Loading

ธปท.ลุยอัดฉีดแบงก์ซับน้ำตา ดึงธนาคารกลางทั่วโลกหนุนเงินลงทุนไม่จำกั

วันที่ : 26 ตุลาคม 2554
ธปท.ลุยอัดฉีดแบงก์ซับน้ำตา ดึงธนาคารกลางทั่วโลกหนุนเงินลงทุนไม่จำกัด

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากวิกฤติอุทกที่มีความรุนแรง และส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและภาคเศรษฐกิจของประเทศมากกว่า 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือสภาพคล่องเพื่อการฟื้นฟูและเยียวยาภาคอุตสาหกรรมที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ทั้งในนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่ง และอาจจะมีความเสียหายเพื่อขึ้นในระยะต่อไปอีก ธปท.พร้อมที่จะสนับสนุนสภาพคล่องทางการเงินในรูปสินเชื่อบาทผ่านธนาคารไทยและธนาคารต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารญี่ปุ่นซึ่งมีจำนวนธุรกิจที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้เป็นจำนวนมากซึ่งในส่วนของธนาคารพาณิชย์ไทยนั้น หากธนาคารพาณิชย์มีสภาพคล่องไม่เพียงพอที่จะปล่อยกู้ใหม่เพื่อเยียวยาและฟื้นฟูกิจการให้ผู้ประกอบการ

ในช่วงหลังน้ำลด ธปท.พร้อมที่จะปล่อยสินเชื่อให้กับธนาคารพาณิชย์หลักทรัพย์ค้ำประกัน เนื่องจากสาขาธนาคาร พาณิชย์ต่างประเทศเหล่านี้อาจมีหลักทรัพย์ที่เป็นสกุลเงินบาทไม่มาก โดยเมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมาธปท.ได้ลงนามความร่วมมือในการสนับสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อเงินบาทโดยใช้หลักทรัพย์รัฐบาลญี่ปุ่นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อรองรับการปล่อยกู้เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่นที่มีจำนวนมากในประเทศไทยและได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

สินเชื่อบ้านพักชำระหนี้สูงสุด 6 เดือน ลดดอกเบี้ยสูงสุด 50% เป็นเวลา 3 เดือน วงเงินเพิ่มสู.สุด 120% ของราคาประเมินเดิม

ขั้นตอนก็คือ หากสาขาธนาคารพาณิชย์ญี่ปุ่นมีสภาพคล่องเงินบาทไม่เพียงพอที่จะปล่อยกู้ให้กับลูกหนี้ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วม ธปท.ให้นำหลักทรัพย์รัฐบาลญี่ปุ่น เช่น พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นมาค้ำประกันได้โดยกรณีนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะสาขาธนาคารญี่ปุ่น แต่รวมถึงสาขาธนาคารต่างประเทศอื่นๆ คาดว่าจะดำเนินการได้ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ โดยไม่มีการกำหนดวงเงินสูงสุด

สินเชื่อคงค้าง 7 นิคม 1.2 แสนล้าน

ทั้งนี้ เท่าที่ได้ประเมินขณะนี้พบว่า สินเชื่อข้องในภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมในขณะนี้ใน 7 นิคมอุตสาหกรรม และโรงงานนอกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม มีสินเชื่อคงค้างที่เกี่ยวข้องทั้งสิน 121,605 ล้านบาท และเป็นสินเชื่อของบริษัทญี่ปุ่นทั้งสิ้น 28,920 ล้านบาท หรือ 24% ของสินเชื่อรวม โดยในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 7 แห่งมียอดสินเชื่อคงค้างสิ้นเดือน ส.ค. 66,130 ล้านบาท จาก 731 บริษัท เป็นสินเชื่อของบริษัทญี่ปุ่น 26,903 ล้านบาท หรือ 41%

กรุงเทพ-กสิกรเพิ่มมาตรการซับน้ำตา

นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกค้าเชื่อที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยลูกค้าบัตรเครดิตธนาคารได้ผ่อนผันในการลดยอดขั้นต่ำที่ต้องชำระเหลือเพียง 0-10%และผ่อนผันการชำระดอกเบี้ยลงจากอัตราปกติ 50% จนถึงสิ้นเดือน มิ.ย.55 ทั้งนี้ หากถึงกำหนดเวลาดังกล่าวลูกค้ายังคงประสบปัญหาธนาคารยินดีจะพิจารณาขยายระยะเวลาออกไปอีก 6 เดือน หรือถึงสิ้นเดือน ธ.ค55

นายกฤษฎา ล่ำชำ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ลูกค้ารายย่อยผู้ใช้บริการสินเชื่อบ้าน ธนาคารได้เพิ่มแนวทางความช่วยเหลือ โดยการปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 40 % เป็นระยะเวลา 1 ปี หรือ ลูกค้าสามารถผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา  6 เดือน นอกจากนี้ ธนาคารจะมอบวงเงินสินเชื่อเพื่อ ซ่อมแซมบ้านได้สูงสุดเท่ากับยอดสินเชื่อบ้านที่ผ่อนชำระมาแล้วโดยคิดดอกเบี้ย 0 % นาน 6 เดือน ส่วนผู้ถือบัตรเครดิตที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนด จะได้รับการผ่อนผันให้ชำระดอกเบี้ย 50% และปรับลดยอดผ่อนชำระขั้นต่ำให้เป็น 0-10%

ทุกแบงก์จัดเต็มพัก-ยืดหนี้

ขณะธนาคารกรุงไทยมีมาตรการในอันที่จะพักชำระหนี้ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อบุคคลที่มีวงเงินกู้แบบมีระยะเวลาทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน หลังจากนั้นสามารถทยอยผ่อนชำระดอกเบี้ยที่พักแขวนสูงสุดภายใน 24 เดือน ส่วนลูกค้าเอสเอ็มอีและรายย่อยสามารถเลือกพักชำระหนี้นาน 3 เดือน โดยธนาคารไม่คิดดอกเบี้ยลูกค้าสินเชื่อธุรกิจประเภทเงินทุนหมุนเวียนที่มีเอกสารประกอบ ทั้งที่เป็นเม็ดเงินและภาระผูกพัน ธนาคารจะพิจารณาต่อตั๋วออกไปอีก 6 เดือนโดยไม่ต้องมีเอกสารประกอบ

นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารได้เพิ่มมาตรการความช่วยเหลือเพิ่มเติมโดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจ SME/SSME ที่ได้รับความเสียหายมาก ภายใต้มาตรการ หยุดผ่อน ลดดอกเบี้ย เพิ่มวงเงินสำหรับสินเชื่อบ้าน พักชำระหนี้สูงสุด 6 เดือน และลดดอกเบี้ยสูงสุด 50% เป็นเวลา 3 เดือน วงเงินเพิ่มสูงสุด 120% จองราคาประเมินเดิม

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ลูกค้าบุคคลทีเอ็มบีที่ประสบภัยสามารถชะลอการจ่ายหนี้ ทั้งต้นและดอก ตลอด 3 เดือน ครอบคลุมสินเชื่อบ้าน สินเชื่อบุคคล และบัตรเครดิตทุกประเภท และในส่วนของลูกค้าบุคคลที่ถือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของธนาคาร และต้องการขอสินเชื่อบุคคลฉุกเฉิน ทีเอ็มบีก็ยังให้สิทธิพิเศษยื่นเรื่องของวงเงินสินเชื่อ TMB Cash 2 Go ฉุกเฉินได้สูงสุด 1 ล้านบาท

ส่วนนายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) เผยว่า มาตรการในการช่วยเหลือลูกค้า จะอยู่บนพื้นฐานหลักในเรื่องการพัก-ผ่อนผัน-ขยายเวลา ได้แก่ สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ รถยนต์ใช้แล้ว และสินเชื่อธนชาตรถแลกเงิน เปิดโอกาสให้ขอพักการชำระหนี้ได้สูงสุด 90 วัน และสามารถขอยืดระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ออกไปได้อีกสู.สุด 12 เดือน

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ