Loading

ต่างชาติชงแก้ก.ม.เช่า 50 ปี ขอขยายพื้นที่ถือครองสู่ใจกลางเมือง

วันที่ : 26 พฤษภาคม 2554
ต่างชาติชงแก้ก.ม.เช่า 50 ปี ขอขยายพื้นที่ถือครองสู่ใจกลางเมือง

หอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย เสนอแก้กฎหมายเช่า 50 ปี เสนอขยายพื้นที่ออกนอกนิคมฯ สู่ย่านใจกลางธุรกิจ หวังเพิ่มแรงดึงดูดนักลงทุนลงไทย-ต่างชาติ สนใจพัฒนาทำเล มักกะสัน-ท่าเรือ ขึ้นสำนักงาน-โรงแรม สร้างมูลค่าเพิ่มเท่าตัว เตรียมพร้อมรับ เออีซี

หอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย ชงแก้กฎหมายเช่า 50 ปี เสนอขยายพื้นที่ออกนอกนิคมฯ สู่ย่านใจกลางธุรกิจ หวังเพิ่มแรงดึงดูดนักลงทุนลงไทย-ต่างชาติ สนใจพัฒนาทำเล มักกะสัน-ท่าเรือ ขึ้นสำนักงาน-โรงแรม สร้างมูลค่าเพิ่มเท่าตัว เตรียมพร้อมรับ "เออีซี"

นายปฏิมา จีระแพทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการอสังหาริมทรัพย์ หอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย หรือ Joint Foreign Chambers of Commerce in Thailand (JFCCT) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้ทำสมุดปกขาวเพื่อนำเสนอต่อรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องการขยายเวลาเช่าอสังหาริมทรัพย์ใน 2 เรื่องหลัก คือ สัญญาเช่า 30 ปี กรณีต่อสัญญาเช่ารอบที่สอง ให้ถือปฏิบัติเหมือนกันทุกพื้นที่ และเสนอปรับแก้กฎหมายในกรณีการเช่า 50 ปี ซึ่งเดิมให้เฉพาะพื้นที่ในเขตนิคมอุตสาหกรรม ให้ขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ได้ด้วย

เนื่องจากที่ผ่านมาพบปัญหา การให้ต่ออายุสัญญาเช่า 30 ปีซึ่งกฎหมายเดิมเปิดให้ต่อได้อีก 30 ปี แต่สำนักงานที่ดินไม่ยึดถือปฏิบัติเหมือนกันในทุกพื้นที่ จึงเสนอให้กรมที่ดิน แก้ไขเพิ่มเติมระเบียบเรื่อง การจดทะเบียนการเช่าและอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ พ.ศ. 2551 เพื่ออธิบายว่าการจดทะเบียนการเช่า 30 ปี และต่ออายุการเช่า 30 ปีสามารถทำได้ในปัจจุบัน และให้กระทรวงมหาดไทย ออกหนังสือเวียนเพื่ออธิบายให้สำนักทะเบียนทั่วประเทศรับทราบ

ส่วนข้อที่จะนำเสนอเกี่ยวกับพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 ซึ่งอนุญาตให้สามารถเช่าได้เป็นระยะเวลา 50 ปีนั้น นับตั้งแต่ที่กฎหมายนี้ออกมา มีการทำสัญญาเช่าเพียง 6 สัญญา ซึ่งสะท้อนว่ากฎหมายควบคุมขอบเขตพื้นที่มากเกินไป จึงเสนอให้ขยายพื้นที่ เพื่อดึงนักลงทุนสนเข้ามาซึ่งส่วนใหญ่นักลงทุนต้องการเช่าพื้นที่ ใจกลางธุรกิจ หรือ เขตซีบีดี ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการเช่าระยะยาว และกระตุ้นการลงทุนในตลาดอสังหาฯ โดยเป็นการสนับสนุนการลงทุนจำนวนมากทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ

"เราไม่ได้เสนอแก้กฎหมาย เพียงแต่ว่าปรับแก้ระเบียบเพิ่มเติมให้สามารถใช้กฎหมายผังเมือง" นายปฏิมา กล่าวและว่าข้อเสนอต่อรัฐบาลใหม่ เห็นด้วยก็แค่ออกประกาศกฏกระทรวงเท่านั้น

ชี้มูลค่าอสังหาฯเพิ่มทันทีกว่าเท่าตัว

นายปฏิมา ยังกล่าวว่า ในการปรับแก้กฎหมายเช่าดังกล่าวนี้ เชื่อว่าจะมีเจ้าของที่ดินรายใหญ่หลายๆ แห่ง ทั้ง การท่าเรือแห่งประเทศไทย,สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) พร้อมปัดฝุ่นสัญญาเช่าใหม่หมด และเชื่อว่าจะเป็นแรงดึงดูดนักลงทุนได้มาก เพราะยังที่ดินเปล่าในใจกลางเมืองอีกหลายแห่งที่มีแผนที่จะนำมาลงทุน เช่น ที่ดินที่มักกะสัน, ท่าเรือคลองเตย รวมทั้งที่ดินที่อยู่ตามแนวการสร้างรถไฟไฮสปีด โดยที่ดินเหล่านี้มีแผนจะสร้างเป็นเมกะโปรเจค ที่นักลงทุนต้องการเข้ามาลงทุน

นอกจากนี้ยังมีอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรม อาคารสำนักงาน รวมถึงเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทันที่ไม่น้อยกว่า 1-2 เท่าเพราะนั่นเท่ากับว่าเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้ามาลงทุน พร้อมกับเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์พร้อมกับสามารถระดมทุนผ่านการนำเข้าพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์

ทั้งนี้ ปกติการลงทุนในรูปแบบดังกล่าวในกรณีการเช่า 30 ปีผลตอบแทนต่อปีจะอยู่ที่ 9-11% แต่หากเพิ่มเป็น 50 ปี ผลตอบแทนต่อปีจะเพิ่มขึ้นเป็น15-18% ขณะเดียวกัน หากเป็นการลงทุนในรูปแบบพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์นั้น ขนาดของพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ก็จะมีมูลค่ามากขึ้น จากสาเหตุที่เจ้าของทรัพย์สินนั้นสามารถที่จะนำเอาทรัพย์สินหลายประเภทเข้ามาอยู่ในกองทุนเดียวกัน

"ทีซีซีแลนด์"ขานรับเช่ายาว

นายปณต สิริวัฒนภักดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มบริษัท ทีซีซี แลนด์ จำกัด กล่าวว่า เห็นด้วยหากรัฐบาลจะมีการปรับแก้กฎหมายการเช่าอสังหาฯ ใหม่เพื่อดึงดูดหรือกระตุ้นการลงทุน เพราะว่าในมุมของนักลงทุนแล้ว วิธีคิดความเสี่ยงด้านการลงทุน จากการเช่าระยะยาว กับระยะสั้น 30 ปีนั้นต่างกัน

"เรื่องการเช่าอสังหาฯ นั้น จีนเป็นประเทศสังคมนิยมยังมีกฎหมายเช่า 90 ปี 99 ปี แต่ของไทยนั้นขึ้นอยู่กับว่าจุดยืนของประเทศเป็นอย่างไร" นายปณต กล่าว พร้อมกับยกตัวอย่างประกอบว่า ในกรณีสัญญาเช่า 30 ปีมูลค่าการลงทุนนั้นอยู่ประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท แต่หากเป็นเช่า 90 ปีในที่ดินแปลงเดียวกัน มูลค่าการลงทุนจะขยับเพิ่มขึ้นมา 2-3 เท่า และวิธีคิดของนักลงทุนก็จะเปลี่ยนไปเลยทันที

ทั้งนี้ ในรูปแบบการลงทุนของกลุ่มทีซีซีฯ นั้น นอกจากจะลงทุนในที่ดินที่เป็นแลนด์แบงก์ของกลุ่มแล้ว ยังมีแผนที่จะเข้าไปเช่าที่ดินของการรถไฟ รวมถึงบริษัทก็มีความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในที่ดินมักกะสัน เพราะมองเป็นที่ดินใจกลางเมืองที่มีศักยภาพ

เชื่อเปิดเออีซีดีมานด์ทะลัก

พร้อมกันนี้ นายปณต ยังให้ความเห็นว่าในปี 2558 ตลาดจะเปิดเสรีภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ที่จะมีการเคลื่อนย้ายแรงงาน จะส่งต่อธุรกิจโรงแรม อสังหาฯ ภาคบริการอื่นๆ รวมถึงตลาดที่อยู่อาศัย ซึ่งจะเกิดความต้องการมาก

โดยความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับนายปฏิมา ที่ระบุว่า ดีมานด์ใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเห็นการเคลื่อนไหวการลงทุนดังกล่าวแล้วค่อนข้างชัดเจนในกลุ่มธุรกิจโรงแรม 3 ดาว การเข้ามาสร้างที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมของกลุ่มทุนจากจีนรวมถึงการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ รวมถึงการลงทุนสร้างโรงเรียนนานาชาติ ที่พบว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จำนวนของโรงเรียนนานาชาติเพิ่มขึ้น 200-300%

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ