Loading

กางแผนตั้งนิคมฯเขตศก.พิเศษเปิด 5 พื้นที่ใช้ที่รัฐ/บางแห่งต้องย้ายชุมชนออก

วันที่ : 29 มีนาคม 2558
กางแผนตั้งนิคมฯเขตศก.พิเศษเปิด 5 พื้นที่ใช้ที่รัฐ/บางแห่งต้องย้ายชุมชนออก

เปิดพื้นที่ตั้งนิคมอุตสาหกรรม 5 แห่ง รองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ กนอ.เผยใช้แค่ 4.7 พันไร่ ใช้พื้นที่ว่างเปล่าของรัฐ บางแห่งต้องโยกย้ายชุมชนออก แต่จ่ายค่าชดเชยให้ ตั้งเป้าที่แม่สอด รองรับอุตสาหกรรมใช้แรงงานเข้มข้น สิ่งทอ ชิ้นส่วนประกอบยานยนต์ ขณะที่มุกดาหาร ชูอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนสงขลา ยางพารา อาหารฮาลาล

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยในงานสัมมนา "เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน โรดแมปนำไทยก้าวสู่อาเซียน" จัดโดยหนังสือพิมพ์ "ฐานเศรษฐกิจ" เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมาว่า จากที่กนอ.ได้ทำการศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้น และกำหนดพื้นที่ตั้งนิคมอุตสาหกรรม 5 พื้นที่ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ผ่านความเห็นชอบในคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา และได้จัดทำแผนผังหรือแบบจำลองการตั้งนิคม เสร็จเรียบร้อยแล้วโดยจะใช้พื้นที่เพียง 4.7 พันไร่

ทั้งนี้การจัดตั้งนิคมในจ.ตาก จะใช้พื้นที่ต.แม่ปะ อ.แม่สอด เนื้อที่ 1,421.23 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินในความดูแลของกรมป่าไม้ ซึ่งห่างจากสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ แห่งที่ 1 ประมาณ 8 กม. มาดำเนินการโดยจะใช้พื้นที่ 731.13 ไร่ เป็นเขตอุตสาหกรรมประเภทที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เครื่องเรือน แปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมชิ้นส่วนประกอบยานยนต์ อัญมณีและเครื่องประดับ เป็นต้น และจะใช้พื้นที่ 384.60 ไร่ เป็นศูนย์โลจิสติกส์และกระจายสินค้าอีก 27.50 ไร่ เป็นเขตพาณิชยกรรม เป็นพื้นที่ระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก 240.39 ไร่ และเป็นพื้นที่แนวกันชน 37.38 ไร่

ขณะที่ในจ.มุกดาหารจะใช้พื้นที่ต.คำอาฮวน อ.เมือง เป็นพื้นที่ในความดูแลของกรมธนารักษ์ จำนวน 1,085.64 ไร่ ห่างจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ประมาณ 21 กม. ซึ่งจะใช้เป็นพื้นที่เขตอุตสาหกรรม 509.94 ไร่ เช่น อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ พลังงานทดแทน อุตสาหกรรมยางพาราและผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง เป็นต้น อีก 227.87 ไร่ ใช้เป็นศูนย์โลจิสติกส์และกระจายสินค้า เขตพาณิชยกรรม 24.14 ไร่ ระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก 267.88 ไร่ แนวกันชน 55.81 ไร่ แต่เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่ จึงต้องมีการโยกย้ายประชาชนออกจากพื้นที่

ส่วนจ.สงขลานั้น จะใช้พื้นที่ต.สำนักขาม อ.สะเดา ซึ่งเป็นที่ดินของเอกชน ที่อยู่ระหว่างการยึดทรัพย์ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จำนวน 1,097.61 ไร่ ห่างจากชายแดนที่ด่านสะเดาประมาณ 2 กม. หรือติดกับพื้นที่ตั้งด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ ปัจจุบันใช้ประโยชน์เพื่ออยู่อาศัยและทำสวนยาง ซึ่งจะใช้พื้นที่ 533.75 ไร่ เป็นเขตอุตสาหกรรมประเภทอุตสาหกรรมยางพาราและผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร เป็นต้น ส่วนอีก 234.21 ไร่ จะเป็นศูนย์โลจิสติกส์และกระจายสินค้า เป็นเขตพาณิชยกรรม 29.83 ไร่ พื้นที่ระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก 231.35 ไร่ พื้นที่กันชน 68.47 ไร่ แต่เนื่องจากมีประชาชนเข้าอยู่อาศัย ทำให้ต้องมีการจ่ายค่าชดเชยให้บางส่วน

นายวีรพงศ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของจ.ตราด จะใช้พื้นที่ในต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ ในความดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบลไม้รูด จำนวน 411.10 ไร่ ห่างจากจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็กประมาณ 30 กม. เป็นที่ว่างไม่มีการใช้ประโยชน์และบางส่วนใช้เป็นที่ทิ้งขยะ ซึ่งจะใช้พื้นที่ 268.39 ไร่ เป็นอุตสาหกรรมบริหารโลจิสติกส์ ศูนย์เปลี่ยนสินค้าและยานพาหนะ คลังสินค้า เป็นต้น และใช้พื้นที่ 107.32 ไร่ เป็นพื้นที่ระบบสาธารณูปโภค พร้อมพื้นที่กันชนอีก 35.39 ไร่

สำหรับจ.สระแก้ว จะตั้งอยู่ในต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ เป็นพื้นที่ในความดูแลของกระทรวงมหาดไทย จำนวน 690 ไร่ ห่างจากจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึกประมาณ 14 กม. ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่แปลงปลูกป่าชุมชนต.ป่าไร่ การใช้พื้นที่อาจจะเกิดการคัดค้านของชุมชนบริเวณใกล้เคียง หากดำเนินการจะใช้พื้นที่ 337.02 ไร่ เป็นเขตอุตสาหกรรมประเภทแปรรูปสินค้าเกษตรและอาหาร อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม พลังงานทดแทน เป็นต้น และอีก 164.95 ไร่ เป็นศูนย์กระจายสินค้าและบริการโลจิสติกส์ และใช้เป็นเขตพาณิชยกรรม 25.45 ไร่ ระบบสาธารณูปโภค 132.52 ไร่ และพื้นที่กันชน 30.06 ไร่

ส่วนที่จ.หนองคายนั้น เป็นพื้นที่ของบริษัท นาคา คลีนเพาเวอร์ จำกัด ในต.โพนสว่าง อ.เมือง พื้นที่ประมาณ 2,960 ไร่ ซึ่งกนอ.ได้อนุมัติเป็นนิคมร่วมกันบริการกับภาคเอกชนไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ

นายวีรพงศ์ กล่าวเสริมว่า หากเป็นไปตามแผนที่วางไว้การจัดตั้งนิคมทั้ง 5 พื้นที่แรก จะต้องไปจัดทำรายงานอีไอเอตามที่กฎหมายกำหนด หากไม่ผ่านการอนุมัติก็ไม่สามารถจัดตั้งได้ โดยจะเริ่มทำอีไอเอประมาณเดือนตุลาคมปีนี้ และในปี 2559 จะเริ่มออกแบบ และดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในปี 2562 ซึ่งกนอ.สนใจที่จะลงทุนตั้งนิคมเองในพื้นที่แม่สอด และที่อรัญประเทศ ที่เหลือจะให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการลงทุน

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ