Loading

เร่งพัฒนาระบบคมนาคมรับเขตศก.พิเศษแม่สอด

วันที่ : 30 ธันวาคม 2557
เร่งพัฒนาระบบคมนาคมรับเขตศก.พิเศษแม่สอด

ปฏิญญา ศรีสุภมาตุ

กรมทางหลวง เดินหน้าพัฒนาระบบคมนาคมเชื่อมอำเภอแม่สอดกับเพื่อนบ้าน เร่งสร้างถนน 4 เลนตาก-แม่สอดให้เสร็จทันในปี'60  อัดฉีดงบ 3.6 พันล้านสร้างสะพานมิตรภาพไทย-พม่าแห่งที่2 สอดรับแผนจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด-รองรับระบบโลจิสติกส์ ขณะที่กรมการบินพลเรือน ขยายรันเวย์สนามบินแม่สอดเป็น 2,100 เมตร รองรับเครื่องบินโบอิง 737 มั่นใจพร้อมมือการคมนาคมเชื่อมโยงระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

นายวีระชัย ระกำทอง ผอ.แขวงการทางตากที่2 (แม่สอด) เปิดเผยว่า อำเภอแม่สอด เป็นเมืองหน้าด่านชายแดนสำคัญระหว่างไทย-พม่า ที่กำลังจะพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยในส่วนของโลจิสติกส์การสัญจรทางบก ได้มีการเตรียมพัฒนาการคมนาคม เพื่อรองรับการสัญจรและขนถ่ายสินค้าจำนวนมาก และภาครัฐได้ให้ความสำคัญและผลักดันให้มีการสร้างสะพานมิตรภาพแห่ง  ที่ 2 ภายใต้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 3,600 ล้านบาท ทำให้การเดินทางขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ จะทำได้ โดยสะดวกมากยิ่งขึ้น ประกอบกับการผ่านแดนเข้า-ออกของแรงงานพม่าสามารถทำได้แบบไปเช้า-เย็นกลับ รวมทั้งเป็นประตูสู่อินเดีย และยุโรปสะพานไทย-พม่า2เสร็จปี60  สำหรับสะพานมิตรภาพไทย-พม่า แห่งที่ 2 มีความพิเศษตรงที่จะไม่มี เสาตอม่อกลางแม่น้ำ จะมีเสาที่หัวสะพานของแต่ละฝั่งเท่านั้น โดยใช้หลักทางวิศวกรรมในการก่อสร้าง ในอนาคตการขนส่งสินค้าข้ามแดนส่วนใหญ่จะลำเลียงข้ามสะพานแห่งนี้ เพราะไม่ผ่านตัวเมือง และเป็นผลดีต่อทั้งสองประเทศ

ปัจจุบันขั้นตอนการออกแบบก่อสร้างเสร็จแล้ว เหลือเพียงการตกลงในขั้นตอนดำเนินการว่า หาตัวผู้รับจ้าง หรือภาครัฐดำเนินการเอง ซึ่งคาดว่าจะจบโครงการได้ภายในระยะเวลา 2 ปี หรือไม่เกินปี 2560 ขยายถนนแม่สอด-ตาก 4เลน ในส่วนของการสัญจรจากภายในประเทศเข้าสู่อำเภอแม่สอด มีเส้นทางหลักทางเดียวคือถนนสายตาก-แม่สอด ซึ่งส่วนใหญ่มีความลาดชันและมีโค้งอันตรายจำนวนมาก ที่ผ่านมาได้มีการลดองศาความลาดชันและลดโค้งที่มีองศาแคบ แต่ก็ยังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้มีโครงการขยายถนน สายตาก-แม่สอด ให้เป็น 4 เลนตลอดสาย ด้วยงบประมาณพิเศษ 1,400 ล้านบาท คาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จภายในปี 2560 เช่นกัน เพื่อความคล่องตัวในการสัญจร และมีความปลอดภัยในการสัญจรมากยิ่งขึ้น รวมทั้งรองรับการสัญจรและขนถ่ายสินค้าจำนวนมาก หลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ดังนั้น เมื่อโครงการปรับปรุงขยายถนนเป็น 4 เลนตลอดสายแล้วเสร็จ นอกจากรองรับการสัญจรและขนถ่ายสินค้าที่จะ เพิ่มมากขึ้นแล้ว  ยังเป็นการสร้างความ เชื่อมั่นส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ ชายแดน ให้มีความสะดวกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมทั้งทำให้แม่สอดสามารถพัฒนาเป็นศูนย์กลางจุดรับส่งและกระจายสินค้าชายแดน ระหว่างเวียดนาม-พม่า-ลาว ในอนาคตอันใกล้นี้ ขยายรันเวย์รับโบอิง 737

นางอุบลวรรณ วุฒิ ผอ.ท่าอากาศยานแม่สอด จ.ตาก กล่าวว่า ท่าอากาศยานแม่สอด จังหวัดตาก กรมการบินพลเรือน ได้เตรียมความพร้อม พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานทางด้านโลจิสติกส์การขนส่งทางอากาศ เพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด และการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เดิม ท่าอากาศยานแม่สอดรันเวย์ 30 คูณ 1,500 เมตรรองรับได้เพียงอากาศยานขนาดเล็ก สูงสุดที่รองรับได้คือขนาด เอทีอาร์72  บรรจุผู้โดยสารได้ครั้งละ 64-74 ที่นั่ง ซึ่งสวนทางกับความต้องการที่มีสูง จากนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจากทั้งไทยและต่างประเทศ จากสถิติผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยานแม่สอดเมื่อปี 2556 มีกว่า 80,000 คน และปีนี้คาดว่าจะ ทะลุ 120,000 คน รวมทั้งเมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนคาดว่าตัวเลขจะทวีคูณกว่าเท่าตัว

กรมการบินพลเรือน ได้เล็งเห็น ความสำคัญโดยมีโครงการขยายรันเวย์ เพิ่มอีก 600 เมตร ให้มีขนาดรันเวย์ยาวเป็น 2,100 เมตร ที่สามารถของรับเครื่องบินขนาด โบอิง 737 ได้ รวมทั้งปรับปรุงทางวิ่ง ทางขับ และลานจอดเครื่องบิน ซึ่งจะเพิ่มความสะดวกสบายและขนถ่ายผู้โดยสารได้ครั้งละจำนวนมาก เชื่อมโยงการขนส่งทางอากาศกับพม่า และประเทศในภูมิภาคอาเซียน สนับสนุนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด และรองรับการลงทุนของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ในส่วนของการขยายรันเวย์ เบื้องต้นต้องมีการจัดซื้อที่ดินเพื่อรองรับการต่อเติมความยาวทางวิ่ง จากชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงอีกกว่า 302 ไร่ วงเงิน 98 ล้านบาท ซึ่งในปัจจุบันยังคงมีปัญหาเนื่องจากราคาที่ดินพุ่งสูงกว่าราคาประเมินหลายเท่าตัว ซึ่งกำลังเร่งดำเนินการประชุมร่วมกับชาวบ้าน ในการตกลงราคาและจัดซื้อที่ดินอย่างเร่งด่วน เพื่อดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จให้ทันการรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนสร้างอาคารผู้โดย1.2หมื่นตร.ม.

ทั้งนี้ ยังได้มีโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่ ในพื้นที่ 12,000 ตารางเมตร เชื่อมต่อกับถนนสายเอเชีย เข้าสู่อาคารผู้โดยสารแห่งใหม่ซึ่งจะเพิ่มความสะดวกสบาย และมีที่จอดรถมากยิ่งขึ้น รองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ กว่า 600 คนต่อชั่วโมง ที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดที่กำลังจะเกิดขึ้น และรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยจะมีการแบ่งเป็นโซนอินเตอร์ กับโซนภายในประเทศ รวมทั้งแบ่งโซน ผู้โดยสารขาเข้าและขาออกอย่างชัดเจน ซึ่งอยู่ในระหว่างการปรับปรุงที่ดินก่อสร้างและปรับแบบก่อสร้างเล็กน้อย

นอกจากนั้น ระหว่างที่ปรับปรุงที่ดินก่อสร้างอาคารหลังใหม่ ก็จะได้มีการปรับปรุงอาคารหลังเดิม ให้สามารถใช้ควบคู่เมื่ออาคารหลังใหม่สร้างเสร็จ ในงบประมาณ 25 ล้านบาท โดยอาคารหลังเดิมที่ปรับปรุงใหม่จากเดิมที่รองรับได้เพียง 80 คนต่อชั่วโมง จะสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 150 คนต่อชั่วโมง คาดว่าอาคารเดิมที่ปรับปรุงนี้จะแล้วเสร็จภายในต้นเดือนมกราคม 2558 โดยการนับถอยหลังเข้าสู่ การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จะเกิดขึ้นภายในปี 2558

ดังนั้น การวางระบบพัฒนาโครงสร้าง ทั้งทางบก และทางอากาศ จึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจะไม่มองข้าม เพื่อรองรับการลงทุน การค้า การท่องเที่ยว เมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และเป็นประตูสู่ประเทศอินเดียและประเทศในทวีปยุโรป

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ