Loading

แบงก์ชาติเผยไตรมาส3สินเชื่ออสังหาฯโต11

วันที่ : 9 พฤศจิกายน 2556
แบงก์ชาติเผยไตรมาส3สินเชื่ออสังหาฯโต11%

ธปท. ระบุยอดคงค้างสินเชื่อเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ ไตรมาส 3 ขยายตัว 11.4% ชี้ส่วนใหญ่ปล่อยให้รายเล็กขนาด 1-3 ล้านบาท ดันจำนวนที่อยู่อาศัยได้รับสินเชื่อใหม่โต 27.8% ขณะที่ ธนาคารพาณิชย์ยังเข้มปล่อยกู้ สอดรับอัตราส่วนรายได้ต่อภาระจ่ายหนี้ เดือนก.ย.ที่ 4.6 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 4.4 เท่า

 

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ยอดคงค้างสินเชื่อเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา พบว่า มีการขยายตัวใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 11.4% โดยไตรมาสนี้ส่วนใหญ่เป็นการปล่อยสินเชื่อให้กับที่อยู่อาศัยขนาดเล็กราคา 1-3 ล้านบาท ทำให้จำนวนที่อยู่อาศัยที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อปล่อยใหม่จากธนาคารพาณิชย์ขยายตัว 27.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ส่วนจำนวนที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่หดตัวเล็กน้อย 1.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

 

สำหรับภาวะอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เดือนก.ย.2556 อุปสงค์ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนเล็กน้อย ส่วนอุปทานลดลงจากที่อยู่อาศัยแนวราบ ขณะที่อาคารชุดยังขยายตัวดี

 

"ภาพรวมความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน หากพิจารณาจากข้อมูลปรับฤดูกาลเฉลี่ยเคลื่อนที่ 3 เดือน จำนวนที่อยู่อาศัยที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 4,751 หน่วย มาอยู่ที่ 5,040 หน่วย"

 

อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์ยังคงระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 3 เดือนของอัตราส่วนรายได้ต่อภาระจ่ายชำระหนี้เพื่อที่อยู่อาศัยของผู้ได้รับสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ในเดือนก.ย.2556 อยู่ที่ 4.6 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ย้อนหลังซึ่งอยู่ที่ 4.4 เท่า

 

ด้านผู้ประกอบการเปิดขายโครงการใหม่ลดลงจากเดือนก่อน โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยแนวราบขณะที่อาคารชุดยังปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนจากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 3 เดือนของจำนวนที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในเดือนนี้ที่ 9,310 หน่วย ลดลงจาก 9,750 หน่วยในเดือนก่อน ตามการลดลงของที่อยู่อาศัยแนวราบจาก 3,551 หน่วย มาอยู่ที่ 2,853 หน่วยหลังจากที่เร่งเปิดขายไปค่อนข้างมากในช่วงไตรมาส 2

 

ขณะที่อาคารชุดปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 6,200 หน่วยในเดือนก่อน มาอยู่ที่ 6,475 หน่วย โดยในเดือนนี้ผู้ประกอบการกลับมาเปิดขายโครงการตามแนวรถไฟฟ้ามากขึ้น เพราะความต้องการยังมีอยู่

 

รายงานข่าวระบุด้วยว่า แม้เสถียรภาพในภาพรวมจะยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงานมีฝีมือที่ทำให้การส่งมอบงานล่าช้า และต้นทุนการก่อสร้างที่ยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง แม้ว่า ผู้ประกอบการบางรายจะเริ่มหันมาใช้วัสดุก่อสร้างแบบสำเร็จรูปก็ตาม

 

นอกจากนี้ ยังคงต้องติดตามกำลังซื้อของประชาชนอันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยของภาคครัวเรือนในระยะต่อไป

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ