Loading

เร่งผุดกม.ร่วมทุนฯฉบับใหม่เพิ่มมูลค่าโครงการเกินพันล

วันที่ : 31 ธันวาคม 2553
เร่งผุดกม.ร่วมทุนฯฉบับใหม่เพิ่มมูลค่าโครงการเกินพันล.

          สคร. เร่ง 2 ภารกิจปี 2554 งานแรกคลอดกฎหมายร่วมลงทุนฯฉบับใหม่ สาระสำคัญคือเพิ่มมูลค่าโครงการที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย จากเดิมที่กำหนดไว้พันล้านบาท คาดเข้าครม.มีนาคมงานที่ 2 คือเร่งลงนามเอ็มโอยู รถไฟความเร็วงสูง ไทย-จีน

 

          นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า ภารกิจเร่งด่วนที่นายกรณ์จาติกวณิช รมว.คลัง ได้มอบหมายให้เร่งดำเนินการภายในปี 2554 มี2 เรื่องที่สำคัญ คือ เรื่องแรกเป็นการแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535(พ.ร.บ.ร่วมทุน) หรือ กฎหมายร่วมทุนรัฐเอกชน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการหารือร่วมกับภาคเอกชน และเตรียมเสนอกรอบแนวทางที่ให้ รมว.คลัง เห็นชอบในเดือน มกราคม2554

 

          ทั้งนี้ การแก้ไขกฎหมายรวมทุนเอกชน จะมีการร่างกฎหมายขึ้นมาใหม่ และยุบกฎหมายฉบับเดิมทิ้ง โดยกฎหมายใหม่จะมีการกำหนดมูลค่าโครงการเพิ่มขึ้นจากกฎหมายเดิม 1,000 ล้านบาท มีการกำหนดนิยามของทรัพย์ที่ต้องตีมูลค่าชัดเจนว่าทรัพย์ที่ต้องเป็นของรัฐทั้งหมดต้องตีเป็นมูลค่าของโครงการ

 

          นอกจากนี้กฎหมายใหม่ ยังให้มีการตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นมากลั่นกรองโครงการที่จะเป็นโครงการร่วมทุน และให้คำแนะนำกับภาคเอกชน เพื่อให้โครงการดำเนินการได้สำเร็จ ไม่ล้มกลางทางเหมือนหลายโครงการที่ผ่านมาในอดีต

 

          "หาก รมว.คลัง เห็นชอบกฎหมายร่วมทุนใหม่ ภายในเดือน มีนาคม 2553 ก็จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ และในเดือน เมษายน-พฤษภาคม 2554 ก็เสนอให้สภาพิจารณาเป็นกฎหมายออกมาบังคับใช้ได้ ทำให้การดำเนินโครงการขนาดใหญ่ของประเทศมีความรวดเร็วมากขึ้น ไม่มีปัญหาอุปสรรคล่าช้า หรือทำไม่ได้เหมือนที่ผ่านมา"

 

          นายสมชัยกล่าวอีกว่า สำหรับภารกิจที่สอง คือ การเร่งดำเนินการเซ็นบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เส้นทางหนองคาย กรุงเทพฯ และกรุงเทพฯ - บาดังเบซาร์ระหว่างไทยกับจีน โดยแนวทางเบื้องต้นจะมีการตั้งบริษัทร่วมทุนไทยจีนขึ้นมาดำเนินการในส่วนของไทยจะถือหุ้นใหญ่ 51% ซึ่งหากทางจีนเห็นชอบก็จะสามารถเซ็นเอ็มโอยูได้ในทันที

 

          ทั้งนี้ ข้อเสนอของทางจีนต้องการที่จะขอใช้ที่ดินบริเวณรถไฟความเร็วสูงเป็นเวลา 50 ปี ซึ่งทางไทยได้แจ้งว่า ทำไม่ได้เพราะกฎหมายของไทยให้ต่างชาติเช่าที่ดินได้ 30 ปีเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้คงต้องมีการหารือกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจกันอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เคยมีคำสั่งให้ไปดูเรื่องแนวทางการปรับปรุงอายุสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ของต่างชาติ เพราะเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนซึ่งหากมีการแก้ไขส่วนดังกล่าว ก็ต้องแก้ไขให้มีความเหมาะสม ไม่ให้ประเทศเสียเปรียบด้วย

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า

 

 

 

 

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ