Loading

ธปท.เห็นแววจีดีพีต่ำกว่าเป้าเชื่อมือแบงก์จัดการหนี้อยู่หมั

วันที่ : 24 พฤศจิกายน 2554
ธปท.เห็นแววจีดีพีต่ำกว่าเป้าเชื่อมือแบงก์จัดการหนี้อยู่หมัด

ธปท.มองจีดีพีของไทยปี 2554 ส่อแววต่ำกว่า 2.6% เตรียมปรับลดคาดการณ์ใหม่อีกรอบในการประชุม กนง. 30 พฤศจิกายนนี้ คาดปัญหาน้ำท่วมกดดันดอกเบี้ยนโยบายกลับสู่ขาลงหวั่นเอกชนชะลอการลงทุน หลังรัฐบาลไม่ชัดเจนแผนระยะยาวเพื่อป้องกันน้ำท่วม ลุ้นจีดีพีปี 2555 เติบโตสูงกว่า 4.1% หากการลงทุนและการบริโภคฟื้นตัวเร็ว คาดเห็นเม็ดเงินสะพัดช่วงฟื้นฟูและซ่อมแซมความเสียหายจากน้ำท่วม ส่วนปัญหาเอ็นพีแอลยังไม่น่าห่วงเชื่อมือแบงก์พาณิชย์เอาอยู่

 

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า แนวโน้มการขยายตัวของตัวเลขทางเศรษฐกิจของไทย(GDP) ในปีนี้อาจต่ำกว่าระดับ 2.6% อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่ง ธปท.จะมีการปรับลดคาดการณ์ใหม่ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) วันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ โดยสถานการณ์น้ำท่วมอาจกระทบความเชื่อมั่นในไตรมาส 4/2554 ค่อนข้างมาก เพราะการลงทุนภาคเอกชนและการอุปโภคบริโภคลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่กนง.จะต้องนำมาใช้ในการพิจารณาทิศทางการเงินเพื่อคำนึงถึงความเชื่อมั่น

 

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตามคือภาวะเศรษฐกิจหลังปัญหาน้ำท่วมกลับสู่ภาวะปกติ โดยต้องดูว่าการลงทุนและการบริโภคจะกลับมาฟื้นตัวมากน้อยเพียงใด ซึ่งการลงทุนภาคเอกชนจะขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นในเรื่องของแนวทางการป้องกันน้ำท่วมจากภาครัฐว่ามีมากน้อยแค่ไหน ถือเป็นโจทย์ที่สำคัญของประเทศไทยด้วย

 

สำหรับการฟื้นฟูหลังปัญหาน้ำท่วมเพื่อให้เศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกตินั้น คาดว่าจะทำได้ภายในสิ้นปีนี้จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นช่วงไตรมาส 1/2555 ซึ่งจะเริ่มเห็นการฟื้นฟูในภาคธุรกิจและการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยของประชาชนและมองว่าในปี 2555 กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวมากขึ้น ซึ่งตัวเลขจีดีพีจะค่อนออกไปในทางที่ดีกว่าที่ประมาณการไว้ 4.1% แต่ต้องขึ้นอยู่กับสมมติฐานน้ำลดและเศรษฐกิจกลับมาได้มากน้อยเพียงใด รวมทั้งเม็ดเงินในการฟื้นฟูและซ่อมแซมบ้าน

 

ทั้งนี้จากการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของธนาคารพาณิชย์ เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมาได้ผลสรุปว่าขณะนี้สถาบันการเงินได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว จึงจะมีการยกเลิกแผนฉุกเฉินของธนาคารพาณิชย์ภายในสัปดาห์นี้ โดย ธปท.และธนาคารพาณิชย์จะมีการหารือร่วมกันเพื่อวางแนวทางการช่วยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งล่าสุดพบความเสียหายของสินเชื่อในพื้นที่น้ำท่วมอยู่ที่ประมาณ 4 แสนล้านบาท จากสินเชื่อทั้งระบบที่มีอยู่ประมาณ 10 ล้านล้านบาท

 

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าสินเชื่อที่เสียหายดังกล่าวอาจทำให้กลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) บ้างบางส่วน แต่เชื่อว่าภายในสิ้นปี 2554 ตัวเลขเอ็นพีแอลคงไม่มีการเร่งตัวขึ้นมากนัก และไม่น่ากังวลกับฐานะของธนาคารพาณิชย์ ขนาดเล็กแม้อาจจะมีภาระการตั้งสำรองต่อหนี้เสียเพิ่มขึ้นก็ตาม

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ทันหุ้น

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ