Loading

เจรจาคัดเอกชน ร่วมทุนเดินรถสีน้ำเงิน

วันที่ : 7 ตุลาคม 2558
เจรจาคัดเอกชน ร่วมทุนเดินรถสีน้ำเงิน

ครม.ไฟเขียว ให้ รฟม.ใช้ พ.ร.บ.ร่วมทุนปี 56 คัดเลือกเอกชนเดินรถสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย "คมนาคม"เร่งสรุปผลศึกษารูปแบบลงทุน PPP-Net Cost (สัมปทานเดินรถ) แทน PPP-Gross Cost (จ้างเอกชนเดินรถ) เสนอ สคร.และกก. PPP ภายใน 3 เดือน "อาคม" เผย กก.มาตรา 35 จะเคาะว่าจะประมูลหรือเจรจา

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (6 ต.ค.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ในการยุติการดำเนินการคัดเลือกเอกชนลงทุนงานระบบรถไฟฟ้าและรับจ้างเดินรถในโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย (หัวลำโพง-บางแค และเตาปูน-ท่าพระ) ระยะทาง 27 กม.  ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยเอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 35) ซึ่งเป็นไปมติครม.เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2553 โดยให้ รฟม.ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 (พ.ร.บ. ร่วมทุนฯ 56) เนื่องจากเห็นว่า มติครม.เดิมเมื่อปี 2553 ที่เห็นชอบให้เอกชนลงทุนในรูปแบบ PPP-Gross Cost (รัฐเป็นผู้รับความเสี่ยงค่าโดยสารและจ้างเอกชนเป็นผู้เดินรถและซ่อมบำรุง โดยรัฐจ่ายค่าจ้างเดินรถ) แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2553 สภาพการเดินทางในกรุงเทพฯเปลี่ยนไป โดยโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนได้เปิดให้บริการเพิ่มขึ้น มีจำนวน ผู้โดยสารแต่ละเส้นทางมากขึ้น รถไฟฟ้า MRT และ BTS มีการเชื่อมต่อกันซึ่งทำให้เอกชนไม่ต้องรับความเสี่ยงมากนัก

โดยหลังจาก ครม.เห็นชอบการเปลี่ยนมาใช้ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 56 แล้วจะมี 5 ขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการ 1. กระทรวงคมนาคมจะเร่งรัดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เสนอผลการศึกษาและวิเคราะห์ การทบทวนรูปแบบการลงทุนระบบรถไฟฟ้าและการเดินรถที่เหมาะสม ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนจาก รูปแบบ PPP-Gross Cost เปลี่ยนเป็นรูปแบบ PPP-Net Cost (สัมปทานโดยเอกชนเป็นผู้เดินรถและซ่อมบำรุง พร้อมทั้งรับความเสี่ยงค่าโดยสารและจ่ายผลตอบแทนให้รัฐ) เพื่อเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน 2. สคร.เสนอเรื่องต่อ คณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (คณะกรรมการ PPP)  ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน 3. คณะกรรมการ PPP พิจารณา 4. หากคณะกรรมการ PPP เห็นชอบรูปแบบ PPP-Net Cost จะตั้งคณะกรรมการมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 56 เพื่อยกร่าง TOR และเสนอวิธีการคัดเลือกเอกชนต่อคณะกรรมการ PPP ซึ่ง เมื่อ กก.มาตรา 35 ไม่เห็นเป็นอย่างอื่น ตามหลักกฎหมายจะต้องเปิดประกวดราคา แต่หากมีความเห็นเป็นอย่างอื่น เช่นใช้การเจรจา จะต้องเสนอคณะกรรมการ PPPพิจารณา

ทั้งนี้ กรณีที่คณะกรรมการ PPP ไม่เห็นด้วยกับการใช้รูปแบบ PPP-Net Cost ก็จะต้องถือว่าเป็นที่สิ้นสุด  ส่วนวิธีการคัดเลือกเอกชน ตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 56 ระบุให้ใช้การประกวดราคา ยกเว้นคณะกรรมการมาตรา 35 เห็นว่าควรใช้วิธีอื่นที่ไม่ใช่การประมูล สามารถเสนอสคร.ได้ หาก สคร.เห็นด้วยก็เดินหน้าเจรจาได้ แต่หาก สคร.ไม่เห็นด้วยต้องเสนอคณะกรรมการ PPP พิจารณาและถือเป็นที่สิ้นสุด ส่วน ครม.จะอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายเมื่อสรุปผลการคัดเลือกได้ตัวเอกชนแล้วไม่ว่าจะใช้วิธีประมูลหรือเจรจา เพื่อยกร่างสัญญาและเสนอ ครม.เห็นชอบ

"เหตุผลที่ รฟม.เสนอใช้รูปแบบ PPP-Net Cost เพราะขณะนี้ความเสี่ยงของเอกชนน้อยลงสามารถรับภาระการลงทุนระบบได้  ในขณะที่จะช่วยลดภาระการลงทุนของภาครัฐลง และขั้นตอนการพิจารณาจะเบ็ดเสร็จ ในคณะกรรมการ PPP ที่รองนายกฯสมคิดเป็นประธาน ซึ่งพร้อมที่จะพิจารณาเรื่องนี้ โดยเร่งด่วน ถือว่าคล่องตัวมากกว่า พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 35 เดิมที่ต้องเสนอ ครม. ตอนนี้ ผมจะเร่ง รฟม.สรุปผลการวิเคราะห์ได้ใน 2 เดือนและส่งไปที่ สคร.ทันที โดยข้อมูลจะต้องครบถ้วนเพื่อตอบคำถามได้ทั้งหมด" นายอาคมกล่าว

ที่มา : ASTV ผู้จัดการรายวัน

 

 

 

ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ