Loading

บ้านมือสองปีนี้หืดขึ้นค

วันที่ : 5 มกราคม 2554
บ้านมือสองปีนี้หืดขึ้นคอ

นายวิศิษฐ์  คุณาทรกุล   ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัทเรียลตี้ เวิลด์อัลไลแอนซ์ จำกัด บริษัทตัวแทนนายหน้าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ตลาดบ้านมือสองในปี 2553 ที่ผ่านมายังมีอัตราการเติบโตติดลบประมาณ 10% ต่อเนื่องจากปี2552 ขณะที่ที่ดินเปล่ามีการเติบโตขึ้นทั้งในแง่ของจำนวนและราคาซื้อขายที่เพิ่มขึ้น

โดยผลกระทบหลักมาจากปัญหาการเมืองในช่วงครึ่งปีแรก แม้ว่าจะมีมาตรการภาษีกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลมาช่วยหนุนตลาดแล้วก็ตาม นอกจากนี้ยังมีจำนวนบ้านใหม่ในตลาดจำนวนมาก ประกอบกับราคาขายไม่สูงมากเนื่องจากการแข่งขันของผู้ประกอบการ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ ลูกค้าวงเงินดาวน์เพียง 5% ก็สามารถกู้ซื้อบ้านได้ ทำให้ผู้บริโภคหันไปซื้อบ้านใหม่มากกว่าบ้านมือสอง อย่างไรก็ตาม ตลาดบ้านมือสองชะลอตัวมาตั้งแต่ปี 2551 แต่เห็นภาพ ชัดเจนในปี 2552 ที่ตลาดบ้านมือสองชะลอตัวลงกว่า 10%

ทั้งนี้ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาตัวแทนนายหน้าอสังหาฯ หรือโบรกเกอร์ หายไปจากตลาดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะรายเล็กธุรกิจในครอบครัว ทำให้ในปัจจุบันเหลือบริษัทตัวแทนนายหน้าฯ ขนาดใหญ่และขนาดกลางเพียงไม่กี่รายในตลาด เพราะในความเป็นจริงแล้วธุรกิจโบรกเกอร์อสังหาฯ ไม่ได้สร้างรายได้จำนวนมากๆ เช่นในภาวะเศรษฐกิจดีมากๆ หรือในภาวะที่เริ่มฟื้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ

สำหรับแนวโน้มตลาดบ้านมือสองในปี 2554 นายวิศิษฐ์กล่าวว่า แนวโน้มตลาดจะชะลอตัวต่อเนื่องต่อจากปีที่แล้ว แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะยังคงมีอัตราการเติบโตรวมไปถึงสถานการณ์การเมืองที่เริ่มนิ่งมากขึ้นแล้วก็ตาม เพราะตลาดบ้านใหม่ยังมีเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม เพราะตลาดบ้านใหม่ยังมีเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปี 53 ทำให้ลูกค้าหันไปซื้อบ้านใหม่แทน

นอกจากนี้ ต้นทุนในการซื้อ-ขายเปลี่ยนมือบ้านมือสองยังอยู่ในอัตราที่สูง 6-8% ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ภาษี ที่ผู้บริโภคต้องแบกรับ ทำให้ตลาดนี้ได้รับความสนใจน้อยลง

ส่วนแนวโน้มดอกเบี้ยที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 0.5-1.0% ในปี 54 ถือว่าปรับขึ้นไม่สูงมาก เพราะหากดอกเบี้ยเพิ่ม 1% จะทำให้ภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นประมาณ 10,000 บาท/ปี สำหรับวงเงินกู้ 1 ล้านบาท หรือทำให้ภาระค่างวดเพิ่มขึ้นประมาณ 800 บาท/เดือนนอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันถือว่าต่ำมาก จึงไม่มีผลมากจนทำให้คนหันมาซื้อบ้านมือสองแทนบ้านเดี่ยว ขณะที่มาตรการ LTV กำหนดวงเงิน 95% สำหรับบ้านเดี่ยวถือว่าอยู่ในระดับที่รับได้เพราะเศรษฐกิจไทยยังมีการขยายตัวที่ดี แต่หากในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวการใช้มาตรการควบคุมสินเชื่อในระดับนี้จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม บ้านมือสองในเขตเมืองยังได้รับความนิยมจากผู้บริโภค เนื่องจากที่ดินหายากและมีราคาแพง การซื้อบ้านมือสองแล้วนำมาปรับปรุงหรือซื้อเพื่อเอาที่ดินรื้อบ้านเก่าทิ้งสร้างใหม่จึงเป็นวิธีการที่ยังได้รับความนิยม โดยประมาณการว่าบ้านมือสองที่มีการเสนอขายในเขตกรุงเทพฯมีประมาณ70,000-80,000 ยูนิตต่อปี จากจำนวนที่อยู่อาศัยทั้งหมด 3 ล้านหลังคาเรือน

นอกจากนี้ คอนโดมิเนียมในเมืองยังเป็นที่นิยมมากขึ้น อีกทั้งจะมีจำนวนคอนโดฯมือสองมากขึ้นอีกด้วย จากการนำสินค้าที่เคยขายไปแล้วเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมากลับมาขายใหม่ อย่างไรก็ตาม คอนโดฯ หรือบ้านมือสองที่เป็นที่ต้องการและขายได้ราคาจะต้องสร้างไม่เกิน 5 ปี มีการออกแบบและฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัย สภาพไม่เสื่อมโทรมมาก แต่หากเป็นบ้านเก่าหรือคอนโดฯ เก่าจะขายได้ในราคาที่ต่ำกว่ามากแม้จะอยู่ในทำเลใกล้เคียงกันก็ตาม

สำหรับแผนการดำเนินงานของเรียลตี้เวิลด์ฯ ในปี 54 ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 3,200 ล้านบาท จากจำนวนสินทรัพย์ที่มีอยู่ในพอร์ต11,000 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งเป็นเอ็นพีเอของสถาบันการเงินที่บริษัทรับบริหารการขายให้ ได้แก่ ธนาคารทหารไทย  2,000 ล้านบาทและบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท 2,000 ล้านบาท ซึ่งทหารไทยกำหนดยอดขายในปีนี้ไว้ที่ 65% หรือ 1,350 ล้านบาท ส่วนสุขุมวิทกำหนดยอดขาย 45% ซึ่งบริษัทเตรียมวางแผนการตลาดและจัดประมูลขายทรัพย์ในช่วงต้นปี54 ส่วนผลการดำเนินงานในปี 53 มียอดขาย3,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ต้นปีที่ 2,400 ล้านบาท

"ในปีนี้บริษัทจะคัดเลือกทรัพย์ที่จะรับเข้ามาดูแลสัญญาฝากขายมากขึ้น โดยจะเน้นบ้านที่มีคุณภาพ ราคาไม่สูงมาก เพราะหากเจ้าของบ้านตั้งราคาสูงเกินไปก็ไม่สามารถขายได้ จะต้องดูราคาตลาดในย่านนั้นๆ ด้วยนอกจากนี้ การปรับปรุงบ้านมือสองให้อยู่ในสภาพดีก่อนขายจะช่วยให้สามารถขายได้ง่ายขึ้น ส่วนเอ็นพีเอราคาและทำเลยังเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค"

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ