Loading

ธปท.เกาะติดหนี้ครัวเรือนพุ่

วันที่ : 2 พฤษภาคม 2554
ธปท.เกาะติดหนี้ครัวเรือนพุ่ง

รายงานแนวโน้มเงินเฟ้อ ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประจำเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาระบุว่า หนี้สินของภาคครัวเรือนได้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อยานพาหนะที่ขยายตัวในอัตราสูงมาระยะหนึ่งแล้วและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอันเป็นผลจากรายได้ที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งประเด็นเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ธปท.ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้นและอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้น

นายสุธี  สุภาพงษ์  ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธปท.กล่าวว่า ธปท.เริ่มเห็นสัญญาณหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ปี 2553 และอยู่ระหว่างติดตามดูสถานการณ์ ซึ่งขณะนี้ถือว่ายังไม่มีความน่าห่วงนัก และเชื่อว่าการทยอยปรับดอกเบี้ยนโยบายให้เข้าสู่ภาวะปกติ ก็น่าจะชะลอความร้อนแรงเรื่องนี้ ลงได้

อย่างไรก็ตามจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่องและตลาดแรงงานที่อยู่ในภาวะดึงตัวทำให้รายได้ครัวเรือนขยายตัวดีโดยเฉพาะรายได้เกษตรกรที่ได้รับอานิสงส์จากราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นมาก ส่งผลให้ฐานะทางการเงินของภาคครัวเรือนยังแข้งแกร่งสะท้อนจากสัดส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ทางการเงินของภาคครัวเรือนในไตรมาส 4 ปี 2553 ที่ทรงตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน

นอกจากนี้ความสามารถในการชำระหนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยสัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของสินทรัพย์เพื่อการอุปโภคยังคงมีแนวโน้มลดลง

รายเงินเฟ้อยังระบุถึงภาพรวมของภาคอสังหาริมทรัพย์ด้วยว่า ปัจจุบันยังไม่พบสัญญาณที่ที่ชัดเจนถึงความไม่สมดุลในตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยผู้ประกบการลดโครงการที่อยู่อาศัยใหม่โดยเฉพาะตลาดอาคารชุด  (คอนโดมิเนียม เพื่อให้สอดคล้องกับอุปสงค์ที่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐในปีก่อน ทำให้ความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาอุปทานล้นตลาด (Over Suply) ในระยะ 1-2 ปีข้างหน้าลดลง

นอกจากนี้การที่ผู้ประกอบการมีแนวโน้มเปิดโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบมากกว่าอาคารชุด ทำให้มีความยืดหยุ่นในการลงทุนก่อสร้างมากขึ้น และสามารถปรับตัวเพื่อรองความความเสี่ยงจากแนวโน้มความต้องการที่อยู่อาศัยและสถานการณ์เศรษฐกิจได้ดีขึ้น

สำหรับราคาที่อยู่อาศัยนั้น ถือว่ายังทรงตัวเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค แม้มีแรงกดดันด้านต้นทุนมากขึ้นทั้งจากราคาที่ดินราคาวัสดุก่อสร้างและค้าจ้างแรงงาน อย่างไรก็ตามจากการสอบถามผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์ พบว่าการปรับราคาทำได้ยาก เนื่องจากผู้บริโภคอ่อนไหวต่อการปรับราคาและคาดว่าราคาในปีนี้จะปรับสูงขึ้นไม่มากนัก ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุนหรือลดขนาดที่อยู่อาศัยแทนการขึ้นราคา

รายงานดังกล่าวยังระบุด้วยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ประเมินว่า ดอกเบี้ยที่เริ่มปรับตัวเข้าสู่สภาวะปกติแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่มากขึ้น ตามต้นทุนที่เร่งขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการที่อยู่อาศัยในอนาคต

นอกจากนี้ผลกระทบของการเริ่มใช้มาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทยในการลดแรงจูงใจของธนาคารไรชย์ในการปล่อยสินเชื่อที่มีสัดส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan To Value หรือ LTV) ประเภทอาคารชุด ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ