Loading

คอลัมน์ จับกระแสอสังหาฯ: REICชี้มาตรการอสังหาฯดันตลาดบ้านโต

วันที่ : 26 ตุลาคม 2558
คอลัมน์ จับกระแสอสังหาฯ: REICชี้มาตรการอสังหาฯดันตลาดบ้านโต

กองบรรณาธิการ

orawan_13@yahoo.com

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลได้ออกมาตรการการเงินการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาค อสังหาริมทรัพย์นั้นเห็นว่า รัฐบาล ได้ออกมาตรการการลดค่าธรรมเนียมการโอนจากปรกติ 2% และ ค่าธรรมเนียมการจดจำนองจากปรกติ 1% เหลือ 0.01% ทั้งสองรายการ เป็นระยะเวลา 6 เดือน ซึ่ง จะมีผลบังคับใช้จนถึงปลายเดือนเมษายน 2559 ก็เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาดที่อยู่อาศัยและเพื่อ ต้องการเร่งโอนหน่วยที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จโดยเร็ว และการที่กำหนดระยะเวลาเพียง 6 เดือนก็น่าจะเพียงพอเพราะไม่ต้องการให้ มีการกระตุ้นจนเกินกว่าความจำเป็น ที่แท้จริง ตลาดที่อยู่อาศัยไม่ได้ถึง กับอยู่ในภาวะวิกฤต เพียงแต่ขาด ความเชื่อมั่นจึงต้องดึงความเชื่อมั่นกลับมา และยังเป็นการก่อให้เกิดการใช้จ่ายเม็ดเงินแบบทวีคูณ (Multiplying Effects) ตามมา เช่น การซื้อเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ในบ้าน ฯลฯ ไม่น้อยกว่า 3-4 เท่า

ส่วนมาตรการด้านการยกเว้น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับ รายจ่ายที่ได้จ่ายไปเพื่อซื้ออสังหาฯ ที่เป็นอาคารพร้อมที่ดินหรือห้องชุดในอาคารชุดที่มีมูลค่าไม่เกิน 3 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของตนเองเป็นจำนวน 20% ของมูลค่าอสังหาฯ โดยผู้ได้รับสิทธิจะ ต้องไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาฯ มาก่อน และมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาฯนั้นไม่น้อยกว่า 5 ปี มาตรการข้อนี้กำหนดระยะเวลาประมาณ 14 เดือนจากประมาณต้นเดือนพฤศจิกายนปีนี้ไปจนถึงสิ้นปี 2559 นั้น เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยหลังแรกโดยป้องกันไม่ให้มีการใช้ช่องทางนี้ในการเก็งกำไร เห็นได้จากการกำหนดวงเงิน มูลค่าที่อยู่อาศัยไม่ให้เกิน 3 ล้าน บาท และกำหนดให้ถือครองไม่ต่ำกว่า 5 ปี อย่างไรก็ดี สำหรับปริมาณที่อยู่อาศัยพร้อมขายทั่วประเทศมีอยู่ประมาณ 260,000 หน่วย แบ่งเป็นบ้านใหม่ประมาณ 150,000 หน่วย ส่วนบ้านมือสอง มีประมาณ 110,000 หน่วย โดยประเภทคอนโดฯมีสัดส่วนประมาณ 55% ที่เหลือเป็นแนวราบ ทั้งนี้ คาด ว่าผู้ที่จะซื้อบ้านหลังแรกและถือครองไป 5 ปี อาจมีเพียง 30-40%

"ความมุ่งมั่นของภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจรวมไปถึงภาค อสังหาฯจะส่งผลดีต่อตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องไปถึงช่วงไตรมาสแรกปี 2559 ทั้งนี้ เห็นว่ามาตรการกระตุ้นการซื้อขายที่อยู่อาศัยใดๆควรมีขอบเขตที่เหมาะสม ไม่มากเกินความจำเป็นและไม่น้อยจนไม่ส่งผลและ ไม่ให้ผู้บริโภคที่เป็นชนชั้นกลางและล่างเสียประโยชน์ อีกทั้งไม่ส่งเสริมการเก็งกำไร"

สำหรับสถานการณ์อสังหาฯ ในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2558 นั้น ตลาดโดยรวมยังคงอยู่ในภาวะชะลอ ตัว เป็นเพราะคาดหวังที่ดีจากภาวะทางการเมืองที่ค่อนข้างสงบ และความคาดหวังต่อการที่รัฐบาล กำหนดนโยบายการลงทุนในโครง การสาธารณูปโภคด้านการคมนาคมอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น อย่างไรก็ดี ในช่วง 9 เดือนที่ผ่าน มามีโครงการบ้านจัดสรรเปิดขาย ใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ประมาณ 205 โครงการ จำนวน 32,000 หน่วย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปี 2557 ซึ่งมีบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่ 203 โครงการ จำนวน 35,500 หน่วย ทั้งนี้ แม้จำนวนโครงการใกล้เคียงกัน แต่จำนวนหน่วยลดลงประมาณ 9.8% มูลค่าโครงการบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่ 9 เดือน ปีนี้อยู่ที่ประมาณ 127,000 ล้านบาท

ส่วนโครงการที่อยู่อาศัยเปิด ขายใหม่ประเภทห้องชุด ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมามีอาคารชุดเปิดขายใหม่ประมาณ 105 โครงการ จำนวน 43,700 หน่วย เมื่อเทียบ กับช่วงเดียวกันกับปี 2557 ซึ่งมีโครงการอาคารชุดเปิดขายใหม่ 107 โครงการ จำนวน 48,700 หน่วย แม้จำนวนโครงการอาคาร ชุดใกล้เคียงกัน แต่จำนวนหน่วยห้องชุดในผังลดลงประมาณ 10.3% โดยมูลค่าโครงการอาคารชุดเปิดขายใหม่ 9 เดือนเท่ากับประมาณ 156,100 ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ