558 ที่คาดว่าจะมีการเปิดโครงการ 280 โครงการ 45,000 หน่วย อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่าจำนวนโครงการในปี 2558 นั้นเพิ่มขึ้นแต่หน่วยเท่ากับปี 2557 ที่มีจำนวนโครงการเปิด 258 โครงการ 45,000 หน่วย โดยคาดว่าทั้งปี 2559 บ้านจัดสรรน่าจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 3-5 เน้นเปิดโครงการที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลักส่วนโครงการแนวสูง หรือคอนโดมิเนียม ในปี 2559 คาดว่าจะมีการเปิดโครงการประมาณ 140-150  โครงการ ประมาณ63,000-64,000 หน่วย จากปี 2558 ทั้งปีคาดว่าจะมีการเปิดประมาณ 150 โครงการ ประมาณ 65,000 หน่วย โดยปี 2557 มีการเปิดประมาณ 160 โครงการ ประมาณ 73,000 หน่วย

ด้านปัจจัยลบที่จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมอสังหาฯ ในปี 2559 มองว่าจะเป็นเรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ขาขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกาได้มีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นแล้วต่อไปประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอาจมีการปรับขึ้นตามหรือไม่ก็ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด เพราะ 2 ส่วนนี้อาจมีผลทำให้ไทยปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นด้วยเช่นกัน  แต่การปรับดอกเบี้ยของไทยอาจเป็นในลักษณะค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยไทยนั้นถือว่าค่อนข้างต่ำอยู่แล้วนั้นเป็นเพราะรัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจให้โตขึ้น และแนวโน้มไทยยังต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจพอสมควร ดังนั้นดอกเบี้ยอาจไม่สูงมากนัก แม้ดอกเบี้ยในอนาคตจะอยู่ขาขึ้น

"รัฐพยายามกระตุ้นด้านที่อยู่อาศัย คาดว่าจะไม่ปล่อยให้อัตราดอกเบี้ยสูงจนเกินไปแน่นอน เพื่อให้เอกชนลงทุนและผู้บริโภคยังมีการใช้จ่ายต่อไป"

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยลบเรื่องของราคาสินค้าภาคการเกษตร ค่อนข้างที่จะตกต่ำจะยังคงส่งกระทบต่อกำลังซื้อตลาดอสังหาฯ ในต่างจังหวัดค่อนข้างมาก นอกจากนี้ยังมีเรื่องของผลประกอบการตลาดหลักทรัพย์ หากตลาดหุ้นดี จะมีกลุ่มนักลงทุนที่ได้เงินจากตลาดหุ้น นำเงินมาลงทุนในภาคอสังหาฯและตรงกันข้ามหากตลาดหุ้นไม่ดี นักลงทุนก็ไม่มีเงินที่จะลงทุนอสังหาฯ ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หากเทียบแล้วปี 2559 ปัจจัยบวกยังมีมากกว่าปัจจัยลบ

อธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่าภาพรวมอสังหาฯ โดยเฉพาะครึ่งแรกของปี 2559 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากยังมีอานิสงส์ของมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ที่ยังอยู่ครบไปจนถึงเดือน เม.ย. ทั้งนี้ยังมองว่าอัตราดอกเบี้ยนั้นเชื่อว่าจะยังคงไม่ปรับตัวขึ้น ขณะที่ราคาบ้านจัดสรรแนวโน้มในปี 2559 จะยังไม่ปรับตัวขึ้นมากนัก ยกเว้นคอนโดมิเนียมที่อาจมีแนวโน้มปรับขึ้นในบางท่าที่ ราคาที่ดินสูง โดยทำเลดีๆ ราคาที่ดินต่อตารางวาอาจถึง 1 ล้านบาท และอาจพุ่งไปสูงถึง 2 ล้านบาทต่อตารางวา

สำหรับเทรนด์ตลาดอสังหาฯ ในปี 2559 ตลาดภูมิภาคยังไม่ดีเท่าที่ควร แนวโน้มผู้ประกอบการยังจะลงทุนในตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑลเหมือนเดิม และบางจังหวัด อาทิหากเป็นแนวราบ ผู้ประกอบการจะลงทุน จ.ใหญ่ๆ อย่าง ชลบุรี,ระยอง, นครราชสีมา, ขอนแก่น และอุดรธานี เป็นต้น ส่วนคอนโดมิเนียมในต่างจังหวัดยังคงต้องรอเนื่องจากปี 2559 ตลาดอาจยังไม่ฟื้นตัว ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงในปี 2559 ยังคงเป็นเรื่องภาวะ เศรษฐกิจที่ยังผันผวน โดยเฉพาะเศรษฐกิจในต่างจังหวัด,ภาค การเกษตรยังแก้ไขราคาตกต่ำไม่ได้ ทำให้กำลังซื้อหายไป, การ ส่งออกก็ยังไม่กระเตื้อง ส่วนตลาดกรุงเทพฯ เชื่อว่าจะยังพอไปได้

ส่วนภาพรวมครึ่งปีหลังของอสังหาฯ ยังคงประเมินได้ยากเนื่องจากมีปัจจัยภายนอกเข้ามากระทบค่อนข้างมาก ซึ่งหากครึ่งปีหลังหากเศรษฐกิจโลกยังไม่ดี แนวโน้มการส่งออกก็จะไม่ดีตามไปด้วย นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับการลงทุนของภาครัฐว่าจะเริ่มต้นลงทุนได้เมื่อไหร่ หากลงทุนได้ภาคอสังหาฯ จะสามารถเดินหน้าต่อไปได้เช่นกัน เพราะจะต้องไปผูกกับเรื่องรถไฟฟ้า และรถไฟทางคู่ เขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดการอยากมีที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว

"สรุปคือตลาดอสังหาฯ ปี 2559 แค่พอไปได้ บ้านจัดสรรทาวน์เฮาส์ ระดับราคาปานกลางน่าจะไปได้ เพราะกำลังซื้อระดับภูมิภาคยังไม่ค่อยดี เศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน ขณะที่คอนโดมิเนียมราคาค่อยๆ สูงขึ้น ผู้บริโภคก็จะรู้สึกกังวลมากราคาต่อตร.ม.เป็นแสน และอาจจะหันมาซื้อทาวเฮาส์แทน เพราะเนื้อที่ใช้สอยต่อตารางเมตรของทาวน์เฮาส์กับคอนโดมิเนียมนั้นถูกกว่า"

อย่างไรก็ตามในปี 2559 ยังมีหลายประเด็นที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมในการลงทุนและต้องมีการปรับปรุงแก้ไข 5 เรื่องหลักๆ ซึ่งเราทั้ง 3 สมาคมอสังหาฯ ได้เดินหน้าผลักดันร่วมกันในการแก้ไขและจะต้องดำเนินการให้เสร็จทันกับรัฐบาลชุดปัจจุบัน คือ 1.ผังเมือง ที่ผ่านมาหน่วยงานของภาครัฐได้พยายามแก้ไขปัญหาเรื่องอายุของผังเมืองแล้ว แต่เนื่องจากเกิดปัญหาที่ทำให้ไม่สามารถที่ดำเนินการให้เสร็จและประกาศใช้ผังเมืองได้ทัน จึงได้ยกเลิก กล่าวคือ ผังเมืองนั้นจะไม่มีการกำหนดอายุหรือไม่มีหมดอายุ

อธิป พีชานนท์ กล่าวว่า สิ่งที่จะต้องแก้ไขเพื่อยกระดับผังเมืองให้มีความคล่องตัวและเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและในอนาคต โดยเฉพาะโครงสร้างคณะกรรมการผังเมือง (บอร์ดผังเมือง) นั้นควรมีการทบทวนคือ การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนมากขึ้น หรือควรให้ภาคเอกชนเข้าไปนั่งในคณะกรรมการผังเมือง เพราะจะอาศัยเพียงเพื่อเปิดให้ทำประชาพิจารณ์ได้นั้นไม่เพียงพอและหมดยุคไปแล้วที่จะเลือกดำเนินในการในรูปแบบทำประชาพิจารณ์ ซึ่งการจะดำเนินการดังกล่วจะต้องมีการแก้ พ.ร.บ. ผังเมือง 2.การแก้กฎหมายการเช่าจาก 30 ปีในปัจจุบันเป็น 60 ปีหรือ 99 ปีเหมือนกับต่างประเทศ 3.อีไอเอ หรือเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่ปัจจุบันได้มีการกระจายอำนาจออกไปให้กับ 7 จังหวัดแล้วแต่ก็ยังได้ หมายความว่า การพิจารณาอนุมัตินั้นก็ยังมีความล่าช้าอยู่เหมือนเดิม และค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาในการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมนั้นก็สูง ซึ่งได้เสนอให้เพิ่มจำนวนบริษัทที่ปรึกษาให้มากขึ้น เพื่อเกิดการแข่งขันด้านราคา 4.บ้านสำหรับคนที่มีรายได้น้อย (ข้างบน "บ้านประชารัฐ") และ 5.แรงงานต่างด้าว ที่คาดว่าจะเกิดปัญหาย้อนกับมาอีกในอนาคต เช่น ปัญหาแรงงานขาดแคลน ในเรื่องนี้คงต้องมีการคิดและวางแผนไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดปัญหา รวมถึงปัญหาที่ไม่สามารถย้ายแรงงานข้ามเขตได้ หรือย้ายได้ก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ดังนั้น ควรที่จะมีการกำหนดพื้นที่เป็นรายกลุ่มจังหวัด เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน เช่น กลุ่มจังหวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้นสามารถที่จะเคลื่อนย้ายแรงงานที่ชาวต่างด้าวได้จากโครงการหนึ่งไปยังอีกโครงการหนึ่งที่อยู่ต่างทำเลได้ เป็นต้น

ด้าน สุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทคอลลิเออร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจในปี 2559 เชื่อว่าไม่ได้ดีไปกว่าปี 2558 เพราะเศรษฐกิจของไทยยังพึ่งพิงการส่งออก และแม้ว่ารัฐบาลจะประกาศลดการพึ่งพิงการส่งออก แต่ต้องอาศัยระยะเวลายาวนาน ซึ่งมาตรการระยะสั้นที่คาดว่าจะเห็นผลในขณะนี้คือ โครงการก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปีหน้า เชื่อว่าจะทำให้เกิดความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างจำนวนมาก ทำให้เกิดการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และอีกหนึ่งมาตรการที่จะเห็นผลคือ มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ที่มองว่าจะเริ่มเห็นผลชัดเจนในช่วงต้นปี 2559 โดยกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์มากที่สุดคือ ผู้ประกอบการที่มีแบ็กล็อกสะสมอยู่ในมือจำนวนมากซึ่งมาตรการนี้จะช่วยให้ลูกค้ารับโอนบ้าน และทำให้โอนเร็วขึ้นแต่ไม่ได้ช่วยระบายซัพพลายใหม่เท่าใดนัก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะช่วยตลาดอสังหาฯ ได้อย่างแท้จริงคือ ภาวะเศรษฐกิจที่มีการเติบโต ประชาชนและนักธุรกิจมีความเชื่อมั่น

พนม กาญจนเท่าเทียม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2559 คาดว่าจะขยายตัวจากปีนี้เล็กน้อยเนื่องจากกำลังซื้อผู้บริโภคไม่ได้เพิ่มขึ้น ขณะที่ปัญหาหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลต่อการพิจารณาปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกตลาดจะได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐก็ตาม เนื่องจากส่วนลดภาษีจากมาตรการดังกล่าวยังน้อยทำให้ไม่ดึงดูดผู้บริโภคเท่าที่ควร นอกจากนี้มาตรการที่ออกมาไม่ได้ช่วยในเรื่องของกำลังซื้อ ทำให้การตัดสินใจของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยนั้นไม่กระเตื้องมากนัก แต่จะช่วยเร่งการตัดสินใจโอนของกลุ่มลูกค้าที่ซื้อที่อยู่อาศัยไปก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าในส่วนของตลาดคอนโดมิเนียมปีหน้าคาดว่าเติบโตลดลง โดยเฉพาะจำนวนการโครงการเปิดตัวใหม่ จะลดประมาณร้อยละ 10-15 และโครงการแนวราบ คาดว่าจะมีการเปิดตัวโครงการในระดับทรงตัวหรือลดลงไม่เกินร้อยละ 10 เพราะยังมีความต้องการอยู่อาศัยเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยความต้องการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวปีละไม่ต่ำกว่า 2.5-3 หมื่นยูนิต

ศิริพงษ์ สมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี-แลนด์กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า การเติบโตของอสังหาฯ ในปี 2559 ยังมองตลาดเป็นไปในทิศทางบวก เนื่องจากอสังหาฯ มีแนวโน้มการเติบโตดีกว่าปีนี้ สืบเนื่องจากมาตรการต่างๆ ของภาครัฐอาทิ แรงส่งจากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ระยะสั้น ทั้งการลดค่าธรรมเนียมโอน ค่าจดจำนอง ซึ่งจะหมดลงภายในไตรมาสแรกปี 2559 นอกจากนี้ยังมีแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากโครงการลงทุนสาธารณูปโภคพื้นฐานจากภาครัฐ ทั้งทางน้ำทางบก ทางอากาศ โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนจากภาครัฐกว่า 3 แสนล้านบาท ลงมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งมีผลทางบวกโดยตรงกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

สำหรับปัจจัยลบนั้น มองว่ายังเป็นปัญหาเดิมที่ส่งผลต่อเนื่องมาจากปี 2558 นั้นคือเรื่องของภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกของไทยมากพอสมควรโดยมองว่าปัญหาดังกล่าวจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปีหน้าด้วย

"ในแง่ของระบบเศรษฐกิจขณะนี้นั้นเครื่องยนต์ดับไปหลายเครื่อง โดยเครื่องยนต์ที่เป็นความหวังมากที่สุด คือ การใช้จ่ายของภาครัฐ เช่น การลงทุนในโครงข่ายคมนาคม, ระบบโครงสร้างพื้นฐาน อย่างระบบน้ำ ถนนหนทางและรถไฟความเร็วสูง ฯลฯ ที่ต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมาก ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน เป็นอีกตัวที่มีความสำคัญรองลงมา หากแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2559 ดีขึ้นเชื่อว่าเอกชนจะมีการลงทุนมากขึ้นแน่นอน"

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ