Loading

ดึงเอกชนขายบ้านเอื้อฯระบุบางทำเล ขายยา

วันที่ : 12 มกราคม 2554
ดึงเอกชนขายบ้านเอื้อฯระบุบางทำเล ขายยาก

นายสมชัย เชาว์พฤติพงศ์ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยถึงการบริหารจัดการโครงการบ้านเอื้ออาทรว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา ทาง กคช.ได้เปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอเข้ามาดำเนินการขายโครงการบ้านเอื้อฯ โดยสามารถสร้างผลงานในการขายไปแล้วไม่น้อยกว่า 3,000 หน่วย โดยล่าสุด กคช.ได้ทำสัญญาจ้างบริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการขายโครงการในโซนที่ขายยากโดยได้มีการทำสัญญาไป 2 บริษัท เป็นการทำสัญญาระยะเวลา 1 ปี สำหรับการขายแต่จะทำการประเมินผลทุก 3 เดือนต่อครั้งซึ่งโซนที่ให้เอกชนขายนั้นส่วนมากจะเป็นโซนปริมณฑลและต่างจังหวัด เช่น สมุทรปราการ,นครปฐม, สมุทรสาคร และใน จ.เชียงรายที่เริ่มขายแล้ว โครงการในเขตกรุงเทพฯ ไม่มีเป็นต้น

"ที่ผ่านมาโครงการเหล่านี้ มีลูกค้าอยู่แล้วแต่ด้วยระยะการก่อสร้างที่อาจจะนานเกิน 1 ปีถึง 2 ปี แต่ความต้องการซื้อของลูกค้ารอได้6 เดือน ถึง 1 ปี ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้ เมื่อได้แหล่งงานใหม่ ก็ต้องหาซื้อโครงการอื่นแทนทำให้ กคช.ต้องนำกลับมารีเซลใหม่" นายสมชัยกล่าว อนึ่ง ตัวเลขของยูนิตที่ต้องดำเนินการขายรวมกับโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างรวม55,000 หน่วย แต่หากเป็นโครงการพร้อมอยู่จะประมาณ 45,000 หน่วย

สำหรับผลตอบแทนที่ กคช. จะต้องจ่ายให้เอกชนที่ขายบ้านได้กำหนดผลตอบแทนไม่เกิน 2.5 % ของราคาขายหรือประมาณ 9,000 บาทต่อห้อง ส่วนราคาขายเอกชนก็ยังขายในราคาเดิม 390,000 บาทต่อห้อง หรือในบางทำเลที่มีการปรับราคาแล้วก็ต้องขายตามราคาที่การเคหะฯ ปรับขึ้น ทั้งนี้ ทางผู้เสนนต้องเข้าหลักเกณฑ์ที่ กคช.กำหนดไว้ รวมถึงต้องมีหนังสือค้ำประกัน (แบงก์การันตี) จากสถาบันการเงิน ในกรณีที่เกิดปัญหาลูกค้าค้างชำระเกิน 3 เดือน และหาก กคช.ต้องซื้อคืนหนี้จากสถาบันการเงิน จะดำเนินการหักส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์ที่ให้แก่เอกชนคืนกลับมาในอัตราที่จ่ายไปให้

"การเคหะฯได้ตั้งเป้าให้บริษัทเอกชนสำหรับการขายในแต่ละโครงการไว้ไม่เท่ากันซึ่งในการขายนอกเวลาทำการ ถ้าหากให้ กคช.ขายเอง ต้องใช้พนักงานจากส่วนกลางและต้องใช้งบประมาณอีกมากในการจ่ายโอทีให้กับพนักงานที่อยู่เกินเวลาทำการ ซึ่งอาจจะยังผลต่อผลการดำเนินงานที่มีผลต่อฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของรัฐบาล"

นายสมชัยกล่าวถึง แนวโน้มยอดการถูกปฏิเสธสินเชื่อว่า ค่อนข้างปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีการหารือกับสถาบันการเงินและผู้ซื้ออย่างใกล้ชิด ส่งผลให้ตัวเลขมาอยู่ระดับประมาณ 20% จากก่อนหน้าจะสูงเกิน 30%

ทั้งนี้ ทาง กคช.ได้วางเพดานการบริหารจัดการ ยอดการปฏิเสธสินเชื่อไม่เกิน 20% ซึ่งน่าจะอยู่ในแนวทางที่ทำได้ ขณะเดียวกัน ตัวเลขการรับซื้อคืนหนี้จะต้องไม่เกิน 2%

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ