Loading

เรียลตี้เวิลด์ฯดิ้นปรับแผนธุรกิจขยายลงทุนพัฒนาอสังหาฯเอ

วันที่ : 19 ธันวาคม 2554
เรียลตี้เวิลด์ฯดิ้นปรับแผนธุรกิจขยายลงทุนพัฒนาอสังหาฯเอง

ภายหลังวิกฤตฟองสบู่เมื่อปี 2540 ราคาอสังหาริมทรัพย์ตกต่ำลงบ้านมือสองทั้งจากประชาชนและจากสถาบันการเงินทะลักเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก ทำให้ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์หรือโบรกเกอร์เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการช่วยซื้อขายเปลี่ยนมือ ระบายสิ้นค้าออกสู่ตลาด สร้างรายได้ให้แก่โบรกเกอร์เป็นกอบเป็นกำ แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาโบรกเกอร์ต้องประสบกับปัญหาหลายประการเช่น ราคาบ้านมือสองปรับสูงขึ้น

ขณะที่ผู้ประกอบการพัฒนาบ้านใหม่ออกสู่ตลาดในราคาต่ำลงผู้บริโภคจึงหันไปสนใจบ้านใหม่มากขึ้น มีโบรกเกอร์ในตลาดเพิ่มมากขึ้นส่วนบ้านมือสองจากสถานบันการเงินที่หลงเหลืออยู่ก็ไม่น่าสนใจทำการขายยากกรอปกับภาวะตลาดอสังหาฯในช่วงที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบอย่างต่อเนื่องทั้งการเมืองในประเทศ วิกฤตเศรษฐกิจในต่างประเทศ ล่าสุดวิกฤตน้ำท่วม ปัญหาที่กล่าวมาทำให้การขายทำได้ยาก ต้องออกแรงเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม รายได้จากการรับหารงานขายและการตลาดถือว่าน้อยมากเพียง 2-5%เท่านั้นเมื่อเทียบกับการเป็นนักพัฒนาอสังหาฯเพื่อขายที่มีผลตอบแทนหรือกำไรขั้นต้นไม่น้อยกว่า 30% ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ประกอบการหลายบริษัทหันไปเพิ่มพอร์ตรายได้จากการเป็นนักพัฒนาเอง เช่น กลุ่มบริษัทบังทอง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับบัวทองที่มีธุรกิจอสังหาฯในมือหลายประเภท ตั้งแต่การเป็นตัวแทนจำหน่ายบ้านมือสองแล้วยังเป็นตัวแทนจำหน่ายบ้านมือ 1 รวมถึงการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและขายเองซึ่งนอกจากธุรกิจดังกล่าวแล้วบัวทองยังเข้าไปซื้อยูนิตเหลือขายภายในโครงการของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีแบรนด์น่าเชื่อถือ ทำให้สามารถปิดการขายได้ง่ายและได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี จึงเป็นการขยายธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ในภาวะที่ตลาดชะลอตัว

นายวิศิษฐ์ คุณาทรกุล ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เรียลตี้เวิลด์อัลไลแอนซ์ จำกัด เปิดเผยว่า การเป็นตัวแทนจำหน่ายหรือโบรกเกอร์จะได้รับผลตอบแทนเป็นค่าจ้างบริหาร ซึ่งถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับการเป็นนักพัฒนา ที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ตลาด และภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป กล่าวคือ นอกจากการเป็นตัวแทนขายบ้านมือสองจากประชาชนทั่วไปฝากขายแล้วยังเข้าไปรับบริหารโครงการบ้านมือ 1 อีกด้วย รวมไปถึงการรับซื้อสินทรัพย์รอการขายของสถาบันการเงินมาปรับปรุงแล้วขาย

ล่าสุดเตรียมก้าวไปสู่การเป็นนักพัฒนาอสังหาฯ โดยก่อนหน้านี้ได้ซื้อที่ดินเปล่าเนื้อที่ 140 ไร่ ภายในเมืองทองธานี เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย และด้วยศักยภาพของที่ดินแปลงดังกล่าวเหมาะที่จะพัฒนาเป็นโครงการบ้านหรู ดังนั้นบริษัทจึงมีแผนที่จะพัฒนาเป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับบน จำนวน 120 ยูนิต ขนาดตั้งแต่180 ตร.ว.-1.5 ไร่ ราคาขายเฉลี่ยยูนิตละ 20 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวได้อย่างเป็นทางการในไตรมาส 3/54 "การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของบริษัทจะไม่กำหนดชัดว่าต้องพัฒนาอสังหาฯประเภทใด ระดับราคาเท่าใด แต่จะขึ้นอยู่กับศักยภาพของที่ดินและความต้องการของผู้บริโภคในทำเลนั้นๆ เป็นหลัก"

"แม้ว่าประสบการณ์ด้านการพัฒนาจะยังมีน้อย แต่จากความเชี่ยวชาญด้านการตลาด ที่รู้ถึงความต้องการของผู้บริโภคในเซกเมนต์เป็นอย่างดี จึงเชื่อว่าจะสามารถพัฒนาสินค้าออกมาตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุดและสามารถปิดการขายได้สำหรับแนวทางในการพัฒนาบริษัทจะดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยจะต้องมียอดขายเลยจุดคุ้มทุนไปแล้วจึงจะพัฒนาโครงการใหม่ หรือมีที่ดินในทำเลที่มีศักยภาพมากๆจึงจะลงทุน ซึ่งขณะนี้บริษัทมีแลนด์แบงก์ในมืออยู่แล้วแต่จะนำมาพัฒนาในช่วงใดนั้น ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดและโอกาสในการทำธุรกิจเป็นหลัก" นายวิศิษฐ์ กล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ