Loading

สินเชื่อไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 3% แบงก์ระวังตัวแต่การใช้จ่ายคึกคั

วันที่ : 14 พฤศจิกายน 2553
สินเชื่อไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 3% แบงก์ระวังตัวแต่การใช้จ่ายคึกคัก

          ธปท.เผยไตรมาส 3 สินเชื่อเพิ่มขึ้น 2.42 แสนล้านบาท หรือเพิ่มแค่ 3.02% กระจุกตัวในธุรกิจขนาดใหญ่ ยกเว้นเหมืองแร่และถ่านหิน ยอดเบิกเงินสดล่วงหน้าลดลงเล็กน้อยแต่การใช้จ่ายในประเทศ-ต่างประเทศดีอยู่

 

          นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ อัตราการขยายตัวสินเชื่อของธนาคารพาณิย์ในระบบค่อนข้างดี ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาลและการขยายตัวเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจเกี่ยวกับตัวกลางทางการเงินซึ่งเป็นภาคธุรกิจหรือบริษัทในเครือของธนาคารพาณิชย์ที่ขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์แล้วนำไปปล่อยกู้ต่อให้แก่ลูกค้าทั่วไป จึงมองว่าแนวโน้มสินเชื่อโดยรวมของธนาคารพาณิชย์จะยังคงเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวเศรษฐกิจไทย

 

          รายงานข่าวจากธปท.แจ้งกว่า สายนโยบายสถาบันการเงินได้ประกาศยอดเงินให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบแยกตามประเภทธุรกิจล่าสุดไตรมาส 3 ของปีนี้ พบว่า ยอดคงค้างเงินให้สินเชื่อมีทั้งสิ้น 8.26 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.42 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.02% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยเป็นการเพิ่มขึ้นเฉพาะภาคธุรกิจใหญ่ๆ เป็นสำคัญ ซึ่งมีการขอสินเชื่อในปริมาณสูงอยู่แล้ว แต่โดยรวมภาคธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงได้รับเงินให้สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ลดลง

 

          โดยธุรกิจที่มียอดสินเชื่อเพิ่มขึ้น ได้แก่ ธุรกิจตัวกลางทางการเงินได้รับสินเชื่อ 2.04 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11.44% การอุปโภคบริโภคส่วนบุคคล 5.93 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.10% การขายส่ง การขายปลีก และซ่อมแซมยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน 1.70 หมื่นล้านบาท โรงแรมและภัตตาคาร 3.14 พันล้านบาท และธุรกิจการบริหารราชการและการป้องกันประเทศรวมทั้งการประกันสังคมภาคบังคับ 1.83 พันล้านบาท ตามลำดับ

 

          ขณะเดียวกันภาคธุรกิจที่มีสินเชื่อลดลงมีถึง 13 ธุรกิจจากทั้งหมด 18 ธุรกิจ โดยการทำเหมืองแร่และถ่านหินมีสัดส่วนลดลงมากที่สุดถึง 17.14% ในวงเงิน 8.21 พันล้านบาท และหากคิดในแง่ของปริมาณวงเงินที่ลดลงมากที่สุด 1.84 หมื่นล้านบาท คือ ธุรกิจบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ ส่วนธุรกิจที่เกี่ยวกับการผลิตลดลง 1.05 หมื่นล้านบาท เป็นต้น

 

          เอ็นพีแอลบัตรเครดิตเริ่มเพิ่ม

 

          พร้อมกันนี้ สายนโยบายสถาบันการเงินยังประกาศตัวเลขสำคัญของธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลล่าสุดเดือนก.ย.หรือไตรมาส 3 ของปีนี้ พบว่า ธุรกิจบัตรเครดิตมียอดคงค้างสินเชื่อ 1.91 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อน 8.25 พันล้านบาท คิดเป็น 4.51% และ4.29 พันล้านบาท คิดเป็น 2.29% ตามลำดับ ส่วนยอดคงค้างหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) 4.68% ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 30.32% หรือลดลง 2.04 พันล้านบาท แต่เทียบไตรมาสก่อนกลับเพิ่มขึ้น 2.09% หรือลดลง 96 ล้านบาท

 

          สำหรับการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต พบว่า ปริมาณการใช้จ่ายในประเทศเฉพาะธนาคารพาณิย์เพิ่มขึ้นเกือบ 3 พันล้านบาท แต่บริษัทประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) และสาขาธนาคารพาณิชย์ลดลง ด้านปริมาณการใช้จ่ายในต่างประเทศเพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการทุกประเภท ขณะที่ยอดเบิกเงินสดล่วงหน้าลดลงทั้งนอนแบงก์และสาขาต่างชาติ

 

          แต่ธนาคารพาณิชย์กลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้ยอดเบิกเงินสดล่วงหน้าโดยรวมลดลง 256 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

 

          ส่วนธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลมียอดคงค้าง 2.16 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อน 5.06% และ 2.31% ตามลำดับ และมียอดคงค้างเอ็นพีแอล 7.45 พันล้านบาท ลดลงทั้งเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน 24.53% และเทียบไตรมาสก่อน 10.73% ซึ่งในส่วนนี้มีเฉพาะนอนแบงก์ที่มียอดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 93 ล้านบาท ขณะที่จำนวนบัญชีในช่วงที่ผ่านมาผู้ประกอบการต่างมียอดลดลงแต่เป็นครั้งแรกในไตรมาสนี้ที่เพิ่มขึ้น 1.48 หมื่นบัญชี

 

ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ