Loading

ช็อปคอนโดแนวรถไฟฟ้า การเคหะฯทุ่ม3หมื่นล้านรับซื้อโครงการเอกชนแสนหน่วย

วันที่ : 17 มิถุนายน 2555
ช็อปคอนโดแนวรถไฟฟ้า การเคหะฯทุ่ม3หมื่นล้านรับซื้อโครงการเอกชนแสนหน่วย

การเคหะฯทุ่ม 3หมื่นล้าน ผุดคอนโดมิเนียมชานเมืองแสนหน่วย เกาะแนวรถไฟฟ้า 10 สายกทม.ปริมณฑลภายใน 3- 5 ปีนับจากปี 2555เปิดเร่งทีโออาร์เน้นรับซื้อจากเอกชน /ที่ดินไม่เกินไร่ละ 6 ล้าน/ดีเวลอปเปอร์-รับเหมาสายป่านดี รัศมีห่างตัวสถานี 5-10 กม. เตรียมลงสำรวจความต้องการจริง ยันไม่ซ้ำรอยบ้านเอื้ออาทร เดินหน้าชงครม.ไฟเขียว  ด้านปลัดคมนาคมหนุนเต็มสูบ

 

จากนโยบาย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) สั่งการให้การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ก่อสร้างโครงการอาคารชุดพักอาศัยระดับกลาง-ล่าง  สำหรับผู้มีรายได้น้อย เกาะแนวรถไฟฟ้า 10 สายในอนาคต ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)นั้น

 

ต่อเรื่องนี้ นายวิทูรย์ เจียสกุล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.)เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าการเคหะฯวางแผนพัฒนาโครงการอาคารชุดพักอาศัย ตามแนวรถไฟฟ้า 10 สาย ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)และการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.)  จำนวน100,000 หน่วย มูลค่า 30,000 ล้านบาทเพื่อรองรับผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยราคา 600,000 บาท (บวกหรือ ลบ)จากราคาก่อสร้างจริงกว่า700,000 บาท ซึ่งรัฐบาลจะใช้วิธีจ่ายเงินอุดหนุนให้หน่วยละ120,000  บาทเหมือนกับบ้านเอื้ออาทร

 

อย่างไรก็ดีเนื่องจากจำนวนหน่วยค่อนข้างมากและต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3- 5 ปี นับจากปี 2555  การเคหะฯจึงใช้วิธี รับซื้อจากภาคเอกชน  แล้วนำไปขายต่อให้กับประชาชนไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมาหรือบริษัทพัฒนาที่ดินที่สนใจโดยจะกำหนดร่างทีโออาร์(บันทึกข้อตกลงเบื้องต้น)เพื่อคัดเลือกคุณสมบัติของผู้ที่เข้ามารับดำเนินโครงการในรูปแบบเทิร์นคีย์ จัดหาที่ดินรับเหมาก่อสร้างแบบเบ็ดเสร็จครบวงจรและจ่ายค่าลงทุนทั้งหมดเองไปก่อนแต่ราคาต้องไม่เกินที่การเคหะฯกำหนดที่600,000-700,000 บาทต่อหน่วยโดยที่ดินที่ตั้งโครงการ จะต้องอยู่ในรัศมีแนวรถไฟฟ้าไม่เกิน 5-10 กิโลเมตร  ที่ดินที่จะจัดซื้อราคาต้องไม่เกินไร่ละ6 ล้านบาท

 

ขณะเดียวกันเอกชนต้องมีสภาพคล่องที่ดีและมีประสบการณ์ก่อสร้างอาคารชุดอาคารขนาดใหญ่มาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 10 ปีโดยการเคหะฯจะจ่ายเงินให้ตามโครงการและจำนวนหน่วยภายหลังจากส่งมอบโครงการเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกัน หากทำเลตั้งอยู่ในรัศมีไม่เกิน 2 กิโลเมตร จะไม่มีระบบเชื่อมต่อ ระหว่างโครงการกับสถานีรถไฟฟ้าหรือ ฟีดเดอร์ และหากทำเลรัศมี5-10 กิโลเมตรจะต้องมีฟีดเดอร์ เชื่อมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน  ซึ่งเรื่องนี้จะต้องทำเอ็มโอยู หรือบันทึกข้อตกลงระหว่างหน่วยงานคือ กคช.  รฟม.และร.ฟ.ท. ต่อไป

 

ผู้ว่าการการเคหะฯ กล่าวต่อว่าสำหรับแบบก่อสร้างอาคาร การเคหะฯจะออกแบบคร่าวๆ ก่อน แต่แบบอาจจะมีการปรับไปตามความเหมาะสมที่สำคัญรูปแบบอาคารชุดจะมีความทันสมัยเหมือนกับภาคเอกชน  ซึ่งมีความสูง 8-12 ชั้น  แต่ละอาคารจะมีความถี่ใกล้เคียงกับเอกชน โดยขนาดห้องชุดจะเริ่มที่30 ตารางเมตร 1ห้องนอน  มีลิฟต์โดยสารและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งจะแตกต่างจากโครงการอาคารชุดบ้านเอื้ออาทร รวมทั้งแบรนด์จะตั้งใหม่ โดยไม่ใช้ว่าบ้านเอื้ออาทรซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือ

 

ส่วนทำเลจะเน้นทำเลชานเมืองเนื่องจากในเมืองพื้นที่หายากและราคาแพงอาทิ บางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี อ่อนนุชแบริ่ง สมุทรปราการ ลำลูกกา ปทุมธานีชุมชนมีนบุรี ตลิ่งชัน ฯลฯซึ่งมองว่า มีความต้องการค่อนข้างมาก

 

ต่อข้อถามที่ว่ากรณีให้เอกชนสร้างและการเคหะฯรับซื้อต่อจะมีปัญหาซ้ำรอยกับบ้านเอื้ออาทรเดิมหรือไม่ นายวิฑูรย์กล่าวว่าไม่มีปัญหาแน่เพราะจะกำหนดทีโออาร์อย่างรัดกุมรวมทั้งลงสำรวจความต้องการที่แท้จริงแล้วจึงลงมือสร้างโดยเร็วๆนี้จะเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)โครงการดังกล่าวต่อไป

 

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าที่จะก่อสร้างในอนาคต10 สายทางประกอบด้วยรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ/หัวลำโพงบางแค รถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางใหญ่บางซื่อ  รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวหมอชิต-สะพานใหม่/สะพานใหม่-ลำลูกการถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าวพัฒนาการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี รถไฟฟ้าสายสีส้ม ตลิ่งชัน- ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรีรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วง สมุทรปราการ-บางปู เป็นต้น ขณะเดียวกัน  การเคหะฯ จะเสนอให้รฟม.และร.ฟ.ท.ลากแนวสายทางผ่านโครงการเคหะชุมชน และบ้านเอื้ออาทร ที่มีอยู่แล้วบางบริเวณเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

 

ขณะที่ นายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ รักษาการปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงทิศทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยของการเคหะฯร่วมกับระบบขนส่งมวลชน ระบบรางและขนส่งสาธารณะว่า ที่ผ่านมาการเคหะฯ ก่อสร้างที่อยู่อาศัยกระจายไปก่อนล่วงหน้าแต่ติดปัญหาไม่มีระบบขนส่งมวลชน อาทิ รถเมล์ รถไฟฟ้าเชื่อม มีกิจกรรมเชิงพาณิชย์ รอบสถานีระบบเชื่อมต่อ(ฟีดเดอร์)ระหว่างชุมชนกับรถไฟฟ้าเพื่อรองรับชุมชนผังเมืองต้องแก้ให้สอดคล้องกับการพัฒนากับสถานการณ์ปัจจุบันไม่ใช่ให้เอกชนชี้นำเพราะราคาที่ดินสูงส่งผลให้บ้านราคาถูกหายากในเมือง

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 17 - 20 มิ.ย. 2555

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ