Loading

พิษน้ำท่วมเมืองท่องเที่ยวชายทะเล กำลังซื้อชอร์ตระยะสั้น-อสังหาภาคตะวันออกยังไหว

วันที่ : 28 กันยายน 2558
พิษน้ำท่วมเมืองท่องเที่ยวชายทะเล กำลังซื้อชอร์ตระยะสั้น-อสังหาภาคตะวันออกยังไหว

หว่ามก๋อถล่มเมืองชายทะเล "พัทยาหัวหิน-ระยอง" สมาคมอสังหาฯชลบุรีเผยเป็นวิกฤตน้ำท่วมในรอบ 30 ปี ประเมินกำลังซื้อชะงัก 1 สัปดาห์ "พฤกษา" รับเป็น บทเรียนซื้อแลนด์แบงก์พัฒนาโครงการในอนาคต "ศุภาลัย" ชี้วิกฤตเป็นโอกาส ลงทุนระบบฟลัดโพรเทกชั่นดักล่วงหน้า- ผู้ซื้อตัดสินใจง่ายขึ้น "แสนสิริ-คิวเฮ้าส์" ประสานเสียงยอดขายปกติ

จากอิทธิพลพายุหว่ามก๋อ ทำให้เกิดฝนตกหนักช่วงวันที่ 16-18 ก.ย. 58 และเกิดภาวะน้ำท่วมขังในหลายจังหวัด โดยเฉพาะเมืองชายทะเล เช่น เมืองพัทยา อ.หัวหิน จ.ระยอง จนอาจส่งผลกระทบต่อโครงการอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก ตามรายงาน จากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า มูลค่าโครงการอยู่ระหว่าง เปิดขายปี'58 ในจ.ชลบุรีมีมูลค่า 401,303 ล้านบาท จ.ประจวบคีรีขันธ์ 46,872 ล้านบาท และจ.ระยอง  57,538 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" สอบถาม ดีเวลลอปเปอร์ พบว่ายังมองบวก โดยมีผลกระทบแค่ระยะสั้น แต่อย่างน้อยทำให้ ผู้ซื้อมีข้อมูลเลือกซื้อบ้านมากขึ้น เพราะเห็นตัวอย่างแล้วว่าทำเลไหนน้ำท่วม-ไม่ท่วม

กำลังซื้อชอร์ต 1 สัปดาห์

นายจักรรัตน์ เรืองรัตนากร เลขาธิการสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดชลบุรี เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า กรณีน้ำท่วม เมืองพัทยาบางจุดสูงสุดถึง 2 เมตรนั้น ยอมรับว่าสถานการณ์เฉพาะหน้าทำให้กำลัง ซื้อชะงัก 1 สัปดาห์ ยอดขายทุกโครงการ ในช่วงดังกล่าวเป็นศูนย์ เกือบทุกโครงการในเมืองพัทยาถูกน้ำท่วม ส่วนจะมากน้อยและระยะเวลาท่วมต่างกันไป แต่ขณะนี้การขายในเมืองพัทยากลับมาเป็นปกติแล้ว

"ต้องเข้าใจว่าเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปีของเมืองพัทยา และจริง ๆ ท่วมไม่นาน เวลาที่น้ำขังมี 4-6 ชม.เท่านั้น เพียงแต่เกิดขึ้นหลายครั้งในรอบ 3 วัน ซึ่งไม่น่าจะทำให้ผู้ซื้อเปลี่ยนพฤติกรรมไปซื้อคอนโดฯแทนบ้านได้เหมือนน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ที่ท่วมนานหลายเดือน" นายจักรรัตน์กล่าวและว่า

บ้านบนเขาแนวโน้มขายดี

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงหลังจากนี้อาจเป็นการตัดสินใจซื้อของผู้ซื้อรายใหม่ ๆ ที่กำลังมองหาบ้าน แนวโน้มน่าจะมองหาทำเลบนเขามากขึ้น เช่น เขาพระตำหนัก เขาตะโล เขาน้อย เพราะมีพื้นที่การท่วมเพียง 70% เทียบกับกลางเมืองพัทยาที่ท่วมหมด 100% แต่อาจจะไม่ถึงกับเปลี่ยนรูปแบบอยู่อาศัยจากแนวราบเป็นแนวสูง และพฤติกรรมผู้ซื้อมองหาบ้านใหม่ทดแทนบ้านเดิมที่น้ำท่วมมีความเป็นไปได้ ซึ่งจะเป็นแง่บวกทั้งการขายบ้านใหม่และตลาดบ้านเช่า

ส่วนเรื่องการปรับปรุงผังเมืองหรือทางระบายน้ำ มองว่าควรเร่งดำเนินการเพราะเมืองพัทยามีการอยู่อาศัยหนาแน่นสูงมาก แม้แต่ พื้นที่ลุ่มก็มีการสร้างที่อยู่อาศัย ทำให้การระบายน้ำทำได้ยากขึ้น แต่เหตุการณ์นี้ ไม่ควรกล่าวโทษเทศบาลหรือหน่วยราชการ เพราะเป็นเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด

พฤกษาฯเพิ่มปัจจัยใหม่ซื้อที่ดิน

นายปิยะ ประยงค์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจทาวน์เฮาส์ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท เปิดเผยว่า น้ำท่วมเมืองพัทยาครั้งนี้ไม่กระทบโครงการบ้านพฤกษา บุญสัมพันธ์-พัทยากลาง และมองว่าผล กระทบน้ำท่วมยังไม่ร้ายแรงเท่าปัญหาหนี้ครัวเรือน อย่างไรก็ตาม ถือว่ามีบทเรียนในการเลือกซื้อที่ดินพัฒนาโครงการในอนาคต

"ครั้งนี้เป็นบทเรียนในการจัดซื้อที่ดินเพิ่ม ปกติเรามีแผนที่ที่ทำคอนทัวร์ความสูงต่ำพื้นที่ไว้ แต่ไม่ได้พิจารณาเป็นปัจจัยหลัก ตอนนี้ก็ต้องให้ความสำคัญ เพราะน้ำท่วม ครั้งนี้เกิดจากน้ำไหลบ่าจากเขาลงมา ถ้าเป็นที่ดินใกล้เขาบริเวณจุดที่เป็นทางน้ำก็จะมีความเสี่ยงกว่าปกติ" นายปิยะกล่าว

ศุภาลัยมองบวกผู้ซื้อตัดสินใจเร็ว

นายบุญชัย ชัยอนันต์บวร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานโครงการภูมิภาค 2 บมจ.ศุภาลัยกล่าวว่า ศุภาลัยทั้ง 2 โครงการได้ ลงทุนระบบป้องกันน้ำท่วม (Flood Protection) โดยถมที่ดินสูงกว่าถนน 60 ซม. ขณะที่ทำเลอยู่บริเวณสวนศรีเมืองซึ่ง ไม่ถูกน้ำท่วม บริเวณที่น้ำท่วมจะอยู่ใกล้แยก ทับมา ศูนย์การค้าและโรงแรมสตาร์ ปรากฏว่าทำให้ลูกค้าที่ลังเลก่อนหน้านี้มีการตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น เพราะเห็นข้อดีของทำเล กลายเป็นยอดขายดีขึ้น เทียบกับช่วงที่ผ่านมาชะลอตัวลงเพราะเข้าสู่หน้าฝน

"ศุภาลัยให้ความสำคัญเรื่องทำเลน้ำท่วมมากอยู่แล้ว การหาซื้อที่ดินถ้าไม่จำเป็นจะไม่เลือกพื้นที่รับน้ำ โดยศึกษาย้อนกลับไปประมาณ 10 ปี ถ้าต้องเลือกจริง ๆ ก็จะลงทุนฝังท่อระบายน้ำกว้าง 1.2 เมตรไว้"

สำหรับโครงการของศุภาลัยในจ.ระยอง ได้แก่ คอนโดมิเนียม ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท ระยอง มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท มียอดขาย 50% และบ้านเดี่ยว ศุภาลัย พาร์ควิลล์ ระยอง มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท มียอดขาย 70%

แสนสิริ-คิวเฮ้าส์ขายปกติ

นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการ ผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บมจ. แสนสิริกล่าวว่า ยอดขายแสนสิริในพัทยาและหัวหินไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจาก น้ำท่วมขังเกิดขึ้นในถนนพัทยาสาย 2 และถนนสุขุมวิทบางส่วนเท่านั้น ประกอบกับตัวโครงการแสนสิริถมที่ดินสูงอย่างน้อย 1 เมตรจากถนนอยู่แล้วจึงไม่มีน้ำท่วมถึง เพียงแต่ฝนที่ตกหนักอาจทำให้น้ำล้นจากสระว่ายน้ำเข้าสวนบ้าง ทางเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติมีการเฝ้าติดตามและระบายน้ำทันที

"เหตุการณ์ครั้งนี้แม้จะไม่ปกติ แต่ถือว่าไม่ได้รุนแรงมากเพราะน้ำท่วมขังจริง ๆ แค่ 2-3 ชม. ก็ไม่ต้องปรับผังเมืองอะไร เมืองพัทยาขยายตัวขึ้นมากจึงระบายน้ำได้ช้าลง ถ้าดูแลรักษาขุดลอกท่อให้ดีก็เพียงพอ"

สำหรับโครงการอยู่ระหว่างขายในเมืองพัทยา ได้แก่ 1)เดอะ เบส พัทยากลาง ทำเล ถ.พัทยาสาย 2 มูลค่าโครงการ 3,100 ล้านบาท 2)บ้านปลายหาด ทำเลถ.พัทยา-นาเกลือ มูลค่าโครงการ 2,300 ล้านบาท มียอดขาย 60% ส่วนในหัวหิน ได้แก่ 1)ออทัมน์ หัวหิน มูลค่าโครงการ 760 ล้านบาท ยอดขาย 90% 2)บ้านอิ่มเอม หัวหิน มูลค่าโครงการ 350 ล้านบาท ยอดขาย 90% และ 3)บ้านปลายฟ้า มูลค่าโครงการ 1,570 ล้านบาท ยอดขาย 60%

นายไพโรจน์ วัฒนวโรดม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.ควอลิตี้ เฮ้าส์กล่าวว่า ยอดขายในพัทยาและหัวหินยังปกติ เพราะ 80% ของผู้ซื้อเป็นคนท้องถิ่นที่อยู่ในเหตุการณ์และรับทราบการจัดการโดยตลอด จึงไม่กระทบความรู้สึกลูกค้า ซึ่งโครงการของบริษัท ได้แก่ เดอะ ทรัสต์ หัวหิน ซ. 5, คิว ซีไซด์ หัวหิน, เดอะ ทรัสต์ พัทยาเหนือ, เดอะ ทรัสต์ พัทยากลาง, เดอะ ทรัสต์ พัทยาใต้ ไม่มีน้ำท่วม แต่ข่าวที่ออกไปทำให้นักท่องเที่ยวและคนที่ไม่อยู่ในพื้นที่ตกใจ ทั้งที่น้ำท่วมเกิดขึ้นแค่บริเวณ ถ.สุขุมวิทและนาเกลือเท่านั้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ