Loading

เอกชนบุกสระแก้ว-แม่สอด แห่ตั้งบริษัท-BOIให้สิทธิ์ชนเพดาน

วันที่ : 21 กันยายน 2558
เอกชนบุกสระแก้ว-แม่สอด แห่ตั้งบริษัท-BOIให้สิทธิ์ชนเพดาน

บูม "แม่สอด-สระแก้ว" เอกชนแห่จดทะเบียนใหม่ 250 บริษัท รัฐปรับแพ็กเกจเร่งรัดลงทุน "เขต ศก.พิเศษ-คลัสเตอร์" ให้สิทธิประโยชน์ BOI สูงสุด สภาหอ-สภาอุตฯ-ส.ธนาคารไทยขานรับ บิ๊กเอกชนเริ่มลุย ร.พ.-โลจิสติกส์เคลื่อนทัพ

นโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ถูกดำเนินการจนมีผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจเปลี่ยน หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ มาเป็น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพียงแค่ 1 เดือนที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ได้ขับเคลื่อน นโยบายลงไปจนมีผลในทางปฏิบัติ หนึ่งในนั้นก็คือ การให้สิทธิประโยชน์กับ นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่ โดยล่าสุด คณะกรรมการ ส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ออก "มาตรการเร่งรัดการลงทุน" ท่ามกลางการขานรับจากภาคเอกชน

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานเข้ามาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สั่งการให้ BOI กำหนดมาตรการเร่งรัดการลงทุน (ตามตารางประกอบ) ทั้งในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และพื้นที่ตามนโยบายคลัสเตอร์ เพิ่มเติมจากสิทธิประโยชน์การกำหนดกิจการเป้าหมายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปี กับลดหย่อนภาษีเงินได้ร้อยละ 50 เพิ่มอีก 5 ปี) เพื่อเร่งให้เกิดการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในช่วงปี 2558-2559 ให้ได้

โดยมาตรการเร่งรัดการลงทุนดังกล่าวได้ผ่านการหารือกับ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในกิจการ/โครงการเป้าหมาย 13 กิจการ จะได้รับการ "ยกเว้น" ภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปี และลดหย่อน 50% ในปีที่ 9-13 ซึ่งเป็นการให้สิทธิประโยชน์สูงสุดภายใต้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนอยู่แล้ว ส่วนกิจการอื่น ๆ ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามมาตรการเร่งรัดการลงทุน ด้วยการยกเว้นภาษีเงินได้ +2 (ไม่เกิน 8 ปี) หากได้รับการยกเว้น 8 ปีอยู่แล้ว ให้ได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้ร้อยละ 50 ในปีที่ 9-13 เป็นการเพิ่มเติม

ในขณะที่กิจการ/โครงการในพื้นที่ทั่วไป (นอกเหนือจากเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ) รวมทั้งโครงการ/กิจการที่เกิดจากนโยบายคลัสเตอร์ของรัฐบาล จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามมาตรการเร่งรัดการลงทุน ด้วยการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล +1 ปี (แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 8 ปี) โดยผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจะต้องยื่นขอรับการส่งเสริมให้นับตั้งแต่วันที่ 1 มค. 2558 จนถึง 30 มิ.ย 2559 จะต้องเริ่มผลิตให้ได้ภายในปี 2560

อย่างไรก็ตามมีข้อน่าสังเกตว่า ไม่ว่า BOI จะออกมาตรการเร่งรัดการลงทุนหรือมาตรการให้สิทธิประโยชน์อย่างไรก็ตาม แต่มาตรการทั้งหมดยังคงถูก "จำกัด" อยู่ภายใต้กฎหมายส่งเสริมการลงทุนฉบับปัจจุบัน กล่าวคือการ "ยกเว้น" ภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุดไม่สามารถให้เกิน 8 ปีได้ กับการลดหย่อนภาษีเงินได้ต้องไม่เกินร้อยละ 50 หากจะให้มากกว่านั้น จะต้องแก้ไข พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนเสียก่อน ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในกระบวนการแก้ไขกฎหมายอยู่

เอกชนขานรับเร่งรัดลงทุน

นายนิยม ไวยรัชพานิช รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการความร่วมมือเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน กล่าวถึงการผลักดันให้เกิดการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 2 แห่งตามนโยบายของรัฐบาล ที่แม่สอด จ.ตาก กับสระแก้วนั้น ตรงกับความต้องการของภาคเอกชนที่ต้องการเห็นสิทธิประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมในปลายปี 2558 "มาตรการสิทธิประโยชน์ที่รัฐ กำหนดออกมาเป็นสิ่งที่ภาคเอกชนพอใจ ทั้งเรื่องของแรงงานที่สามารถไปเช้า-เย็นกลับได้ การลดภาษีให้กับ 13 กิจการที่จะเข้าไปลงทุน สนับสนุนด้านภาษีศุลกากร และส่งเสริมภาษีในส่วนของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น กลุ่มพลาสติก จากเสียภาษี 20% ด้วยการปรับลดภาษีลงมา เพื่อดึงดูดให้นักลงทุนเข้าไปมากขึ้น"

ขณะนี้ทางบริษัทใหญ่อย่าง สหพัฒนพิบูล กับเครือ CP ได้เริ่มเข้าไปหาพื้นที่เพื่อการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษแล้ว แต่ยังเหลือผู้ประกอบการกับนักลงทุนอื่น ๆ ที่ยังรอความชัดเจนจากภาครัฐ เนื่องจากขณะนี้ปัญหาเรื่องของที่ดินมีผลต่อการเข้าไปลงทุนอย่างมาก ประกอบกับตอนนี้ ประชาชนที่ขายที่ดินให้ภาครัฐในราคาถูก แต่ภาครัฐกลับมีการซื้อขายให้เช่าที่ดินในราคาสูง ส่งผลให้คนในพื้นที่ไม่พอใจ เกิดข้อเรียกร้องกันขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่แม่สอด เรื่องนี้รัฐบาลต้องเข้ามาดูแลแก้ไขโดยเร็ว

สำหรับประเภทกิจการที่มีนักลงทุนสนใจเข้าไปลงทุน มีทั้งกิจการโรงแรม กิจการศูนย์กระจายสินค้า คลังสินค้า พร้อมที่จะเข้าไปลงทุน แต่หากรัฐยังล่าช้าในการผลักดันการลงทุนก็อาจจะเสียประโยชน์ได้ เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านต่างได้ส่งเสริมและมีการลงทุนไปบ้างแล้ว

นายเจน นำชัยศิริ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงมาตรการเร่งรัดการลงทุนว่า เอกชนพอใจเพราะเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะกระตุ้นการลงทุนได้จริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะนักลงทุนมองพื้นที่มากกว่า ว่าน่าสนใจขนาดไหน และความพร้อมว่าจะเอื้อต่อการลงทุนยังไง เช่น แม่สอดเป็นพื้นที่น่าสนใจ ถ้าระบบสาธารณูปโภคพร้อมก็น่าลงทุน ในส่วนของเอกชนต้องการให้รัฐเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานให้มีความพร้อม ส่วนมาตรการส่งเสริมคลัสเตอร์นั้น ไม่ใช่เรื่องแค่สิทธิประโยชน์ แต่ควรมี 3 เรื่องหลักคือ 1) การร่วมกันระหว่างรัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ จัดเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 2) การใช้มาตรการบนพื้นฐาน เดียวกันของผู้ผลิตขนส่งและผู้รับ และ 3) การ หารือเพื่อให้เกิดข้อตกลงด้านผลประโยชน์ร่วมกัน

ขณะที่นายธวัชชัย เฮงประเสริฐ รองประธานงานส่งเสริมการค้าชายแดน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า มาตรการเร่งรัดการลงทุน เป็นการกระตุ้นการลงทุนได้ดี ภาคเอกชนเชื่อว่า จะลงทุนได้จริงตามกรอบภายใน 2 ปีนี้เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ดังกล่าว แต่ปัญหาอัตราค่าจ้างแรงงาน ความไม่สะดวกของการติดต่อประสานงาน เอกสาร ข้อมูล กับทางศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน (One Stop Service) ดังนั้น เอกชนต้องการให้ภาครัฐให้เอกชนเข้าไปบริหารจัดการหรือเป็นคนขายพื้นที่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษให้ โดยมีรัฐเป็นผู้ลงทุน

ด้านนายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวถึง มาตรการเร่งรัดการลงทุนเพื่อจูงใจให้เอกชนลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษว่า น่าจะดึงดูดเอกชนให้เร่งลงทุน และสะท้อนจุดแข็งของประเทศไทยที่จะสามารถดึงดูดนักลงทุนได้ และทิศทางที่มุ่งไปสู่การสร้างมูลค่าให้กับประเทศ  ซึ่งน่าจะส่งผลให้มีการลงทุนเพิ่มเติม แต่จุดเริ่มต้นที่สำคัญ คือ รัฐบาลวางพื้นฐาน แล้วทำให้ภาคเอกชนสามารถทำงานได้

หอตากติงพื้นที่ไม่ชัดเจน

นายพงศ์ชัย ตันอรุณชัย รองเลขาธิการหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวถึงปัญหาและอุปสรรคในการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากว่า หน่วยงานภาครัฐกับเอกชนทำงานไม่สอดคล้องกัน ซึ่งความจริงทั้ง 2 หน่วยงานจะต้องทำงานร่วมกัน รัฐมีหน้าที่ สนับสนุนงบประมาณ เป็นตัวกลางการประสานงาน ส่วนเอกชนมีความรู้ด้านการค้าการลงทุน ควรที่จะเข้าไปมีบทบาท ออกแบบ วางยุทธศาสตร์การจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก "แต่ที่ผ่านมาเอกชนมีส่วนร่วมน้อยมาก เราเสนอให้นายกรัฐมนตรีออกพระราชบัญญัติ หรือพระราชกำหนดบริหารองค์กรเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก หรือตั้งเป็นองค์การมหาชนแล้วให้เอกชนเข้ามาเป็น ผู้อำนวยการองค์กรเขตเศรษฐกิจพิเศษตาก"

ส่วนนายสมศักดิ์ คะวีรัตน์ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะมีความชัดเจนจะเน้นการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 2 แห่ง คือ แม่สอด กับสระแก้ว รวมทั้งมีการกำหนดมาตรการเร่งรัดการลงทุน แต่ในความเป็นจริงแล้ว นักลงทุนยังคงกังวลเรื่องพื้นที่ที่ยังไม่ชัดเจน ทำให้การลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด "ยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร เพราะแม้แต่ผังเมืองบลูพรินต์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดยังไม่ออก การขอพื้นที่คืนก็กำลัง อยู่ระหว่างดำเนินการ นักลงทุนรายใหญ่ ๆ เพียงมาดูพื้นที่เท่านั้น ยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ" นายสมศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้การตรวจสอบข้อมูลจากสถิติการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ในจังหวัดตาก กับจังหวัดสระเก้ว จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า มีการจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่เพื่อรองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม-สิงหาคมที่ผ่านมา มีบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่รวมประมาณ 249 บริษัท เป็นการจดทะเบียนในจังหวัดตาก 132 บริษัท จังหวัดสระแก้ว 117 บริษัท โดยในแต่ละเดือนทั้ง 2 จังหวัด จะมีบริษัทจดทะเบียนใหม่รวมกันเดือนละประมาณ 25-30 บริษัท

โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง, อสังหาริมทรัพย์, ธุรกิจรับขนส่งสินค้า, ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง, จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค, บริษัทนำเข้าส่งออกสินค้า, การค้าขายพืชไร่, ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป, ธุรกิจปั๊มน้ำมัน, โรงงานผลิตชุดชั้นใน/ชุดนอน, ธุรกิจรักษาความปลอดภัย, กิจการโรงแรมและที่พักแรม, โรงงานผลิตเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์/ขนม/เยลลี่/ไอศกรีม, โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งบริษัทนิคมอุตสาหกรรม

ร.พ.ดังปักธงสระแก้ว-แม่สอด

น.พ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางกอกเชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ในฐานะนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวว่า บริษัท อยู่ระหว่างศึกษาทำเลระหว่างพื้นที่อรัญประเทศและสระแก้ว เพื่อลงทุนโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ส่วนที่แม่สอด รอความชัดเจนปลายปี โดยเร็ว ๆ นี้เพิ่งซื้อที่ดินที่กบินทร์บุรี ปราจีนบุรี พื้นที่ 10 ไร่ อยู่ในโซนนิคมอุตสาหกรรม 304 เตรียมลงทุนสร้างโรงพยาบาลการุญเวช กบินทร์บุรี ขนาดมากกว่า 100 เตียง และที่ฉะเชิงเทรา เป็นการซื้อกิจการมาจาก โรงพยาบาลโสธราเวช และเปลี่ยนชื่อเป็น โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ฉะเชิงเทรา ใช้งบฯ 650 ล้านบาท

"กลุ่มประเทศ CLMV มีความต้องการเข้ามาใช้บริการด้านสาธารณสุขในไทย ถือเป็นโอกาส แต่ในส่วนของนโยบายส่งเสริมการลงทุนต้องมีความชัดเจน ผมมองว่าในเขตเศรษฐกิจพิเศษ นอกจากเรื่องของอุตสาหกรรม ภาษี ควรจะมีเรื่องการส่งเสริม สุขภาพรวมอยู่ด้วย"

มีรายงานข่าวเข้ามาว่า นอกจากกลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์แล้ว ก็ยังมีกลุ่มโรงพยาบาลจุฬารัตน์ได้เปิดคลินิกเวชกรรมจุฬารัตน์โรงเกลือ สระแก้ว ในเดือนสิงหาคม และกลุ่มโรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล ที่มีคลินิกที่แม่สอด จังหวัดตาก ได้เพิ่มน้ำหนักลงทุน โดยเข้าซื้อหุ้นบริษัท มหานครแม่สอดเวชการ จำกัด เจ้าของโรงพยาบาลแม่สอด อินเตอร์เนชั่นแนล จังหวัดตาก รองรับการเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

อุตฯดัน 3 มาตรการช่วย SMEs

นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือ SMEs หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการสินเชื่อผ่านสถาบันการเงิน การปรับปรุงเงื่อนไขการค้ำประกัน การร่วมลงทุนในระยะเริ่มต้น รวมทั้งมาตรการทางด้านภาษีไปแล้วว่า ในระยะที่ 2 กระทรวงอุตสาหกรรมจะออกมาตรการสนับสนุนช่วยเหลือ SMEs ในด้านต่าง ๆ แบบบูรณาการ โดยจะมุ่งเน้นในด้านผลิตภาพ (Productivity) และนวัตกรรม (Innovation) กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯจะมุ่งเน้น ในเรื่องนวัตกรรม (Innovation) และกระทรวง พาณิชย์ มุ่งเน้นในด้านการตลาด

"ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินการเน้นในเรื่องของการสร้างผู้ประกอบการใหม่ และเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ผู้ประกอบการรายเดิม ซึ่งรายเดิมอาจมีบางรายที่มีปัญหา ตรงนี้เรามีมาตรการเข้าไปช่วยเหลือ และวินิจฉัยว่าเราจะช่วยด้านไหนได้บ้างในเชิงลึกต่อไป ส่วนรายเดิมที่ยังมีศักยภาพ เราจะส่งเสริมให้มีศักยภาพมากขึ้น คือเราต้องดูตั้งแต่งานวิจัยพัฒนา ซึ่งเรื่องนี้ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯก็พร้อมที่จะเข้ามาช่วย"

ทั้งนี้ มาตรการหลัก 3 มาตรการของกระทรวงอุตสาหกรรม ในการช่วยเหลือ SMEs คือ 1) การเสริมสร้างความเข้มแข็ง SMEs 2) การสร้างผู้ประกอบการใหม่เชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรม ในสาขาธุรกิจอุตสาหกรรมที่เป็นยุทธศาสตร์ และ 3) การปรับแผนธุรกิจและเพิ่มความเข้มแข็งสำหรับ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ