Loading

เล็งประกาศเขตศก.พิเศษคลุมจังหวัด

วันที่ : 21 ตุลาคม 2557
เล็งประกาศเขตศก.พิเศษคลุมจังหวัด

จักรมณฑ์ชี้ไม่ต้องแก้ก.ม. สั่งหน่วยงานรัฐ ออกกฎกระทรวงได้ทันที

"จักรมณฑ์" เผย รัฐบาลเล็งประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ทั้งอำเภอ หรือจังหวัด พร้อมกำหนดส่งเสริมรายธุรกิจ ชี้ เป็นแนวทางง่ายสุด ไม่ต้องแก้กฎหมายตั้งได้ภายใน 1 ปี

นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 2 รูปแบบ ได้แก่ 1. รัฐบาลกำหนดพื้นที่ชัดเจนอาจจะมีขนาดใหญ่ประมาณ 2-3 ตารางกิโลเมตร ซึ่งจะมีทั้งเขตพื้นที่เกี่ยวกับการค้า การพาณิชย์ และพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอยู่ภายในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและรัฐเข้าไปสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานรองรับกิจการทางเศรษฐกิจ

รวมทั้งจะกำหนดมาตรการให้สิทธิพิเศษ ด้านต่างๆ ที่สูงกว่าพื้นที่อื่นๆนอกเขต เศรษฐกิจพิเศษฯ เช่น มาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุดของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นต้น

ส่วนรูปแบบที่ 2 จะเป็นการประกาศพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษในวงกว้าง อาจจะทั้งอำเภอ หรือจังหวัด แต่จะมีการกำหนดประเภทของธุรกิจ ที่จะได้รับสิทธิพิเศษ ด้านต่างๆ ทั้งภาคการผลิต และบริการ ซึ่งหากมีการลงทุนในธุรกิจที่กำหนดก็จะได้รับการสนับสนุนเต็มที่ เช่น โรงงานที่สร้างในพื้นที่ที่กำหนดสิทธิบีโอไอสูงสุดยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี สูงกว่าพื้นที่ส่วนอื่นที่ได้เพียง 5 ปี สิทธิประโยชน์ในการใช้แรงงานต่างด้าว และด้านอื่นๆ ตามที่รัฐจะกำหนด เพื่อดึงดูดการลงทุน

ส่วนธุรกิจอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือจากประเภทที่รัฐสนับสนุน ก็จะไม่ได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ แต่ทั้งนี้ก็จะยังได้รับประโยชน์ทางอ้อม เช่น ธุรกิจโรงแรม และบริการต่างๆ จะมีลูกค้ามาก

"แนวทางในรูปแบบที่ 2 นี้มีความ เป็นไปได้มากที่สุด เพราะดำเนินงานได้ง่ายโดยไม่ต้องแก้กฎหมาย หรือออกกฎหมายฉบับใหม่ เพียงแค่รัฐบาลประกาศเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ และให้แต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องออกกฎกระทรวงอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ โดย บีโอไอ ก็มีกฎหมายที่จะให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีอยู่แล้ว ด้านสาธารณูปโภคต่างๆ รัฐบาลก็สามารถ สั่งการให้หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจต่างๆ เช่น กรมทางหลวง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (พีอีเอ) และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เข้าไปลงทุนได้ทันที ซึ่งหากเป็นในแนวทางนี้ก็จะสามารถดำเนินการได้ภายใน 1 ปี" นายจักรมณฑ์ กล่าว

สำหรับพื้นที่นำร่องเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนมี 5 พื้นที่ ได้แก่ อ..แม่สอด จ.ตาก , อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว , อ.คลองใหญ่ จ.ตราด, อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร และอ.สะเดา จ.สงขลา โดยหลังจากลงพื้นที่สำรวจ จ.สระแก้ว พบว่าพื้นที่ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ มีความเหมาะสม เพราะอยู่ใกล้กับตลาด โรงเกลือ และด่านผ่านแดนถาวรคลองลึก เป็นพื้นที่ราบกว้างใหญ่น้ำท่วมไม่ถึง และไม่มีชุมชนหนาแน่น มีถนนเชื่อมต่อ เข้าพื้นที่ได้สะดวก

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเปิดด่านถาวรแห่งใหม่ บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท เพื่อลดความแออัดของจุดผ่านแดนบ้านคลองลึก ส่งเสริมการกระจายสินค้าไทยไปยังกัมพูชา และยังเป็นการเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญระหว่างไทย กัมพูชา และเวียดนาม

"จังหวัดสระแก้วมีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งในการเป็นพื้นที่นำร่องตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพราะว่ามูลค่าการค้าเกินครึ่งหนึ่งของการค้ารวมชายแดนไทย-กัมพูชา อยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง และแหล่งผลิตอุตสาหกรรมใกล้กรุงเทพฯ รวมทั้งยังติดกับแหล่งผลิตพืชเกษตรขนาดใหญ่ของกัมพูชา ทั้งมันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ข้าวโพด และแรงงานภาคการเกษตรที่ยังมีราคาถูกที่สามารถพัฒนาไปเป็นแรงงานในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการเกษตร" นายจักรมณฑ์ กล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ