Loading

กคช. ผุดบ้านแนวรถไฟ-รถไฟฟ้า ชงสร้าง5หมื่นหน่วยเซ็น MOU ใช้ที่ดินรฟม.-ร.ฟ.ท

วันที่ : 3 มิถุนายน 2555
กคช. ผุดบ้านแนวรถไฟ-รถไฟฟ้า ชงสร้าง5หมื่นหน่วยเซ็น MOU ใช้ที่ดินรฟม.-ร.ฟ.ท.

4 หน่วยงานรัฐ "การเคหะฯ-รฟม.-การรถไฟฯ-สนข." เตรียมเซ็นเอ็มโอยูพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางตามแนวรถไฟ-รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ เริ่มจากกางแผนที่รถไฟฟ้า 10 สาย นำร่องก่อน 2 สายแรก "สีชมพู-สีส้ม" เผยการเคหะฯดันแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยปี 2555-2557 รวม 89 โครงการ 5 หมื่นหน่วย วงเงินลงทุนกว่า 4.3 หมื่นล้านพร้อมเสียบ

 

นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้ สนข.เป็นเจ้าภาพในการหารือร่วมกัน 4 หน่วยงานเพื่อเร่งผลักดันนโยบายของรัฐบาลในการสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยในแนวรถไฟฟ้า 10 สาย ซึ่งการเคหะฯจะนำแนวรถไฟฟ้ามากางและตรวจสอบดูว่ามีที่ดินอยู่บริเวณไหนบ้าง คาดว่าจะเป็น 100 จุดได้ ซึ่งทั้งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และการเคหะฯ จะไปดูพื้นที่เพื่อดูความเป็นไปได้ ในเบื้องต้นสายทางที่จะนำมานำร่องได้ คือ สายสีชมพู (แคราย-ปากเกร็ด-มีนบุรี) และสายสีส้ม (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางกะปิ-มีนบุรี) ทางการเคหะฯแจ้งว่ามีที่ดินอยู่ในแนวรถไฟฟ้า 2 สายนี้อยู่หลายแปลง ห่างจากสถานีอยู่ประมาณ 3 กม. เช่น ย่านปากเกร็ด มีนบุรี เป็นต้น

 

นายวิฑูรย์ เจียสกุล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" เรื่องเดียวกันนี้ว่า หน่วยงานของรัฐ 4 แห่งคือ การเคหะฯ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และ สนข. เตรียมลงนามเอ็มโอยูในการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟและรถไฟฟ้าทั้งในเขตกรุงเทพฯและต่างจังหวัดทั่วประเทศ สนองนโยบายจัดหาที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อยตามแนวรถไฟฟ้า

 

หลักการคือ พื้นที่ใดที่การเคหะฯมีที่ดินใกล้เคียงอยู่แล้ว ก็อาจจะเชื่อมต่อได้เลยโดยทำสถานีมาใกล้กับโครงการของการเคหะฯ นอกจากโครงการในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังมองเรื่องการขยายผลให้ครอบคลุม

 

หัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ซึ่งมีเครือข่ายทั้งเขตทางรถไฟกับมีโครงการเคหะชุมชนของการเคหะฯ

 

"เอ็มโอยูครั้งนี้มาจากนโยบายรัฐบาลที่ได้หาเสียงไว้ว่าจะมีการจัดหาที่อยู่อาศัยแนวรถไฟฟ้าให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย 4 หน่วยงานที่ทำงานร่วมกัน จึงเป็นระดับปฏิบัติ ในภาพรวมจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนของการเคหะฯมาก เพราะในอนาคตเมื่อต้องทำงานร่วมกัน จะทำให้โฟกัสพื้นที่ที่จะพัฒนาโครงการได้แคบลง โครงการก็จะมีศักยภาพสูงขึ้น"

 

สำหรับในเขตกรุงเทพฯ นายวิฑูรย์กล่าวว่า การเคหะฯมีที่ดินในมือรอพัฒนาอีกหลายแปลง อาทิ ลำลูกกาที่อยู่ในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพูมีประมาณ 800 ไร่ ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า 3 กม. ขณะที่ในต่างจังหวัด กรณีที่ดินการรถไฟฯนั้น มีหลายแนวทางที่จะเข้าไปพัฒนาโครงการเคหะชุมชน อาทิ พัฒนาในรูปแบบอาคารเช่าแล้วแบ่งผลประโยชน์ร่วมกันกับการรถไฟฯ หรือแม้แต่การเคหะฯจะจัดซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อพัฒนาโครงการก็ได้

 

"ตัวอย่างสายสีชมพู เส้นทางผ่านจากลำลูกกาไปถึงปากเกร็ด เรามีที่ดินหลายแปลง ขณะเดียวกันก็จะมีโครงการเก่าที่จะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ เช่น รามอินทรา ซึ่งจะมีสถานีรถไฟฟ้าอยู่ด้านหน้า เป็นต้น ภาพรวมคือในอนาคตแนวทางพัฒนาจะเหมือนในต่างประเทศ อาทิ ฮ่องกง สิงคโปร์ จีน ที่การพัฒนาที่อยู่อาศัยทำไปตามแนวเส้นทางรถไฟควบคู่กันไปได้ รองรับผู้บริโภคได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย"

 

นายวิฑูรย์กล่าวด้วยว่า สำหรับ รฟม. ทางการเคหะฯมีข้อเสนอว่าน่าจะทำเรื่องขอแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย รฟม. เนื่องจากมีที่ดินที่เวนคืนมาก่อสร้างรถไฟฟ้าพอสมควร แต่ไม่สามารถพัฒนาที่ดินได้ ดังนั้นควรจะเพิ่มบทบัญญัติให้หน่วยงานรัฐอื่นซึ่งก็คือการเคหะฯ ให้สามารถเข้าไปพัฒนาที่อยู่อาศัยในที่ดินเวนคืนของ รฟม.ได้ ถ้าหากทำได้จริงจะเป็นประโยชน์กับประชาชนโดยตรงที่จะได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ตามแนวรถไฟฟ้าได้

 

ก่อนหน้านี้นางจำเนียร ดุริยประณีต รองผู้ว่าการ กคช. เปิดเผยถึงข้อมูลแผนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยปี 2555-2557 ว่า มีเป้าหมายดำเนินการ 89 โครงการ 50,731 หน่วย วงเงินลงทุนกว่า 43,844 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชน 42 โครงการ 43,465 หน่วย

 

2.โครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชน หารายได้ 30 โครงการ 5,171 หน่วย 3.โครงการเคหะร่วมทุน 7 โครงการ 503 หน่วย และ 4.โครงการสวัสดิการข้าราชการ อาคารเช่า 11 โครงการ 1,592 หน่วย ซึ่งสามารถบูรณาการแผนการทำงานร่วมกัน 4 หน่วยงานได้ทันที

 

ที่มา :หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 31 พ.ค. - 3 มิ.ย. 2555

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ