Loading

เดินหน้า'เขตศก.พิเศษทวาย' คมนาคมร่วม'ประยุทธ์'เยือนพม่า ยันพัฒนาต่อรอญี่ปุ่นตอบรับลงทุน

วันที่ : 10 ตุลาคม 2557
เดินหน้า'เขตศก.พิเศษทวาย' คมนาคมร่วม'ประยุทธ์'เยือนพม่า ยันพัฒนาต่อรอญี่ปุ่นตอบรับลงทุน

คมนาคมร่วมขบวน'ประยุทธ์'เยือนพม่า ยืนยันรัฐบาลไทยเดินหน้าพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย หลังปรับลดโครงการให้เล็กลง ยอมรับอยู่ระหว่างเจรจาญี่ปุ่นเข้าร่วม หากตกลงกันได้จะลงนาม 3 ฝ่าย ตั้งบริษัท ทวาย เอส อี แซด ดีเวลล๊อปเม้นท์ จำกัด ทันที พร้อมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมถนนถึงพุน้ำร้อน ทำมอเตอร์เวย์ เส้นบางใหญ่-กาญจนบุรี

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ศสช.) เปิดเผยถึงการร่วมเดินทางเยือนสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า พร้อมกับคณะของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 9-10 ตุลาคมว่า การเดินทางไปครั้งนี้รัฐบาลจะยืนยันในการเดินหน้าโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ภายหลังจากที่มีการปรับลดขนาดโครงการลงและอยู่ระหว่างการเจราหาผู้ร่วมทุนรายใหม่ คือ รัฐบาลญี่ปุ่น หากสามารถตกลงร่วมกันได้ จะนำไปสู่การลงนามในกรอบความร่วมมือจัดตั้งบริษัท ทวาย เอส อี แซด ดีเวลล๊อปเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลเฉพาะกิจ (เอสพีวี) ที่ร่วมมือกัน 2 ฝ่าย คือ รัฐบาลไทยกับรัฐบาลพม่า โดยจะเพิ่มเป็น 3 ฝ่าย คือ รัฐบาลญี่ปุ่นร่วมด้วย

นายอาคมกล่าวว่า ตามแผนเดิมที่บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือไอทีดี เข้าไปดำเนินการลงทุนจะเป็นรูปแบบที่ให้เอกชนลงทุนเองทั้งหมด ส่งผลให้การได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นไปได้ยาก แต่เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อไปได้จึงมีการเปลี่ยนจากคู่สัญญาระหว่างพม่ากับไอทีดี มาเป็นพม่ากับเอสพีวี โดยที่เอสพีวีจะต้องเข้าไปรับภาระจ่ายคืนเงินลงทุนให้กับไอทีดีที่เข้าไปลงทุนก่อนหน้านี้ด้วย ซึ่งมีมูลค่าหลายพันล้านบาท

นายอาคมกล่าวว่า ที่ผ่านมาเอสพีวีที่ตั้งขึ้นร่วมกันระหว่างไทยกับพม่ามีการเดินหน้าทำงานร่วมกันในระดับเจ้าหน้าที่ ส่วนโครงสร้างคณะกรรมการระดับนโยบายนั้น รัฐบาลได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปรับปรุงโครงสร้างการทำงานจากเดิมมี 3 ระดับ ได้แก่ คณะทำงานร่วมระดับสูงไทย-พม่า (JHC) ระดับรัฐมนตรี คณะกรรมการประสานงานไทย-พม่า (JCC) และคณะทำงานระดับปฏิบัติการ (Task Force) ได้ปรับให้เหลือ 2 ระดับ คือ คณะทำงานระดับสูง และคณะทำงานระดับปฏิบัติการ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน

"การลงทุนเริ่มต้นก่อนที่จะพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมทวายนั้น จะต้องมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ได้แก่ ถนนเชื่อมนิคมทวายมายังประเทศไทยที่ด่านพุน้ำร้อน การก่อสร้างท่าเรือขนาดเล็กที่อยู่นอกนิคมเพื่อการส่งสินค้าเข้ามา และโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ซึ่งใช้วิธีการเชิญให้ไอทีดียื่นข้อเสนอและขณะนี้ทางพม่าอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเสนอนี้" นายอาคมกล่าว

นายอาคมกล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคมต้องดำเนินการก่อสร้างถนนที่จะเชื่อมจากพุน้ำร้อน จังหวัดกาญจนบุรี ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนนลูกรังบดอัดแน่นจะก่อสร้างเป็นถนน 4 ช่องจราจร และการก่อสร้างทางพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) เส้นทางบางใหญ่-กาญจนบุรีด้วย

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ