Loading

บิ๊กตู่ ลุยศก.พิเศษ1ม.ค.ปีหน้าอัดแพ็กเกจหนุนลงทุนเต็มสูบ

วันที่ : 20 พฤศจิกายน 2557
บิ๊กตู่ ลุยศก.พิเศษ1ม.ค.ปีหน้าอัดแพ็กเกจหนุนลงทุนเต็มสูบ

"ประยุทธ์" กดปุ่มเดินหน้าเขตศก.พิเศษ ดีเดย์ 1 ม.ค. 58 ให้ทุกหน่วยงานสนับสนุนเต็มที่ ประเดิมเฟสแรก 5 พื้นที่ชายแดนครอบคลุม 10 อำเภอ 36 ตำบล รวมพื้นที่ 2.9 พันตร.กม. พร้อมอัดฉีดแพ็กเกจส่งเสริมการลงทุนระดับสูงสุดใกล้เคียงจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาตรการด้านสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนผ่านออม สินกลุ่มเอสเอ็มอี ให้ใช้แรงงานต่าง ด้าวในพื้นที่แบบเช้าไป-เย็นกลับ ด้านเอกชนขานรับแต่ยังมีมุมต่างด้านพื้นที่ ตราดชี้ควรประกาศเป็นรายพื้นที่คลุมทั้งจังหวัด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ครั้งที่ 2/2557 (17 พ.ย. 57) ว่า ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานสนับสนุนการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษใน 5 พื้นที่ชายแดนเป้าหมาย 5 เขตจากแผนที่วางไว้ 12 เขต คือ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก, อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว, อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา, อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด และจังหวัดมุกดาหาร ส่วนที่เหลือให้จัดสรรในปีงบประมาณต่อไป เพราะต้องมีการตั้งงบประมาณสนับสนุน เตรียมความพร้อมสาธารณูปโภค โดยจะมีการชักชวนผู้มาลงทุน โดยเฉพาะโรงงานแปรรูปด้านการเกษตร โรงงานอาหารสัตว์ โรงงานน้ำดื่ม ซึ่งจากการที่มีการพูดคุยกับนักลงทุนในประเทศจีน ก็ให้ความสนใจ

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เผยว่า ที่ประชุมกนพ.เห็นชอบแผนการดำเนินการปี 2558-2559 โดยตั้งเป้าหมายให้วันที่ 1 มกราคม 2558 เป็นจุดเริ่มต้นที่เขตพัฒนาเขตเศรษฐกิจใน 5 พื้นที่ชายแดนเป้าหมายจะได้รับการสนับสนุนในลักษณะแพ็กเกจที่ชัดเจนในทางปฏิบัติ โดยจะเริ่มให้ภาคเอกชนขอรับการส่งเสริมการลงทุนได้รับสิทธิประโยชน์ในระดับสูงสุดและเริ่มใช้บริการศูนย์บริการเบ็ดเสร็จสำหรับการลงทุนในพื้นที่ได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม นอกจากนี้ยังมีการอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวในพื้นที่ได้ในลักษณะไป-กลับ มีการก่อสร้าง ปรับปรุงถนน ด่านชายแดน โครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคที่สำคัญ และเริ่มเตรียมการใช้สหกรณ์ในบางพื้นที่เป้าหมายเพื่อบริหารจัดการผลิตผลการเกษตร

สำหรับรายละเอียดของแผนการดำเนินงาน มีดังนี้ ด้านสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน เห็นชอบให้การลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษได้รับสิทธิประโยชน์ในระดับสูงสุดหรือใกล้เคียงกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กรณีทั่วไป รวมทั้งอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือในลักษณะไป-กลับ ในโครงการที่ได้รับการส่งเสริม ทั้งโครงการใหม่หรือขยาย ทั้งในและนอกเขตพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในพื้นที่โดยเร็ว โดยให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพิจารณาต่อไป

ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ที่นอกเหนืออำนาจของบีโอไอ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี ให้กระทรวงการคลังพิจารณาแนวทางส่งเสริม เช่น การลดภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เป็นเวลา 10 ปี และมาตรการส่งเสริมการลงทุนด้านสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนผ่านธนาคารออมสิน ซึ่งล่าสุดมีวงเงินอยู่ประมาณ 5 พันล้านบาท และยังให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) พิจารณาการค้ำประกันให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วย

ส่วนขอบเขตพื้นที่ที่ประชุม กนพ. ให้ความเห็นชอบขอบเขตพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษใน 5 พื้นที่ชายแดนเป้าหมาย รวม 36 ตำบล ใน 10 อำเภอ พื้นที่รวมประมาณ 1.83 ล้านไร่ (2,932 ตร.กม.) โดยกำหนดขอบเขตพื้นที่ในระดับตำบลที่อยู่ติดชายแดนและไม่ทับซ้อนพื้นที่ป่าไม้ ดังนี้

จังหวัดตาก 14 ตำบล 8.86 แสนไร่ (1,419 ตร.กม.) ในอำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ และอำเภอแม่ระมาดจังหวัดมุกดาหาร 11 ตำบล 3.61 แสนไร่ (578.5 ตร.กม.) ในอำเภอเมือง อำเภอหว้านใหญ่ และอำเภอดอนตาล  จังหวัดสงขลา 4 ตำบล 3.45 แสนไร่ (552.3 ตร.กม.) ในอำเภอสะเดา จังหวัดสระแก้ว 4 ตำบล 2.07 แสนไร่ (332.0 ตร.กม.) ในอำเภออรัญประเทศ และอำเภอวัฒนานคร จังหวัดตราด 3 ตำบล 3.13 หมื่นไร่ (50.2 ตร.กม.) ซึ่งเป็นพื้นที่อำเภอคลองใหญ่ทั้งอำเภอ

ทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากร ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากรระยะเร่งด่วน (ปี 2558-2559) โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาจัดทำรายละเอียดโครงการและวงเงินให้ชัดเจน โดยให้จัดทำเป็นแผนการดำเนินงานในรายละเอียดโครงการรายปี ในระหว่างปีงบประมาณ 2557-2559 เพื่อเสนอ กนพ. ต่อไป

ส่วนแรงงานและศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านแรงงาน สาธารณสุข และความมั่นคง เห็นชอบให้มีการจัดระบบแรงงานต่างด้าวให้มาทำงานในลักษณะไป-กลับ และให้มีการจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านแรงงาน รวมทั้งมีแผนการฝึกอบรมฝีมือแรงงานไทยบริเวณชาย แดนและแรงงานต่างด้าวที่มาทำงานในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชน

ด้านนายชัยวัฒน์ วิทิตธรรมวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก กล่าวว่า จากการที่กนพ.ให้ความเห็นชอบขอบเขตพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษใน 5 พื้นที่ชายแดนเป้าหมาย โดยกำหนดขอบเขตพื้นที่ในระดับตำบลที่อยู่ติดชายแดนและไม่ทับซ้อนพื้นที่ป่าไม้ และในส่วนของจังหวัดตาก จะมี 14 ตำบล พื้นที่ 8.86 แสนไร่ (1,419 ตร.กม.) ในเขตอำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ และอำเภอแม่ระมาด ทางสภาอุตสาห กรรมจังหวัดตาก รู้สึกพอใจกับสิทธิประโยชน์ที่ให้การลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษได้รับสิทธิประโยชน์ในระดับสูงสุดหรือใกล้เคียงกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ รวมถึงขอบเขตพื้นที่ และศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน

ส่วนนายสุมิตร เขียวขจี ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดตราด เผยว่า เห็นด้วยในเรื่องสิทธิประโยชน์ เพราะจะเกิดผลดีต่อนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่ที่น่ากังวลคือ จังหวัดตราดมีการเสนอกำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษไว้ 2 ด้าน คือ ด้านการท่องเที่ยวและบริการ และด้านโลจิสติกส์ ซึ่งภาคเอกชนเห็นว่าไม่เพียงพอ เพราะอาชีพของชาวจังหวัดตราด 80% ทำด้านเกษตรกรรม ที่ต้องการการส่งเสริมการลงทุนเรื่องการแปรรูปสินค้าเกษตร และอีกด้านหนึ่งที่มีความสำคัญคือ การค้าชายแดน ที่ต้องการการส่งเสริมการลงทุนเรื่องคลังสินค้า นอกจากนี้จากการที่มีการให้พื้นที่อำเภอคลองใหญ่เป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ไม่เพียงพอ ควรกำหนดให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งจังหวัด แต่อาจจะกำหนดเป็นจุดๆไป เช่น การแปรรูปสินค้าเกษตรต้องอยู่ในอำเภอเขาสมิง ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกใหญ่ หรือเกาะช้างและเกาะอื่นๆ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านการท่องเที่ยว

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ