Loading

แบงก์ชาติจับตาเก็งกำไรอสังหาฯ ผวา!สินเชื่อโตผิดปกต

วันที่ : 11 มิถุนายน 2555
แบงก์ชาติจับตาเก็งกำไรอสังหาฯ ผวา!สินเชื่อโตผิดปกติ

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า แม้การขยายตัวของสินเชื่อที่ยอมรับว่าเติบโตอยู่ในระดับสูงกว่า 10% และคาดว่าทั้งปีจะยังคงเพิ่มขึ้นเช่นกันต่อเนื่องจากปีก่อน แต่ยังไม่น่าเป็นห่วงว่าจะเป็นสินเชื่อเพื่อการเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นสินเชื่อที่เติบโตผิดปกติในภาคบริโภคและลงทุน แต่ขณะนี้ ธปท.ได้ติดตามและเฝ้าระวังการขยายตัวของสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์อย่างใกล้ชิด เพราะเมื่อเทียบกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ(จีดีพี)ที่โตได้ 7% ถือว่าเป็นการขยายตัวของสินเชื่อที่อยู่ในระดับค่อนข้างสูง

 

"การขยายตัวของสินเชื่อภาคครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะรายได้ของประชาชนเพิ่มขึ้น ทั้งจากรายได้เกษตรกรที่สูงขึ้นตามราคาสินค้าเกษตร นโยบายปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท การปรับขึ้นเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท ประกอบกับประชาชนที่ได้รับผล กระทบจากน้ำท่วมมีความต้องการสินเชื่อเพื่อซ่อมบ้าน ขณะที่ส่วนตัวอยากเห็นสินเชื่อด้านการลงทุนที่ยังขยายตัวไม่มากนักเติบโตมากกว่านี้" นายประสารกล่าว

 

รายงานข่าวจาก ธปท.เปิดเผยว่า ล่าสุดเมื่อเดือนเม.ย.สินเชื่อภาคเอกชนของสถาบันรับฝากเงินขยายตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 16.4% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 15.5% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นตามความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นทั้งในภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังน้ำท่วม ขณะที่ไตรมาส 1/2555 ยอดคงค้างชำระหนี้บัตรเครดิตเกิน 3 เดือน ที่ถือว่าเข้าข่ายการเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มีทั้งสิ้น 4,895 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.65% จากไตรมาส 4/2555 เนื่องจากลูกหนี้ส่วนหนึ่งมีกำลังชำระหนี้น้อยลง เพราะอยู่ในช่วงระหว่างการฟื้นฟูธุรกิจและที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในช่วงปลายปี 2554 ที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 2/2555 แนวโน้มความต้องการสินเชื่อภาคครัวเรือนทุกประเภทจะเพิ่มขึ้นตามการอุปโภคบริโภคที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ต่อเนื่อง เช่นเดียวกันแนวโน้มสินเชื่อภาคธุรกิจทุกประเภทที่มีความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้น ตามความต้องการใช้เงินทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการหลังน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นความต้องการสินเชื่อจากภาคการผลิตวัสดุก่อสร้าง ผลิตยานยนต์ ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม และภาคการค้าส่งและค้าปลีกจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ สินเชื่อภาคธุรกิจขยายตัวได้ในระยะต่อไป โดยเฉพาะในหมวดของใช้ในครัวเรือน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเรือนรวมทั้งการขายส่งเครื่องจักร อุปกรณ์เครื่องจักรเครื่องกล เพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนและโรงงานที่เสียหายจากน้ำท่วม

         

ที่มา: http://www.matichon.co.th/khaosod

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ