Loading

บสก.ครึ่งปีแรกกำไร1.7พันล.ลุยซื้อทรัพย์บสท.บริหารต่อดึง BAY-ซีคอน หนุนขายNP

วันที่ : 12 กรกฎาคม 2554
บสก.ครึ่งปีแรกกำไร1.7พันล.ลุยซื้อทรัพย์บสท.บริหารต่อดึง BAY-ซีคอน หนุนขายNPA

นายสุเมธ มณีวัฒนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์จำกัด หรือ บสก. เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ว่า มีรายได้จากการปรับโครงสร้างหนี้และจำหน่ายทรัพย์ (NPA) รวมทั้งสิ้น 7,499 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดปรับโครงสร้างหนี้ สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) จำนวน 4,054 ล้านบาท และยอดจำหน่าย NPA 3,445 ล้านบาทมีกำไรสุทธิ 1,751 ล้านบาท ซึ่งนับว่าสูงกว่าเป้าหมายที่วางเอาไว้ในครึ่งปีแรกจำนวน 6,000 ล้านบาท โดยทั้งปีคาดว่าจะมีรายได้ 12,000 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิ 2,862 ล้านบาท

ปัจจุบัน บสก.มี NPL อยู่ในความดูแลทั้งสิ้น 44,773 ราย คิดเป็นมูลค่า 236,638 ล้านบาท ขณะที่ในระบบสถาบันการเงินมีจำนวน161,671 ล้านบาท ส่วน NPA ของ บสก.มีจำนวน14,209 รายการ คิดเป็นมูลค่า 36,720 ล้านบาทประกอบด้วยที่ดินเปล่าและที่ดินเกษตรกรรมกว่า60%  ที่เหลือเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ อาคารชุดอาคารพาณิชย์ เป็นต้น โดยทั้งระบบสถาบันการเงินมี NPA จำนวน 125,343 ล้านบาท

ทั้งนี้ บสก.ยังคงทยอยรับซื้อรับโอนจากสถาบันการเงิน รวมทั้งยังเตรียมการเข้าประมูลซื้อทรัพย์จาก บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.)ดังนั้น การบริหารจัดการ NPA ต้องใช้กลยุทธ์เชิงรุกด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายทุกประเภท รวมทั้งการเปิดช่องทางการขายทุกรูปแบบ

สำหรับแผนการดำเนินงานในครึ่งปีหลังบสก.เตรียมซื้อหนี้จากสถาบันการเงินเข้ามาบริหารเพิ่ม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อหนี้จากธนาคารพาณิชย์มูลค่า 20,000 ล้านบาท โดยเป็นหนี้ที่เกิดจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อเอสเอ็มอี มูลหนี้รายละประมาณ 10 ล้านบาท และมีธนาคารพาณิชย์เสนอขายหนี้ให้อีกจำนวน10,300 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา

ส่วนแผนประมูลซื้อทรัพย์จาก บสท.ขณะนี้รอเพียงคณะกรรมการชำระบัญชีของบสท.พิจารณาวิธีการจำหน่ายทรัพย์ ซึ่ง บสก.มีความพร้อมที่จะรับหนี้ในส่วนของ บสท.เองประมาณ 4,000 ล้านบาทคิดเป็น 9% ของมูลหนี้คงเหลือทั้งหมด พร้อมกันนี้ยังพร้อมที่จะเข้าซื้อหนี้ในส่วนของสถาบันการเงินเอกชนที่มีอยู่ประมาณ 17% เข้ามาบริหารต่อ

"ปริมาณเงินในการซื้อทรัพย์สินดังกล่าวนั้นคาดว่าจะใช้เงินกู้จากสถาบันการเงินบางส่วนและทุนของ บสก.เอง โดยคาดว่าจะไม่ต้องใช้จำนวนมาก เพราะในเบื้องต้นเกณฑ์การชำระเงินจะใช้วิธีทยอยชำระเป็นเทอม ซึ่ง บสก.เชื่อมั่นว่าจะสามารถประมูลได้ เพราะการขายหนี้ของบสท.ในครั้งนี้จะขายยกล็อต ปัจจุบันมีผู้ซื้อน้อยมาก แต่ทั้งนี้ มีสถาบันการเงินจากต่างชาติเข้ามาแข่งขันมากขึ้น ซึ่งในปีที่แล้วเราก็แพ้ให้แก่สถาบันการเงินต่างชาติมาแล้วครั้งหนึ่ง"

นายสุเมธ กล่าวถึงแผนขยายขอบเขตการทำธุรกรรมที่เสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) นั้น ล่าสุด ธปท.ได้อนุมัติให้ บสก. ดำเนินการได้แล้ว 2 ธุรกิจ คือ ธุรกิจให้เช่า NPA ระยะยาว และธุรกิจโบรกเกอร์ ซึ่งถือว่าเพียงพอในการสร้างรายได้เพิ่มจากธุรกิจบริหาร NPL และNPA เพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ การบริหารจัดการ NPA ท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่รุนแรงนั้น จะต้องมีแนวทางที่เหมาะสมกับทรัพย์ทุกประเภท เนื่องจาก บสก. มีพอร์ต NPA หลายหมื่นล้านบาท โดยจะต้องเน้นทรัพย์ที่ขายได้ตามสภาพต้องเร่งทำตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทันที หรือทรัพย์ที่จำเป็นต้องซ่อมแซม ปรับปรุงเล็กน้อย ฝ่ายงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งปรับปรุงให้มีสภาพพร้อมขาย

ในช่วงครึ่งปีหลัง บสก.ยังคงใช้กลยุทธ์กิจกรรมส่งเสริมการขายทุกรูปแบบ เพื่อกระตุ้นยอดขายทรัพย์ เช่น การร่วมออกบูทในงานมหกรรมอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ รวมถึงการออกบูทของ บสก.เอง โดยในช่วงระหว่างวันที่25-28 ส.ค.นี้ จะจัดงาน BAM NPA GRAND SALE 2011 พร้อมกันทุกสำนักงานทั่วประเทศทั้งนี้ บสก.ได้นำทรัพย์สินรอการขายประเภทที่อยู่อาศัยมาจำหน่ายในราคาพิเศษ โดยลูกค้าที่จองซื้อทรัพย์ทุกประเภทในงานออกบูทของ บสก.ทั่วประเทศ (ยกเว้นการซื้อทรัพย์แบบผ่อนชำระ)จะได้รับคูปอง 1 ใบ ต่อการซื้อทรัพย์แต่ละรายการเพื่อลุ้นรับรางวัล SMART TOWNHOME ทาวน์โฮม 2 ชั้น เนื้อที่ 16 ตร.ว. ราคาประมาณ 8 แสนบาท ในราคาเพียง 99 บาท

นอกจากนี้ ยังเตรียมร่วมมือกับอีก 2 พันธมิตรธุรกิจ ได้แก่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา(BAY), กลุ่ม ซีคอนโฮม โดยลูกค้าที่ซื้อที่ดินเปล่ากับ บสก. สามารถใช้บริการรับสร้างบ้านจากบริษัทซีคอน และบริษัทในเครือลด 10-15%พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษจากธนาคารกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย

อย่างไรก็ดี ในปีนี้ บสก.ตั้งเป้าหมายการออกบูทจำหน่ายทรัพย์ในงานมหกรรมอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ และการออกบูทของ บสก.เอง จำนวนกว่า 100 ครั้ง ซึ่งกิจกรรมส่งเสริมการขายดังกล่าว ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ยอดขายทรัพย์เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดย ณมิ.ย.54  มียอดเสนอซื้อทรัพย์จากการออกบูท58 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 1,645 ล้านบาท คิดเป็น 67.31%ของเป้าหมายทั้งปีที่จำนวน 2,444 ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ