Loading

นายหน้ารับธุรกิจบ้านมือสองไม่พร้อมแข่ง AE

วันที่ : 21 กุมภาพันธ์ 2555
นายหน้ารับธุรกิจบ้านมือสองไม่พร้อมแข่ง AEC

นายหน้าอสังหาฯเผยจุดอ่อนธุรกิจบ้านมือสองไทยไม่พร้อมแข่งขัน AEC เผยแผนปี"55 เร่งผลักดันกฎหมายนายหน้าเร่งรัฐออกมาตรการกระตุ้นตลาด

 

นพ.สมศักดิ์ มุนีพีระกุล นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์  เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานของสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ในปี 2555 ว่า ทางสมาคมฯ ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายต่าง ๆ เพื่อมุ่งสร้างประโยชน์ให้กับสมาชิกและสาธารณชน โดยเฉพาะนโยบายด้านกฎหมายที่ต้องเร่งผลักดันให้ธุรกิจบ้านมือสองมี พ.ร.บ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์เข้ามาควบคุมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ โดยมีเป้าหมายว่าจะต้องให้มีกฎหมายเพื่อรองรับการเป็นสมาชิกในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC เนื่องจากทุกวันนี้ประเทศไทยไม่มีกฎหมายควบคุมการทำงาน ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่าง ๆ ตามมามากมาย ที่สำคัญหากมีการเปิดเสรีให้ต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศ จะทำให้เกิดการแข่งขันค่อนข้างสูง เชื่อว่าจะทำให้เกิดความวุ่นวายและปัญหาต่าง ๆ ตามมาอย่างแน่นอน

 

"หลังจากปี 2558เป็นต้นไปการทำธุรกิจบ้านมือสองในประเทศไทยจะไม่ได้มีเฉพาะคนไทย แต่เพื่อนบ้านอย่างประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย ก็จะเข้ามาทำงานแข่งขันกับนายหน้าในบ้านเรามากขึ้น การเปิดเสรีดังกล่าวจะทำให้นายหน้าไทยเสียเปรียบต่างชาติ คือ เราไม่สามารถเดินทางไปทำธุรกิจในบ้านเขา เนื่องจากในประเทศอื่นๆ มีกฎหมายควบคุมการทำงานของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งมีการออกใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฏหมาย ในขณะที่ไทยเรายังล้าหลังในเรื่องนี้มาก คาดว่าหากไทยยังไม่มีพ.ร.บ.นายหน้าเราคงทำได้แค่รับมือกับการแข่งขันที่จะเพิ่มขึ้น ไม่มีสิทธิที่จะบุกตลาดในประเทศอื่นๆ ในอาเซียนได้เลย"

 

นพ.สมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่ใช่เฉพาะเรื่องกฎหมายเท่านั้นที่ยังทำให้นายหน้าไทยเสียเปรียบ แต่เรื่องศักยภาพก็น่าจะยังไม่สามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ เนื่องจากเรามีจุดอ่อนด้านภาษาอังกฤษ รวมทั้งภาษาท้องถิ่นของประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากนายหน้าในประเทศไทยนั้นไม่ได้กำหนดเรื่องพื้นฐานของการศึกษา ใครจะทำก็สามารถทำได้โดยไม่มีข้อบังคับหรือกรอบการทำงานที่ถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่เป็นธุรกิจที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

 

สำหรับสถานการณ์ตลาดบ้านมือสองในภาพรวม นายแพทย์สมศักดิ์ให้ความเห็นว่า ธุรกิจนี้น่าจะดีขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมาตรการในการป้องกันน้ำท่วมในอนาคต หากภาครัฐให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว เชื่อว่าจะไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจบ้านมือสองอย่างแน่นอน แต่ถ้าปีนี้น้ำท่วมซ้ำก็จะมีผลต่อการชะลอการตัดสินใจซื้อไปอีก เนื่องจากที่ผ่านมาทำเลที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมเป็นที่ตั้งของทรัพย์มือสองจำนวนมาก ในขณะเดียวกันพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้ให้ความสำคัญเรื่องปัจจัยน้ำท่วม นอกจากนี้แล้วทิศทางตลาดจะดีขึ้นมากน้อยแค่ไหนจำเป็นต้องรอดูสัญญาณจากภาวะเศรษฐกิจในยุโรป ที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียค่อนข้างสูง

 

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตลาดบ้านมือสองในประเทศไทยน่าจะมีปัจจัยบวกที่ส่งเสริมให้ธุรกิจกระเตื้องขึ้นได้ หากรัฐบาลให้ความสำคัญกับมาตรการในการกระตุ้นให้เกิดการซื้อ-ขายบ้านมือสอง ซึ่งจะต้องมีความชัดเจนกว่าที่ผ่านมา และในเร็วๆนี้ทางสมาคมฯ จะผลักดันเรื่องดังกล่าวโดยการยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เห็นความสำคัญว่าธุรกิจบ้านมือสองเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ เพื่อหามาตรการส่งเสริมและสนับสนุนต่อไป

 

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ