Loading

ธปท. หั่นจีดีพีปี 54 เหลือ 1% ปรับเพิ่มปีนี้โต 4.9% คาดปี? 56 โต5.6

วันที่ : 3 กุมภาพันธ์ 2555
ธปท. หั่นจีดีพีปี 54 เหลือ 1% ปรับเพิ่มปีนี้โต 4.9% คาดปี? 56 โต5.6%

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ โดยเฉพาะการผลิต ภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบทั้งผลทางตรงจากฐานการผลิตที่เสียหาย และทางอ้อมจากการขาดแคลนชิ้นส่วนและปัญหาการขนส่ง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่กระทบการส่งออกสินค้าของไทยมาก่อนแล้วระยะหนึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2554 หดตัวจากไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปี 2554 เหลือ 1% จากประมาณการเดิมที่คาดไว้เมื่อปลายปีที่แล้วที่ 1.8% และชะลอตัวลงมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่เติบโต 7.8%

 

โดยผลกระทบส่วนใหญ่เกิดขึ้นในไตรมาส4/54  ซึ่งจีดีพีติดลบ 7.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า(qoq) และติดลบ 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553 (yoy) โดยการติดลบดังกล่าวรุนแรงมากกว่าวิกฤตครั้งที่ผ่านๆ มา  แต่จะต่างตรงที่เป็นการติดลบเพียงไตรมาสเดียวและจะกลับมาฟื้นตัวได้ในไตรมาสที่ 1/55   เทียบกับวิกฤตการเงินเอเชียในปี 2540 ที่เศรษฐกิจไทยติดลบติดต่อกัน 5 ไตรมาส  และวิกฤตซับไพร์มสหรัฐฯ ติดลบ ติดต่อกัน 3 ไตรมาส ซึ่งทั้ง 2 วิกฤตมีการติดลบสูงสุด 5.1%

 

ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า  เศรษฐกิจไทยได้เริ่มฟื้นตัวแล้วนับตั้งแต่สถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลายในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และ คาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2555 โดยมีอุปสงค์ภายในประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ซึ่งจะช่วยชดเชยแรงส่งจากภาคการส่งออกที่จะแผ่วลงตามอุปสงค์โลกที่มีแนวโน้มอ่อนแอ

 

กนง. ได้ประเมินการขยายตัวเศรษฐกิจในปี 2555 ที่ 4.9% สูงขึ้นจากประมาณการครั้งก่อนที่ 4.8%  ส่วนหนึ่งจากผลของฐานที่อยู่ในระดับต่ำในปีก่อนหน้า เนื่องจากผลกระทบจากอุทกภัยรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ อย่างไรก็ดี ผลบวกดังกล่าวจะถูกทอนลงบางส่วนจากกระบวนการฟื้นฟูการผลิตที่คาดว่าจะล่าช้าจากเดิม  ขณะเดียวกันกันปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจต่างประเทศจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ความเสี่ยงด้านลบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจมีมากกว่าความเสี่ยงด้านบวก และความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะต่อไปมีสูงขึ้น

 

แต่ในภาพรวมของการเติบโตที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ จะพึ่งการผลักดันจากเศรษฐกิจในประเทศเป็นหลักทั้งการบริโภค ลงทุนภาคเอกชน และการกระตุ้นจากภาครัฐ ซึ่งคาดว่าปีนี้จะขยายตัว ที่ 4.0% 11.5% และ 8.3%

 

ขณะที่เศรษฐกิจไทยในปี 2556 คาดว่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่องที่ 5.6%  จะได้รับการสนับสนุนจากการส่งออกมากขึ้นจากที่เศรษฐกิจคู่ค้าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยการคาดว่าการส่งออกในปี 2556 จะอยู่ที่ 16.4% ขณะที่การบริโภค ลงทุนเอกชนจะขยายตัว 5.2% 12.9% ส่วนการลงทุนและบริโภคภาครัฐจะขยายตัว 1.5% และ 12.5%

 

ผู้ช่วยผู้ว่าการฯ  กล่าวว่า  ในส่วนประมาณการเงินเฟ้อนั้น กนง.  ได้ปรับลดประมาณการเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปี2555 และ 2556 ตามแรงกดดันเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มแผ่วลง แม้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 การฟื้นตัวของอุปสงค์ภาคเอกชนและผลของมาตรการภาครัฐจะทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อเร่งขึ้นบ้าง แต่จะชดเชยด้วยราคาน้ำมันดิบและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นในตลาดโลกที่ชะลอตัว  โดยคาดว่าเงินเฟ้อปี 2555 เงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 3.2% จากประมาณการเดิม 3.5% เงินเฟ้อพื้นฐาน 2.2% จากประมาณการเดิม 2.4%

 

สำหรับอัตราเงินเฟ้อในปี 2556 หลังจากผลของมาตรการภาครัฐค่อยๆ ทยอยหมดลง จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อมีทิศทางโน้มลงต่อเนื่องเข้าสู่ระดับปกติ ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ประเมินว่าความเสี่ยงด้านสูงและด้านต่ำต่อเงินเฟ้ออยู่ในระดับใกล้เคียงกัน แผนภาพรูปพัดของประมาณการเงินเฟ้อจึงสมดุลตลอดช่วงประมาณการ โดยประมาณปี 2556 สำหรับเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2.9%  และเงินเฟ้อพื้นฐาน 1.7%

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจฉบับวันที่ 2 - 5 ก.พ. 2555

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ