Loading

รายงานพิเศษ: เทขายอสังหาฯมือสอง หนีการเมืองร้อนรุกภูมิภา

วันที่ : 28 มกราคม 2557
รายงานพิเศษ: เทขายอสังหาฯมือสอง หนีการเมืองร้อนรุกภูมิภาค

โชคชัย สีนิลแท้  

จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังคงร้อนระอุ ส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์มือสอง และการประมูลทรัพย์เพื่อขายทอดตลาดต่างต้องเร่งปรับตัว โดยหันไปเน้นการประมูลทรัพย์ในส่วนภูมิภาคมากขึ้น

วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า ผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศ เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการขายทอดตลาดทรัพย์ของกรมบังคับคดีในภาพรวม เนื่องจากมีการปิดสำนักงานเป็นช่วงระยะสั้นและเกิดขึ้นในบางพื้นที่ เช่น ในภาคใต้ ปัจจุบันกรมมีทรัพย์ที่อยู่กว่า 2 แสนล้านบาททั่วประเทศ โดยอยู่ในกรุงเทพฯ 10% ในจำนวนนี้เป็นทรัพย์ที่อยู่นำมาขายทอดตลาดกว่า 1.2 แสนล้านบาท แบ่งเป็นที่ดินเปล่าพร้อมสิ่งปลูกสร้างมูลค่า 7.1 หมื่นล้านบาทที่ดินเปล่า 4.6 หมื่นล้านบาทและอาคารชุดกว่า 5,000 ล้านบาท

สำหรับปีงบประมาณ 2556 (ถึงสิ้นเดือน ก.ย.2556) กรมมียอดขาย 3.4 หมื่นล้านบาทโดยได้ตั้งเป้าในปีงบประมาณ 2557 ที่ 4-6 หมื่นล้านบาทซึ่งในปีนี้กรมมีนโยบายที่จะขยายตลาดสู่นักลงทุนชาวต่างชาติมากขึ้น เนื่องจากมีทรัพย์ในบางจังหวัดที่ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติ อาทิ ภูเก็ต สมุย เชียงใหม่เชียงราย พัทยา โดยจะเพิ่มภาษาอังกฤษในเอกสารสำนวนคดี เพื่ออำนวยความสะดวกชาวต่างชาติที่ต้องการใช้สำนวนคดีภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ยังใช้งบประมาณกว่า 20 ล้านบาทในการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ สำนวนคดีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ การขยายระบบอีบรอดคาสต์หรือการแจ้งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ และระบบอีออกชั่น เพื่อรองรับตลาดเออีซีและการประมูลทรัพย์จากต่างประเทศผ่านระบบออนไลน์ ทั้งนี้ ตลาดที่เป็นที่จับตามองของกลุ่มนักลงทุนที่มองเห็นโอกาสการเติบโตของเออีซี คือ จ.เชียงราย และเชียงใหม่

จุมพล สุขมั่น ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า เชียงรายเป็นจังหวัดที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มทุนมาตั้งแต่ปี 2550 เพราะอยู่ในพื้นที่ 6 เหลี่ยมเศรษฐกิจ ประกอบด้วย จีน ไทยพม่า เวียดนาม กัมพูชา และลาว ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี2536 รวมทั้งล่าสุดการประกาศให้ จ.เชียงราย เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.แม่สายอ.เชียงของ และ อ.เชียงแสน ทำให้เป็นจังหวัดที่มีความน่าสนใจลงทุนมากขึ้น

ปัจจุบันทรัพย์ที่อยู่ในการบังคับคดีในบางอำเภอเหลือเพียงทรัพย์ในหมู่บ้าน เนื่องจากทรัพย์สำหรับการลงทุนได้รับความสนใจซื้อไปก่อนหน้าแล้ว ปัจจุบันทรัพย์ที่น่าสนใจในการซื้อเพื่อการลงทุนจึงอยู่ในเขตอ.เมือง เป็นส่วนใหญ่ อาทิ ทรัพย์ประเภทศูนย์การค้าที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง จ.เชียงราย เป็นต้น สำหรับผลการดำเนินงานปีงบประมาณที่ผ่านมาสามารถขายทรัพย์ได้เกินเป้า 39% จากเป้ากว่า 739 ล้านบาทกว่า 1,105 ล้านบาท

ด้าน ทรงศิลป์ ภิรมย์กุล ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานจ.เชียงใหม่ เติบโตปีละ 10-20% ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา เนื่องจากกระแสความนิยมซื้ออสังหาริมทรัพย์ ใน จ.เชียงใหม่ หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมปี2554 ทำให้บ้านมือสองและทรัพย์ขายทอดตลาดมีการแข่งสู้ราคากันสูงขึ้น

ขณะที่ นพ.สมศักดิ์ มุนีพีระกุล นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า สถานการณ์ของตลาดบ้านมือสองในปี 2557 นั้นยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ขึ้นอยู่กับการแก้ไขปัญหาการเมืองว่าจะคลี่คลายไปในทิศทางใด หากยืดเยื้อเชื่อว่าจะส่งผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์มือสองอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการบริโภค ทั้งนี้ผู้ซื้อบ้านบางรายตกลงราคากันไว้แล้วแต่ไม่ตัดสินใจซื้อเพราะต้องการดูทิศทางของบ้านเมืองไปก่อน หากรุนแรงจะส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศ

"เมื่อเศรษฐกิจของประเทศชะลอตัวจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย คาดว่าปัญหาทางการเมืองน่าจะทำให้ตลาดบ้านมือสองในช่วงไตรมาส 1-2 ไม่ดีเหมือนกับปีที่ผ่านมา ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจบ้านมือสองจะต้องทำงานหนักขึ้น

กว่าสถานการณ์ปกติ เนื่องจากหากเปรียบเทียบจำนวนบ้านมือสองในตลาดและความต้องการซื้อนั้นยังมีความแตกต่างกันสูงมาก เพราะในตลาดมีสินค้าประมาณ 3-3.5 แสนหน่วย แต่มีความต้องการซื้อประมาณ 25% หรือประมาณ 7-8 หมื่นหน่วยต่อปี"นพ.สมศักดิ์ กล่าว           

จะเห็นได้ว่าตลาดบ้านมือสองแข่งขันดุเดือดไม่แพ้อสังหาริมทรัพย์ใหม่ เพราะนอกจากจะมีทรัพย์จากกรมบังคับคดีและจากสถาบันการเงิน รวมถึงในอนาคตจะมีนายหน้าจากกลุ่มประเทศอาเซียนมาร่วมวงแข่งขันอีก ทำให้ทุกฝ่ายต้องเร่งปรับตัวฝ่าปัจจัยลบที่แวดล้อมอยู่ในขณะนี้

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ