Loading

ธปท.ชี้สภาพคล่องแบงก์เหลือบาน ส่งซิกดบ.นโยบาย ทรง-ลด หนุนปล่อยสินเชื่อฟื้นฟ

วันที่ : 12 พฤศจิกายน 2554
ธปท.ชี้สภาพคล่องแบงก์เหลือบาน ส่งซิกดบ.นโยบาย ทรง-ลด หนุนปล่อยสินเชื่อฟื้นฟู

แบงก์ชาติชี้แนวโน้มสินเชื่อโตสูงตามความต้องการกู้เงินหลังน้ำท่วม ย้ำดูแลสภาพคล่องเหลือพอ พร้อมปรับนโยบายการเงินสนับสนุนการฟื้นฟูประเทศ แนะเร่งลงทุนเรียกความ เชื่อมั่นก่อนต่างชาติย้ายฐานการผลิต

 

นางสุชาดา กิรกุล รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า หลังปัญหาน้ำท่วมยุติลงจะเห็นระดับสินเชื่อของสถาบันการเงินทั้งรัฐและเอกชนสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะหนี้เดิมถูกเลื่อนชำระ ขณะที่การใช้สินเชื่อใหม่ที่สูงขึ้นจะมาจากการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐและการฟื้นฟูของภาคเอกชนทั้งธุรกิจและครัวเรือน

 

แต่เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาสภาพคล่องตึงตัว เนื่องจากปัจจุบันมีสภาพคล่องส่วนเกินอยู่ในระดับสูงพอที่จะรองรับได้ โดยปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบยังมีสภาพคล่องส่วนเกินที่ ธปท.ดูดซับไว้กว่า 4 ล้านล้านบาท และหากขาด ธปท.ก็พร้อมจะเข้าไปดูแล

 

"โชคดีที่สถาบันการเงินสภาพคล่องเยอะ และแบงก์ก็มีช่องทางเข้าถึงสภาพคล่องได้ เช่น ที่ ธปท.ร่วมมือกับธนาคารญี่ปุ่น ให้สามารถเอาพันธบัตรมาวางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน และใช้สภาพคล่องจาก ธปท. ส่วนช่องทางอื่น ธปท.ก็เปิดหน้าต่างกู้ยืมในตลาดซื้อคืนพันธบัตร (BRP) ให้กับธนาคารทุกวัน"

 

นางสุชาดากล่าวว่า สำหรับภาคครัวเรือนเงินออมคงลดลง หนี้สินเพิ่มขึ้นเพราะทรัพย์สินที่ทำประกันไว้คงเรียกสินไหมทดแทนได้บางส่วน แต่ ธปท.ไม่กังวลในส่วนนี้มากนักเพราะเข้าใจว่าการก่อหนี้รอบนี้เป็นหนี้ที่จำเป็นในการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยหรือเครื่องมือทำมาหากิน

 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลจะต้องเร่งเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนก่อนเกิดการย้ายฐานการผลิต ซึ่งคงต้องมีผู้ที่รับผิดชอบดูแลเรื่องโครงสร้างพื้นฐานการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว และในการวางแผนควรต้องเป็นความร่วมมือกับทีมงานจากประเทศที่มีประสบการณ์ในการฟื้นฟูเหตุการณ์ภัยพิบัติ

 

"แหล่งเงินทุนที่ใช้ในการลงทุนก็ไม่ใช่ปัญหา ถ้าเงินจากต่างประเทศ ญี่ปุ่นก็มีเงินจำนวนมากพร้อมให้กู้ ถ้าจะใช้เงินในประเทศสภาพคล่องก็อยู่ในระดับสูง สามารถออกพันธบัตรมากู้ได้ ซึ่งในการลงทุนขนาดใหญ่หากออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หรือพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อการลงทุนระยะยาวเพื่อประเทศ คงไม่มีใครขัดขวาง แต่จะให้การสนับสนุนมากกว่า"

 

นางสุชาดากล่าวว่า นโยบาย ธปท. จะสนับสนุนการฟื้นฟูประเทศ ทั้งในส่วนการกำกับให้สถาบันการเงินยังทำหน้าที่ของตัวเองได้ และการดูแลเสถียรภาพราคาผ่านนโยบายการเงินที่ดูแลไม่ให้เกิดเงินเฟ้อจนควบคุมไม่ได้

 

อย่างไรก็ตาม ส่วนนโยบายดอกเบี้ยหากผลการประเมินพบว่า เศรษฐกิจเสียหายมากจากภาวะน้ำท่วม ก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะตัดสินใจทำนโยบายให้เอื้อต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยยอมรับว่าตอนนี้แนวโน้มความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจนั้นมีสูงจากทั้งภายในและนอกประเทศ

 

"การประชุมครั้งที่แล้ว กนง.ก็รู้ว่าแรง การที่คงดอกเบี้ยไว้ (3.50%) ส่วนหนึ่งก็คือนำปัจจัยที่กระทบต่อเศรษฐกิจมาคิดแล้ว พอเริ่มคงทิศทางต่อไปจะคงหรือจะลงก็ได้ ไม่ได้มาคงครั้งหนึ่งและขึ้น มันก็เป็นสัญญาณที่ตลาดรับรู้แล้ว"

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจฉบับวันที่ 10 - 13 พ.ย. 2554

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ