Loading

ธนารักษ์-รฟท. ร่วมถก8เม.ย.ที่ดินมักกะสันแลกหนี้ 5 หมื่นล

วันที่ : 3 เมษายน 2558
ธนารักษ์-รฟท. ร่วมถก8เม.ย.ที่ดินมักกะสันแลกหนี้ 5 หมื่นล.

          แบ่งพื้นที่พัฒนา เชิงพาณิชย์ 99 ปี  และพัฒนาเชิงสังคม "ธนารักษ์-การรถไฟฯ" ถกนัดแรกแผนนำที่ดินบริเวณมักกะสันแลกภาระหนี้กระทรวงการคลัง 5 หมื่นล้านบาท 8 เม.ย.นี้ เผยมีแผนนำพื้นที่ส่วนหนึ่งไปพัฒนาเชิงพาณิชย์ระยะยาว 99 ปี อีกส่วนหนึ่งพัฒนาเชิงสังคม

          นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการดำเนินการกรมธนารักษ์วานนี้ (2 เม.ย.) ว่า ได้มอบนโยบายให้กรมธนารักษ์ เข้าไปทำงานร่วมการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับการนำที่ดินของ ร.ฟ.ท. บริเวณมักกะสันมาให้กรมธนารักษ์เช่าระยะยาว เพื่อแลกกับภาระหนี้สินของ ร.ฟ.ท. โดยกรมธนารักษ์ จะนำที่ดินแปลงดังกล่าวไปพัฒนาตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งส่วนหนึ่งจะนำไปพัฒนาเชิงสังคม และอีกส่วนจะนำไปพัฒนาเชิงพาณิชย์

          "ในวันที่ 8 เม.ย.นี้ กรมธนารักษ์จะได้เข้าไปร่วมหารือกับร.ฟ.ท.เกี่ยวกับรับโอนที่ดินบริเวณดังกล่าว ต้องหารือถึงการตีมูลค่าของที่ดิน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาหนี้สินของร.ฟ.ท.เบื้องต้น หนี้สิน 5 หมื่นล้านบาทที่กระทรวงการคลังต้องเข้าไปร่วมรับผิดชอบด้วยนั้น ทาง ร.ฟ.ท.จะต้องนำที่ดิน 1-2 แปลง มาให้กระทรวงการคลังเช่า เพื่อนำที่ดินดังกล่าวไปบริหารและเพิ่มมูลค่าให้แก่ที่ดินแปลงนั้น ซึ่งขณะนี้ จะหารือในการนำที่ดินแปลงมักกะสัน 490 ไร่มาตีมูลค่าที่แท้จริงก่อนเป็นแปลงแรก แต่หากที่ดินแปลงนี้มีมูลค่าไม่เพียงพอก็จะเพิ่มที่ดินแปลงอื่นๆ เช่น ที่ดินของสถานีรถไฟแม่น้ำ เป็นต้น"

          สำหรับภาระหนี้สินของ ร.ฟ.ท. ปัจจุบันมีอยู่ 1.1 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้ เป็นหนี้ที่เกิดจากการบริหารงานของ ร.ฟ.ท.ในการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล 5 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 3 หมื่นล้านบาท เป็นหนี้สินที่มาจากการบริหารงานที่ขาดทุนสะสมของ ร.ฟ.ท.

          นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ รัฐบาลมี นโยบายขายที่ดินของ ร.ฟ.ท.ให้แก่กระทรวงการคลัง แต่นโยบายใหม่ของรัฐบาลให้เปลี่ยนจากการขายที่ดินมาเป็นการเช่าที่ดินแทน ซึ่งจะทำให้กรรมสิทธิ์ของที่ดินยังอยู่ที่ ร.ฟ.ท.ต่อไป ในส่วนของกระทรวงการคลังจะมอบให้กรมธนารักษ์เข้าไปบริหารและพัฒนาที่ดินในฐานะผู้เช่า

          หากการพัฒนาที่ดินโดยไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องของผลกำไร สัญญาในการเช่าที่ดินเพื่อหักล้างกับหนี้จำนวน 5 หมื่นล้านบาท อาจจะไม่ใช่สัญญาเช่า 20-25 ปี แต่อาจจะนานถึง 99 ปี หรือมากกว่านั้น เพราะจะมีพื้นที่ที่ใหญ่มากๆ ไม่ได้นำใช้ประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ เช่น สวนสาธารณะ และแก้มลิง เป็นต้น ทำให้อัตราผลตอบแทน หรือกำไรที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมีน้อย ส่งผลให้การชำระหนี้ใช้เวลายาวนานมากขึ้น

          ด้านนายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า การหารือในวันที่ 8 เม.ย.นี้ เป็นนัดแรกระหว่างกรมธนารักษ์ กับ ร.ฟ.ท. ซึ่งฝั่งของ ร.ฟ.ท. ได้ตั้งที่ปรึกษาเพื่อพิจารณาราคาที่ดินแปลงมักกะสัน ขณะเดียวกัน กรมธนารักษ์ ก็มีที่ปรึกษาเพื่อประเมินราคาที่ดิน เพื่อช่วยกำหนดราคาที่ดินให้สอดคล้องกับความเป็นจริง และยุติธรรมต่อทุกฝ่าย

          นอกจากนี้ รมช.คลัง ยังมอบนโยบายให้กรมธนารักษ์ นำร่องโครงการที่พักรถ สำหรับนักท่องเที่ยวและรถขนส่งสินค้า 41 จุดทั่วประเทศ แบ่งออกเป็นจุดพักรถที่มีสถานีบริการน้ำมัน แก๊ส ห้องพัก ร้านสะดวกซื้อ 28 จุด อีก 13 จุด เป็นที่จอดรถสำหรับรถขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ เพื่อให้ขานรับนโยบายของรัฐบาลในการลดอุบัติเหตุทั่วประเทศ โดยมีหลักการว่า ผู้ขับขี่รถยนต์และรถขนส่งสินค้าไม่ควรขับรถนานเกินกว่า 2.30 ชั่วโมง ดังนั้น กรมธนารักษ์ต้องไปสำรวจที่ราชพัสดุที่มีอยู่ทั่วประเทศว่า จุดที่ควรทำเป็นที่พักรถและมีพื้นที่เพียงพอหรือไม่

          "ประเด็นนี้ กรมธนารักษ์จะอยู่ในฐานะผู้จัดหาทำเลที่ดินที่เหมาะสม ส่วนการลงทุนและการบริหารงานจะให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน โดยล่าสุดมีที่ดินที่เหมาะสมแล้ว 1 แปลงในจังหวัดนครราชสีมา แต่จะไม่ได้ประกาศเชิญให้เอกชนมาลงทุน โดยตั้งเป้าหมายภายในปีนี้ จะสร้างจุดที่พักรถได้ 2-3 แห่ง"

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ