Loading

บสก.ลุ้นคลังเปิดทางทำธุรกิจหวังเพิ่มช่องหารายได้ก่อนเข้าตลาดหุ้

วันที่ : 29 สิงหาคม 2554
บสก.ลุ้นคลังเปิดทางทำธุรกิจหวังเพิ่มช่องหารายได้ก่อนเข้าตลาดหุ้น

นายสุเมธ มณีวัฒนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพ หรือ บสก. เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บสก.ได้ซื้อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จากธนาคารกรุงศรีอยุธยามูลค่า 4,000 ล้านบาท และจากธนาคารไทยพาณิชย์ อีกจำนวน5,000 ล้านบาท นอกจากนี้ บสก. ยังอยู่ระหว่างเจรจาซื้อทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPA) จากธนาคารไทยพาณิชย์มูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ได้ซื้อทรัพย์สินของธนาคารกรุงเทพพาณิชย์ ซึ่งเป็นสาขาเก่าของธนาคารและที่ดินเปล่าประมาณ100 รายการ มูลค่า 650 ล้านบาท คืนจากกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เพื่อนำมาบริหารจัดการต่อไป โดยคาดว่าถึงสิ้นปีจะสามารถรับซื้อพอร์ตหนี้จากสถาบันการเงินมาบริหารต่อไม่น้อยกว่า 30,000ล้านบาทตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

สำหรับการขายเอ็นพีเอในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมายอมรับว่าในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมีการชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางการเมือง แต่สำหรับในต่างจังหวัดโดยเฉพาะสินทรัพย์ที่ดินการเกษตรขายดีมาก ส่วนหนึ่งมาจากในปีนี้ราคาสินค้าเกษตรดี ทำให้เกษตรกรหาซื้อที่ดินเพื่อเพราะปลูกพืชเกษตรมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ในรอบ 7 เดือนที่ผ่านมาการขายเอ็นพีเอเติบโตขึ้นประมาณ 10% ซึ่ง บสก.เตรียมคัดที่ดินเพื่อเหมาะแก่การเกษตรมีจัดแคมเปญขายอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการที่ 1 ไร่ ทำได้ 1 แสน เป็นต้น

อย่างไรก็ตามในช่วงที่เหลือของปีเชื่อว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ และการบริหารจัดการหนี้สินจะมีแนวโน้มที่ดียิ่งขึ้น เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่ดี ประกอบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคภายหลังจากมีรัฐบาลใหม่และการเมืองสงบไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายหลังเลือกตั้ง ซึ่งภาวะดังกล่าวจะส่งผลการขาย NPA และการบริหารจัดการหนี้NPL จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเช่นเดียวกันโดยคาดว่าทั้งปีจะมียอดเรียกเก็บเงินจากการปรับโครงสร้างหนี้และยอดขายทรัพย์สิน 12,000 ล้านบาทหรือ และมีกำไรสุทธิ 2,862 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโตด้านกำไร 15-20% ตามเป้าหมายที่วางไว้

"ปีนี้ทาง บสก.จะไม่เน้นที่ทำยอดรายได้มากนัก แต่จะเน้นที่กำไร ซึ่งหมายถึงการขายและปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยปีที่แล้ว บสก.มีกำไร 2,600ล้านบาทและมียอดเรียกเก็บเงินจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และขายเอ็นพีเอ 12,846 ล้านบาท และนำเงินส่งคืนแก่กองทุนฟื้นฟูฯ จำนวน 3,000 ล้านบาท และส่งคืนในรูปแบบกำไรอีก 1,600 ล้านบาท"นายสุเมธกล่าว

สำหรับการขออนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เพื่อดำเนินธุรกิจเพิ่มเติมจากปัจจุบัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างรายได้ รองรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต ซึ่งได้แก่ การประเมินทรัพย์สิน การทำธุรกิจบริหารสินทรัพย์ การรับจ้างบริหารโครงการ การร่วมทุนกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในการพัฒนาที่ดินและการจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์

"ขณะนี้ ธปท.ได้อนุญาตให้ 2 ประเภท คือ การพัฒนาอสังหาฯ และการบริหารทรัพย์สิน ส่วนธุรกิจประเภทอื่น ธปท. ต้องการขอคำปรึกษาจากกระทรวงการคลังเพื่อความชัดเจนแม้ว่า ธปท.จะมีอำนาจในการตัดสินใจซึ่งที่ผ่านมาเป็นช่วงรอยต่อระหว่างรัฐบาลเก่าและการเลือกตั้งรัฐบาลชุดใหม่หวังว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่จะเห็นชอบในการเปิดโอกาสให้บสก. ได้ดำเนินธุรกิจเพิ่มเติมได้" นายสุเมธกล่าว

นายสุเมธ กล่าวว่า สำหรับปัญหาการซื้อทรัพย์จากกรมบังคับคดีที่หยุดดำเนินการมากว่า 2 เดือนแล้วนั้นปัจจุบันกรมบังคับคดีก็ยังไม่เปิดให้สามารถซื้อทรัพย์ได้ เนื่องจากยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับเกณฑ์ใหม่ในการขายทรัพย์ ซึ่งได้แก่ 1 กำหนดให้การซื้อขายจะต้องมีเจ้าหนี้และลูกหนี้อยู่ครบและ 2 ต้องขายในราคาเท่ากับภาระหนี้ซึ่งหากยืนยันที่จะใช้เกณฑ์ดังกล่าวจะทำให้การซื้อขายเกิดได้ยากมากและเชื่อว่าไม่มีการซื้อขายทรัพย์ที่กรมบังคับคดีอย่างแน่นอน

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ