Loading

ดีเดย์ 1 ก.ค.ธนารักษ์ใช้ราคาประเมินใหม

วันที่ : 2 มิถุนายน 2555
ดีเดย์ 1 ก.ค.ธนารักษ์ใช้ราคาประเมินใหม่

ดีเดย์ 1 ก.ค.นี้ กรมธนารักษ์ประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินใหม่ หลังชะลอไปร่วม 6 เดือน เผยพื้นที่น้ำท่วมไม่ชะงัก ยังซื้อขายต่อเนื่อง แถมราคาพุ่งเด้งรับแผนป้องกันน้ำท่วมรัฐบาล ทั้งประเทศเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 21.34% ถนนสีลมครองแชมป์แพงสุด 8.5 แสนบาท/ตร.ว. ทำเลเปลี่ยนแปลงมากสุดอยู่แนวรถไฟฟ้า ไล่ตั้งแต่เขตวัฒนา คลองเตย พระโขนง บางนา เพิ่มขึ้น 39.20% ส่วน "จตุจักร-ลาดพร้าว-ประเวศ" น้อยสุดเฉลี่ย 0.6-1.5%

 

นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หลังรัฐบาลให้ชะลอการประกาศบังคับใช้ราคาประเมินที่ดินบัญชีรอบใหม่ ปี 2555-2558 ออกไปอีก 6 เดือน เนื่องจากมีบางจังหวัดประสบปัญหา น้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมา ล่าสุดจะมีการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาถึงแนวทางปฏิบัติต่อไป ซึ่งหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง กรมจะประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป

 

"ผลประเมินหลังชะลอการประกาศใช้ไป 6 เดือน พบว่าในพื้นที่น้ำท่วมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจนถึงขั้นผิดปกติ การซื้อขายไม่ได้ชะงัก ราคาก็มีเพิ่มขึ้นด้วยบางพื้นที่ อาจจะเป็นเพราะรัฐบาลมีการประกาศสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมชัดเจน และเชื่อว่า ทุกอย่างน่าจะกลับมาสู่สภาพปกติ"

 

นายนริศกล่าวต่อว่า สำหรับราคาประเมินใหม่ที่จะประกาศนั้น ยังเป็นข้อมูลเดิมที่กรมได้รวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ โดยภาพรวมทั่วประเทศ ราคาที่ดินมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 21.34% แยกเป็นที่ดินต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 21.40% ประกอบด้วยภาคกลาง เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 12.90% ภาคเหนือ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 14.84% ภาคตะวันออก เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 26.04% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 25.50% ภาคใต้ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 32.25% และภาคตะวันตก เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15.55% ส่วนกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 17.13%

 

โดยบริเวณที่มีราคาประเมินที่ดินสูงสุดของประเทศ ในพื้นที่กรุงเทพฯยังคงเป็นถนนสีลม ตั้งแต่แยกศาลาแดงไปถึงแยกนราธิวาสราชนครินทร์ 850,000 บาทต่อตารางวา รองลงมาเป็นถนนราชดำริ จากแยกราชประสงค์ไปถึงคลองแสนแสบ และที่ถนนพระรามที่ 1 จากแยกปทุมวันถึงแยกราชประสงค์ และที่ถนนเพลินจิตตลอดสาย 800,000 บาท/ตารางวา

 

แม้บริเวณดังกล่าวจะมีราคาสูงกว่าบริเวณอื่น ๆ แต่กลับพบว่าราคาประเมินที่ดินที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดอยู่ที่เขตวัฒนา คลองเตย พระโขนง และบางนา ปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ย 39.20% เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส รองลงมาเป็นเขตบางกอกน้อย บางพลัด ตลิ่งชัน และทวีวัฒนา เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 33.06% และบางขุนเทียน จอมทอง บางบอน เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 29%

 

ส่วนพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด ได้แก่เขตจตุจักร เพิ่มขึ้น 0.6% ลาดพร้าว 0.7% และประเวศ 1.5% เนื่องจากที่ผ่านมา กรมได้มีการปรับราคาประเมินไปแล้วในระหว่างรอบบัญชีที่ผ่านมา และปัจจุบันราคาใกล้เคียงกับราคาตลาดอยู่แล้ว

 

สำหรับส่วนภูมิภาคมีพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงราคาประเมินที่ดินเพิ่มขึ้นสูงที่สุด ที่น่าสนใจคือจังหวัดนราธิวาส เพิ่มขึ้นถึง 141.09% เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในพื้นที่ค่อนข้างดี ยางพารามีราคาสูง ส่งผลให้มีกำลังซื้อ ประกอบกับที่ผ่านมา ราคาประเมินที่ดินไม่มีการเปลี่ยนแปลงมา 2 รอบบัญชี รองลงมาคือจังหวัดบุรีรัมย์ เพิ่มขึ้น 81.27% และตราด เพิ่มขึ้น 74.42%

 

โดยราคาที่ดินสูงสุดอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อยู่ที่ 400,000 บาทต่อตารางวา ส่วนราคาต่ำสุด อยู่ที่อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี และอำเภอดอยหล่อ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ที่ 10 บาทต่อตารางวา ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ไม่มีทางเข้าออก

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับราคาประเมินที่ดินจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วม 20 จังหวัด โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 11.98% ได้แก่จังหวัดสุโขทัย เพิ่มขึ้น 18.72% พิจิตร เพิ่มขึ้น 12.01% พิษณุโลก เพิ่มขึ้น 11.43% นครสวรรค์ เพิ่มขึ้น 3.48% อุทัยธานี เพิ่มขึ้น 5.39% ชัยนาท เพิ่มขึ้น 6.95% สิงห์บุรี เพิ่มขึ้น 2.19%  อ่างทอง เพิ่มขึ้น 24.05% พระนครศรีอยุธยา เพิ่มขึ้น 10.6% ปทุมธานี เพิ่มขึ้น 5.09% ลพบุรี เพิ่มขึ้น 2.22% สระบุรี เพิ่มขึ้น 2.63% นครนายก เพิ่มขึ้น 8.24% ปราจีนบุรี เพิ่มขึ้น 15.14% ฉะเชิงเทรา เพิ่มขึ้น 1.73% สุพรรณบุรี เพิ่มขึ้น 8.38% นครปฐม เพิ่มขึ้น 9.54% กำแพงเพชร เพิ่มขึ้น 41.38% ตาก เพิ่มขึ้น 22.97% และนนทบุรี เพิ่มขึ้น 27.18%

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 4 - 6 มิ.ย. 2555

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ