Loading

ชิงเค้กอุโมงค์ยักษ์บางซื่อ 2,500 ล้าน

วันที่ : 25 พฤศจิกายน 2553
ชิงเค้กอุโมงค์ยักษ์บางซื่อ 2,500 ล้าน

นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ขณะนี้ กทม.เตรียมเปิดประมูลโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำบริเวณบางซื่อ  หรืออุโมงค์ระบายน้ำบริเวณรัชดาภิเษก-สุทธิสารซึ่งอยู่ระหว่างขอความเห็นชอบต่อม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตรผู้ว่าฯ กทม.เพื่อก่อสร้าง อย่างไรก็ดีคาดว่าจะเปิดให้ผู้รับเหมาที่สนใจแข่งขันประมูลงานได้ราวปลายปีนี้และเริ่มก่อสร้างได้ประมาณต้นปี 2554 เชื่อว่าจะมีผู้รับเหมาให้ความสนใจจำนวนมาก และน่าจะมีการหั่นราคาให้ต่ำกว่าราคากลางอย่างแน่นอนไม่ต่ำกว่า10-20% 

ทั้งนี้ จะใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปีนับจากปี 2554 หากแล้วเสร็จจะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในย่านรัชดาภิเษกห้วยขวาง สุทธิสาร จตุจักร บางซื่อ ฯลฯได้เป็นอย่างดีก่อนหน้านี้  ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตรผู้ว่าฯกทม.กล่าวถึงแผนกรุงเทพฯก้าวหน้าว่าได้ดำเนินโครงการก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมหนักในกทม.แบบยั่งยืนโดยระบบอุโมงค์ยักษ์ขนาดใหญ่นี้ จะมีจำนวน 4  สาย ประกอบด้วย อุโมงค์ยักษ์พระราม 9-รามคำแหง,รัชดาภิเษก-สุทธิสาร,ดอนเมือง และอุโมงค์สวนหลวง ร.9 โดยจะทำการผันน้ำจากจุดน้ำท่วม ลัดตรงลงอุโมงค์ยักษ์ใต้ดินและไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อเป็นทางด่วนใต้ดินในการระบายน้ำปริมาณมากให้ไหลลงใต้เมือง

ทั้งนี้การดำเนินโครงการ "ระบบอุโมงค์ยักษ์" จะใช้งบประมาณทั้งสิ้นกว่า16,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 5ปีข้างหน้า และสามารถป้องกันปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ได้ เพราะน้ำจะถูกเร่งระบายสู่เจ้าพระยาโดยตรง "เนื่องจากปัญหาพื้นที่กทม.อยู่ปลายน้ำมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะทำให้น้ำที่มาจากภาคเหนือไหลผ่านกรุงเทพฯ ลงอ่าวไทยประกอบกับมีน้ำท่วมขังในพื้นที่กทม.จะต้องระบายสู่เจ้าพระยาโดยตรงซึ่งที่ผ่านมาน้ำในพื้นที่กทม.ไม่สามารถระบายได้เท่าที่ควร ก่อให้เกิดน้ำท่วมขังหลายจุด ดังนั้นกทม.มีแผนที่จะเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำด้วยการก่อสร้าง4 อุโมงค์ระบายน้ำขนาดยักษ์ที่มีประสิทธิภาพในการระบายน้ำเพิ่มขึ้นปัจจุบันกทม.มีอุโมงค์ระบายน้ำที่มีกำลังการระบายน้ำได้เพียง90ลูกบาศก์เมตร(ลบม.)/วินาที แต่ต่อไปจะมีกำลังระบายน้ำเป็น 240 ลบ.ม./วินาที ซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพสูงมาก"

สำหรับโครงการอุโมงค์ระบายน้ำทั้ง 4 แห่ง  ได้แก่ 1. อุโมงค์พระราม9-รามคำแหง หรืออุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ-ลาดพร้าวเดิม เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2544 งบประมาณ 2,094 ล้านบาท จะเปิดใช้งานได้ในเดือน ม.ค. 2554 สามารถระบายน้ำได้ 60 ลบ.ม./วินาที เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เมตร ความยาว 5 กม. จุดเริ่มต้นที่คลองลาดพร้าวเชื่อมคลองแสนแสบ และไหลลงสู่เจ้าพระยา 2. อุโมงค์รัชดาภิเษก-สุทธิสาร ขณะนี้ผ่านความเห็นชอบให้ประกวดราคาจากกระทรวงมหาดไทย งบประมาณ 2,500 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดประกวดราคาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-auction) ในเดือนธันวาคมนี้ และเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2554 ช่วยระบายน้ำในพื้นที่เขตห้วยขวาง ดินแดงจตุจักร พญาไท ดุสิตและบางซื่อ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เมตร ยาว 6 กม. จุดเริ่มต้นจากถนนรัชดาภิเษก ตัด ถนนสุทธิสาร สิ้นสุดที่แม่น้ำเจ้าพระยา 3. อุโมงค์ดอนเมือง เป็นอุโมงค์ระบายน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เส้นผ่าศูนย์กลาง 6 เมตร ยาว 13.5 กิโลเมตร  ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 100 ตารางเมตร ช่วยระบายน้ำในย่านจตุจักรหลักสี่บางเขนดอนเมือง และบางส่วนของเขตสายไหมประสิทธิภาพในการระบายน้ำเท่ากับ15 เท่า เมื่อเทียบกับอุโมงค์ระบายน้ำอันดับแรกของกทม.ใน

ย่านสุขุมวิทของกทม. ที่สร้างขึ้นเมื่อ 25 ปีก่อนและ 4. อุโมงค์สวนหลวง ร.9 หรืออุโมงค์บึงหนองบอน-เจ้าพระยาโดยขณะนี้อยู่ระหว่างขอความเห็นชอบจากกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากมีการปรับเนื้องานจากเดิมที่จะเป็นโครงการบึงหนองบอน-คลองประเวศบุรีรมย์ ระยะทาง3 กม.งบ 995 ล้านบาท ล่าสุด กทม.ได้ขยายแนวอุโมงค์ให้ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาไปทางบางนา รวมระยะทางยาว 9.5 กิโลเมตร งบประมาณ 4,900 ล้านบาทประสิทธิภาพในการระบายน้ำ 60 ลบ.ม./วินาที ครอบคลุมพื้นที่ ประเวศ พระโขนงบางนา และสวนหลวง โดยสถานีของอุโมงค์ระบายน้ำจะต้องอยู่ภายในโรงบำบัดน้ำเสียคลองเตย ในพื้นที่บริษัท ไม้อัดไทยฯเขตบางนา ทั้งนี้โครงการที่2-4 จะก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 5 ปี

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

 

ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ