Loading

เขตศก.พิเศษเชียงของสะดุด หวั่นกระทบแผนเชื่อมโยงเออีซี

วันที่ : 8 ธันวาคม 2558
เขตศก.พิเศษเชียงของสะดุด หวั่นกระทบแผนเชื่อมโยงเออีซี

ณัฐวัตร ลาพิงค์

แผนจัดตั้งเขตพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดเชียงราย 3 แห่ง คืบหน้าเฉพาะอำเภอแม่สาย-อำเภอเชียงแสน ผู้ว่าฯเชียงราย เตรียมลงพื้นที่ทำความเข้าใจชาวบ้าน หลังเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงของ ไม่สามารถกำหนดโซนนิ่งการใช้พื้นที่ได้ลงตัว เหตุชาวบ้านกังวลผลกระทบสิ่งแวดล้อม-วิถีชีวิต ขณะที่ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย ยันมีพื้นที่สำรอง 2-3 แห่ง หากชาวบ้านไม่พร้อมรับการพัฒนา ส่วนหอการค้าเชียงของ เผยต้องเป็นการพัฒนาร่วมระหว่างภาครัฐ-ชาวบ้าน แนะทุกฝ่ายทำความเข้าใจหาทางออกร่วมกัน

นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงของ ขณะนี้ได้เกิดความไม่เข้าใจระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ของภาครัฐ ซึ่งทางประชาชนเองเข้าใจว่าการจัดตั้งอุตสาหกรรมนั้นเป็นการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หรือนิคมอุตสาหกรรม แต่อุตสาหกรรมที่จะจัดตั้งในเขตพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ ต.บุญเรือง พื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ นั้นเป็น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยในเบื้องต้นก็ได้ให้ เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่อีกครั้ง เพื่อให้ความเข้าใจกับประชาชนแล้ว

ผู้ว่าพร้อมลงเคลียร์ชาวบ้าน

ทั้งนี้ หลังจากนี้พร้อมจะลงไปพื้นที่อำเภอเชียงของ เพื่อติดตามความคืบหน้าของการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงของ ซึ่งที่ผ่านมา กระแสข่าวออกมาทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และต้องการเข้าไปสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลบุญเรือง หากว่าทำการประชาสัมพันธ์กับประชาชนในพื้นที่แล้วพบว่าในพื้นที่ไม่ต้องการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ก็จะเปลี่ยนไปดูในจุดอื่นแทน ก็ต้องให้เสียงของประชาชนในพื้นที่เป็นผู้ตัดสินด้วย

ส่วนความคืบหน้าเขตเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดเชียงรายอีก 2 แห่งอยู่ในระหว่างดำเนินการไปในระยะหนึ่งแล้วโดยเฉพาะในพื้นที่ อ.แม่สาย และเชียงแสน ที่สามารถกำหนดจุดที่จะจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษไปแล้ว ซึ่งทั้ง 2 อำเภอมีความพร้อมและประชาชนในพื้นที่ก็ให้การตอบรับที่ดี จะมีเพียงที่ อ.เชียงของเท่านั้นที่ยังคงติดขัดเรื่องการจัดโซนอยู่เท่านั้น แต่ก็จะให้ประชาชนในพื้นที่เป็นผู้ตัดสินใจ

หอการค้าเล็งพื้นที่ใหม่

นายอนุรัตน์ อินทร ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การจัดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ได้มีความพร้อมในการจัดโซน เพื่อจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่ง จ.เชียงราย ถูกจัดอันดับให้อยู่ในอันดับ 1 ใน 5 ของจังหวัดที่มีความพร้อม ซึ่งจังหวัดเชียงรายมี 3 อำเภอ คือ แม่สาย เชียงแสน และเชียงของ โดย ที่อ.แม่สาย และอ.เชียงแสนนั้น สามารถกำหนดพื้นที่ได้แล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ ส่วนพื้นที่เชียงของนั้นพบว่าในปัจจุบันยังมีปัญหาเรื่องพื้นที่

อย่างไรก็ดี ยังมีพื้นที่สำรองเอาไว้อีกหลายพื้นที่ ซึ่งหากในพื้นที่ ต.บุญเรือง ไม่สามารถดำเนินการได้ ก็มีพื้นที่อื่นที่ได้พิจารณาไว้มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่หากพิจารณาด้านความเหมาะสมนั้นที่ ต.บุญเรือง มีความเหมาะสมมากที่สุด เพราะเป็นพื้นที่ใหญ่ แต่หากชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ยินยอมก็ต้องหาพื้นที่ใหม่ ซึ่งก็มีพื้นที่สำรองเอาไว้อีก 2-3 แห่ง แต่อย่างไรก็ตามจะต้องขึ้นอยู่กับประชาชนในพื้นที่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขัดแย้ง และมีผลกระทบต่อการพัฒนาให้เกิดความล่าช้า

สำหรับในพื้นที่ อ.แม่สาย นั้นได้จัดสรรให้อยู่ในพื้นที่ในเขตตำบลเวียงพางคำ รองรับในด้านโลจิสติกส์ ซึ่งอยู่ในโซนก่อนถึงเมืองและไม่ใกล้กับชุมชนจนเกินไป ซึ่งก็อยู่ในขั้นตอนการเนินการแล้ว ส่วนที่ อ.เชียงแสนนั้น ได้เตรียมไว้ 2 แห่ง คือ ต.เวียง เพื่อรองรับอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยว และต.บ้านแซว รองรับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ซึ่งทั้ง 2 พื้นที่นี้ไม่มีปัญหาในการดำเนินการแต่อย่างใด คาดว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้

เร่งทำความเข้าใจชาวบ้าน

นายธนิสร กฎมพร ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษพื้นที่อำเภอเชียงของ จ.เชียงราย กล่าวว่า สำหรับการจัดตั้งพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษใน อ.เชียงของนั้น ได้ประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษไปแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการเฟส2แล้ว ส่วนในพื้นที่ ต.บุญเรืองนั้นเป็นหนึ่งพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลจัดสรร โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ ซึ่งสำนักนายกรัฐมนตรีได้ประกาศใช้มาตรา44ในการจัดสรรพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

ส่วนพื้นที่ที่ ต.สถานเองก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นหนึ่งในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยกรมธนารักษ์เป็นเจ้าของพื้นที่และให้เอกชนเข้ามาเช่าพื้นที่ดำเนินการ โดยกรมธนารักษ์จะเป็นผู้ดำเนินการ และมีการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจะเข้ามาดำเนินการด้านโครงสร้างเช่น ถนน ไฟฟ้า ประปา ซึ่งพื้นที่ ต.บุญเรือง ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มแม่น้ำอิง ที่ชาวบ้านได้พัฒนาเป็นแก้มลิง เพื่อป้องกันน้ำท่วมและเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ว และมีป่าที่ยังอุเมดมบูรณ์บางส่วน 3,000 กว่าไร่ ยังสามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชน โดยชาวบ้านเองก็มีความตระหนกว่าหากประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ไปแล้ว ชีวิตจะเปลี่ยนไป ทำให้ขาดรายได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวนั้นเป็นการขาดการทำความเข้าใจซึ่งกันและกันเท่านั้น

นายธนิสร กล่าวอีกว่า ก็ต้องทำความเข้าใจกับประชาชน ซึ่งได้ใช้พื้นที่นี้มานาน ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีการเปลี่ยนแปลง และมีผู้ที่ไม่เห็นด้วย ก็ต้องมีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งทางประชาชนเองก็อยากให้เสียน้อยที่สุด ทั้งนี้ ต.บุญเรืองเองจะจัดตั้งเป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งจะคงอนุรักษ์พื้นที่เอาไว้ เพื่อให้เหมาะสมกับการท่องเที่ยวเช่นการส่องนก ตกปลา กิจกรรมทางน้ำเป็นต้น หรือพัฒนาเป็น ป่าต้นน้ำ ซึ่งก็อาจจะแยกเป็นหลายส่วนในการดำเนินการ ซึ่งขั้นแรกก็ต้องเข้าไปพูดคุยและให้ความเข้าใจกับประชาชนในพื้น เสียก่อน

ชาวบ้านปัดอุตสาหกรรมหนัก

ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่มีความต้องการที่พัฒนาเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษอยู่ แต่ก็ไม่อยากให้มีอุตสาหกรรมหนักๆ มาในพื้นที่เช่นด้านโลจิสติกส์ ด้านโรงงานผลิต ที่มีมลพิษกับพื้นที่ ซึ่งตรงนี้หากทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ แต่หากประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าอยากไรก็ต้องทำตามเพราะประชาชนเป็นเจ้าของพื้นที่ ซึ่งการจัดทำเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเชียงของ จะเป็นพื้นที่พัฒนาร่วมกัน ทั้งชาวบ้านและภาครัฐจึงจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน และสามารถพัฒนาชุมชนให้มีรายได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นการสร้างอาชีพให้กับชุมชน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตำบลสถานนั้น ไม่ติดขัดอะไร โดยทางชุมชนยอมรับที่จะจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่ บริเวณบ้านทุ่งอ่าง ชาวบ้านมีส่วนร่วมการที่จะยกให้กรมธนารักษ์เข้ามาบริหารจัดการ และชาวบ้านจะเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกว่าจะให้มีอุตสาหกรรมประเภทใดในพื้นที่ เพราะฉะนั้น ในการพัฒนาโครงการต่างๆ โดยเฉพาะการเข้ามาลงทุนในพื้นที่ อ.เชียงของนั้น จะต้องเข้ามาทำความเข้าใจกับชุมชนเสียก่อน และอธิบายให้พื้นที่เข้าใจ รวมถึงสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้นด้วย

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) กล่าวว่า พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเฟสแรกส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่แนวชายแดน เพื่อบูมให้เศรษฐกิจชายแดนขยายตัวเชื่อมโยงกับประเทศ เพื่อนบ้าน รองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียนในวันที่ 1 ม.ค. 2559  ที่จะมาถึงหากมีการคัดค้าน อาจจะทำให้แผนการเชื่อมโยงเออีซี กระทบได้

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ